ปากเสียงของ
คนท้องถิ่น
เพื่อการพัฒนาประเทศ
วันพุธที่ 12 สิงหาคม 2569
หน้าแรก
อปท. นิวส์
เกี่ยวกับอปท. นิวส์
โปรไฟล์ผู้บริหาร
ข่าวสาร
ข่าวเด่น / ไฮไลท์
ความสัมพันธ์ไทย - จีน และ เศรษฐกิจเพื่อนบ้าน
คอลัมนิสต์ / บทวิเคราะห์
สังคม / บุคคล
ท้องถิ่นไทย
ท้องถิ่นรูปแบบพิเศษ
การเมือง / การปกครอง
อปท.นิวส์เชิญเป็นแขก
ธรรมาภิบาล
พลังงาน / สิ่งแวดล้อม
คุณภาพชีวิต
เศรษฐกิจชุมชน
เกษตรนำไทย
สื่อสาร - คมนาคม
ท่องเที่ยว
ข่าววงใน!!!
ปฏิทินข่าว
อปท.นิวส์โพล
ทั่วไป
ข่าวย้อนหลัง
วิดีโอ
ฉบับย้อนหลัง
สมัครสมาชิก
ติดต่อโฆษณา
ติดต่อเรา
ร่วมงานกับเรา
การเมือง / การปกครอง
ย้อนกลับ
“พิชัย” แนะแนวทางฟื้นเศรษฐกิจ หลังส่งออกติดลบ 2 เดือนติด และ ค่าบาทแข็ง
22 ม.ค. 2562
พิชัย นริพทะพันธุ์ อดีต รมว. พลังงาน และ ประธานคณะทำงานเศรษฐกิจพรรคไทยรักษาชาติ กล่าวว่า การส่งออกในเดือนธันวาคม 2561 ติดลบ 1.7% ซึ่งติดลบติดกันเป็นเดือนที่ 2 และ ติดลบเป็นครั้งที่ 3 ของปี ทำให้การส่งออกทั้งปีเหลือเพียง 6.7% ต่ำกว่าที่รัฐบาลคาดการณ์ที่ 8 % ซึ่งเป็นสัญญาณชี้ว่าปีนี้การส่งออกก็ไม่น่าจะดีนัก ประกอบกับเศรษฐกิจในปีนี้ของประเทศจีนคู่ค้าสำคัญของไทย คาดว่าจะโตได้เพียง 6% ซึ่งจะต่ำสุดในรอบ 29 ปี อีกทั้งจีนยังคงต้องเผชิญกับสงครามการค้ากับสหรัฐที่มีแนวโน้มที่จะยืดเยื้อ นอกจากนี้ ค่าเงินบาทที่แข็งค่ามากจากการที่ธนาคารแห่งประเทศไทยขึ้นอัตราดอกเบี้ยซึ่งได้เคยเตือนและขอไว้แล้วว่าให้ชะลอไปก่อน โดยจะยิ่งส่งผลกระทบต่อการส่งออกของไทย ดังนั้น หลังมีการเลือกตั้ง รัฐบาลหลังการเลือกตั้งจะต้องเร่งสร้างความมั่นใจ และ ดำเนินการฟื้นการส่งออกและฟื้นฟูเศรษฐกิจดังนี้ 1. เร่งการดำเนินการเจรจาเขตการค้าเสรีกับหลายประเทศ ทั้งพหุภาคี และ ทวิภาคี หลังจากที่รัฐบาลนี้ไม่สามารถดำเนินการได้เพราะไม่ใช่รัฐบาลจากระบอบประชาธิปไตย หลายประเทศไม่เจรจาด้วย ทำให้ไทยเสียโอกาสอย่างมาก เพราะไทยส่งออกผ่านเขตