ปากเสียงของคนท้องถิ่น เพื่อการพัฒนาประเทศ
อปท.เชิญเป็นแขก ย้อนกลับ
สมใจ สุวรรณศุภพนา นายกสมาคมสันนิบาตเทศบาลแห่งประเทศไทย และนายกเทศมนตรีนครภูเก็ต
14 ม.ค. 2564

องค์การปกครองส่วนท้องถิ่น หรือ อปท. เป็นหน่วยงานที่มีหน้าที่ในการบริหารงานท้องถิ่นเพื่อให้เกิดความผาสุกแก่ประชาชนในท้องถิ่นนั้นๆ ซึ่งปกติก็จะมาจากการเลือกตั้งของประชาชนในท้องถิ่นนั้นๆ นั่นเอง อย่างเช่นที่ผ่านไปหมาดๆ เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2563 ก็คือ การเลือกตั้งนายกและสมาชิกองค์การบริหารส่วนจังหวัดหรือ อบจ. และก็คงจะมีการเลือกตั้งท้องถิ่นติดตามกันมาอีกไม่ว่าจะเป็น เทศบาล องค์การบริหารส่วนตำบล หรือ อบต. แม้กระทั่งการปกครองท้องถิ่นรูปแบบพิเศษ กรุงเทพมหานครและพัทยา

และเมื่อพูดถึงองค์กรบริหารส่วนท้องถิ่นแล้ว“เทศบาล” ซึ่งคาดว่าจะจัดให้มีการเลือกตั้งต่อจาก อบจ. ในเร็ววันนี้ กล่าวได้ว่า เป็นหน่วยงานปกครองท้องถิ่นที่เกิดขึ้นในประเทศไทยมาแล้วอย่างยาวนาน นับแต่การจัดตั้งครั้งแรกในปี พ.ศ. 2476 ก่อนที่จะมี อบจ. และ อบต. เกิดขึ้นในภายหลัง โดยปัจจุบัน มีเทศบาลนครอยู่ 30 แห่งเทศบาลเมือง 195 แห่งและเทศบาลตำบล2,247 แห่งดังนั้น บทบาทของเทศบาลจึงมีอยู่มิใช่น้อย เฉกเช่นเดียวกับ “สมาคมสันนิบาตเทศบาลแห่งประเทศไทย” หรือ ส.ท.ท. ที่เป็นสมาคมหรือศูนย์รวมของหน่วยราชการบริหารส่วนท้องถิ่นแบบเทศบาลและเมืองพัทยา รวมทั้งกรุงเทพมหานคร

ซึ่งก็ถือเป็นโอกาสดีสำหรับการเข้ามาดำรงตำแหน่งนายกสมาคมสันนิบาตเทศบาลแห่งประเทศไทยคนใหม่ คนที่ 32 นางสาวสมใจ สุวรรณศุภพนา นายกเทศมนตรีนครภูเก็ต ที่ได้รับความเห็นชอบอย่างเอกฉันท์จากที่ประชุมใหญ่สมาคมสันนิบาตเทศบาลแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2563 ไปหมาดๆ นี้เอง ที่วันนี้คือแขกรับเชิญของ อปท.นิวส์ ที่จะนำมาให้ท่านผู้อ่านได้รู้จัก

นายกฯ สมใจ เริ่มเล่าให้ทีมงาน อปท.นิวส์ฟังว่าเป็นคนภูเก็ตตั้งแต่กำเนิด จบปริญญาคณะศิลปศาสตร์ ที่มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์และคณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ ก้าวเข้าสู่การเลือกตั้งนายกเทศมนตรีนครภูเก็ตโดยตรงในปี 2547และได้รับการเลือกตั้งมาถึง 2 สมัย จนกระทั่งถึงปัจจุบัน ซึ่งพื้นที่ที่อยู่มีวัฒนธรรมและเป็นเมืองเก่ามีเรื่องราวมายาวนานมากกว่า 100 ปี และก็มีการสืบทอดในเรื่องของวัฒนธรรมประเพณีจากรุ่นสู่รุ่น ดังนั้นตั้งแต่เด็กมาก็มีภาพจำในวัฒนธรรมแบบนี้ ซึ่งก็จะอยู่กันเป็นครอบครัว มีอาก๋ง อาม่า เป็นครอบครัวใหญ่ และก็มีความภาคภูมิใจเป็นอย่างมากที่ได้อยู่ได้เกิดในพื้นที่ที่มีอัตลักษณ์แบบนี้

“เพราะภูเก็ตเป็นเขตเมืองเก่ามีวัฒนธรรมที่ดีทั้งเรื่องของการแต่งกายและเรื่องของอาคารบ้านเรือนที่ผสมผสานระหว่างความเป็นจีนกับฝรั่ง ซึ่งมีความภาคภูมิใจอย่างมากกับวัฒนธรรมและความเป็นอัตลักษ์ของภูเก็ต โดยบ้านเรือนของประชาชนที่นี้ก็ก่อสร้างเหมาะสมและสอดคล้องกับสภาพภูมิอากาศในพื้นที่เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่มีฝน 8 แดด 4 ซึ่งตั้งแต่เด็กก็เห็นมาแบบนี้ และที่สำคัญภูเก็ตมีการสืบสานวัฒนธรรมประเพณีที่ถ้าพูดถึงเทศกาลกินผักก็ต้องนึกถึงภูเก็ต ซึ่งทุกคนก็จะออกมาร่วมประเพณีด้วยใจ”

นอกกจากนี้ก็ยังมีความภูมิใจในเรื่องของอาหารพื้นเมืองของชาวภูเก็ตด้วย โดยภูเก็ตถือเป็นเมืองพหุวัฒนธรรมก็ทำให้อาหารของภูเก็ตถูกประกาศของยูเนสโก้ให้เป็นเมืองเครือข่ายในเรื่องของวิทยาการอาหาร และภูเก็ตก็ยังถูกประกาศจากยูเนสโก้ให้เป็น learning city ซึ่งในเขตโอลด์ทาวน์ก็จะมีวัฒนธรรมแบบดั้งเดิมอยู่

นายกสมาคมสันนิบาตเทศบาลฯ คนที่ 32 เล่าต่อว่าอีกสิ่งหนึ่งของความภูมิใจในความเป็นคนภูเก็ตก็คือเรื่องของการแต่งกาย ซึ่งตัวเธอได้ลุกขึ้นมารณรงค์ในการที่จะใส่ชุดของคนภูเก็ต เพราะว่าก่อนปี 2547 ร้านขายเสื้อผ้าลูกไม้ ปาเต๊ะ ขายไม่ค่อยดีเลยส่งผลอาชีพของคนที่เย็บเสื้อแบบนี้หรือขายเสื้อผ้าแบบนี้น้อยลง ซึ่งเธอเห็นแบบนี้ก็รู้สึกเศร้าใจและกลับมานั่งคิดว่าจะทำอย่างไรดีให้วัฒนธรรมเสื้อผ้าการแต่งกายที่สวยงามแบบนี้กลับมานิยมอีกครั้ง หรืออย่างน้อยก็จะได้ช่วยชาวบ้านที่มีฝีมือหรือมีองค์ความรู้ในการเย็บเสื้อผ้าแบบนี้ให้กลับมามีรายได้ค้าขายกันต่อได้ เศรษฐกิจฐานรากก็จะได้เกิดการขับเคลื่อน ซึ่งพอเธอลุกขึ้นมาแต่งตัวแบบคนภูเก็ตดั้งเดิมก็ทำให้คนอื่นๆมีความภาคภูมิใจ จนเกิดการเริ่มรณรงค์การแต่งกายแบบนี้ขึ้นตามมา

“ขอบอกเลยว่าไม่ได้เป็นคนสวยแต่ว่าเป็นคนที่ชอบการแต่งตัวที่สวยๆงามๆ และเป็นเอกลักษณ์แบบนี้มาตั้งแต่เด็กตั้งแต่ครอบครัวรุ่นพ่อรุ่นแม่แต่งตัวกันสวยๆแบบนี้ ก็เลยซึมซับมาตั้งแต่เด็ก ที่จริงในความคิดทั่วๆไปของคนที่คิดว่าคนที่ใส่โสร่งผ้าปาเต๊ะจะต้องเป็นคนที่มีรูปร่างดี มีทรวดทรงดี สูงโปร่ง แต่ไม่ได้เป็นคนที่รูปร่างดีขนาดนั้น แต่ก็ชอบใส่เพราะชอบความเป็นเอกลักษณ์ และที่บ้านเป็นร้านขายทองด้วยก็มีโอกาสที่จะเจอของชิ้นสวยๆงามๆ อยู่พอสมควรก็เลยยิ่งมีความชอบ”

นายกฯ สมใจ บอกกับเราด้วยว่าเป็นคนที่เรียบง่าย ไม่เรื่องมาก ส่วนใหญ่ไปไหนชอบที่จะไปคนเดียว เพราะรู้สึกว่ามีความคล่องตัวมากกว่า พร้อมกับย้ำว่า“ไม่ว่าเราจะดำรงตำแหน่งหรือทำหน้าที่อะไรเราก็ต้องทำอย่างเต็มที่ ตั้งใจในการทำงาน แต่ก็อย่าเอาตำแหน่งหน้าที่มาถือยศถืออย่าง เพราะทุกสิ่งล้วนเป็นเพียงหัวโขน ซึ่งถ้าถึงวันหนึ่งที่เราต้องเดินจากไปจากสิ่งเหล่านี้เราก็คือคนทั่วไป เพราะฉะนั้นการอยู่ก็ควรอยู่แบบธรรมดา เคยอยู่แบบไหนก็แบบนั้น”

เธอบอกด้วยว่า หากพอมีเวลาว่างก็จะชอบใช้เวลาไปกับการพบปะพี่น้องในชุมชน ชอบที่จะไปพูดคุยกับผู้คน พร้อมยอมรับว่า เป็นคนที่ไม่ชอบออกกำลังกายเท่าไหร่นัก ไม่ว่าจะเป็นเดินบนลู่วิ่งหรือเข้าฟิตเนส ดังนั้นก็เลยใช้แนวทางการลงพื้นที่ตามชุมชนเป็นการออกำลังกายไปในตัว เพราะได้เดิน ได้เคลื่อนไหว ก็ถือว่าเป็นการออกกำลังกายให้หัวใจได้มีการสูบฉีดเลือดบ้าง

ท้ายสุด นายกสมาคมสันนิบาตเทศบาลฯ คนใหม่ ยังได้ฝากถึงข้อคิดในการทำงานด้วยว่า“เราต้องอินกับงาน เพราะถ้าเราอินกับงานเราจะทำงานอย่างมีความสุข ซึ่งถ้าทำงานอย่างมีความสุขเราก็จะไม่คิดว่าเป็นงานที่หนักหนาเพราะเรามีความสุขและสนุกที่จะทำ แต่ก็อย่าลืมที่ต้องเรียนรู้และต้องมีความรู้สึกว่างานของท้องถิ่นเป็นงานที่มีเสน่ห์ในการที่จะไปร่วมกันแก้ปัญหา ประกอบกับร่วมกันคิดเสริมเติมแต่งให้กับท้องถิ่นเพื่อที่จะเกิดการพัฒนาร่วมกัน การได้ลงพื้นที่ไปเยี่ยมผู้สูงอายุไปร่วมพูดคุยกับพวกเขาร่วมกับ อสม. เรารู้สึกมีความสุขที่ได้ทำแบบนี้”

 

หนังสือพิมพ์ OPT NEWS ONLINE
วันที่ 1-15 มีนาคม 2564
อปท.เชิญเป็นแขก ดูทั้งหมด
01 มี.ค. 2564
ความขัดแย้งทางด้านการเมืองในประเทศไทยนับเป็นปัญหาใหญ่มากว่า 10 ปี นับแต่การยึดอำนาจก่อการรัฐประหารเมื่อปี 2549 และถึงแม้ตลอดห้วงที่ผ่านมาจนถึงปัจุบัน ฝ่ายที่ควบคุมอำนาจจะจัดให้มีการเลือกตั้งทั่วไปเพื่อให้ประเทศกลับสู่ระบอบประชาธิปไตยไปแล้ว2-3 ครั้งก็ตาม แต่คว...
หนังสือในเครือ
สุดยอดผู้นำท้องถิ่นแห่งปี 2558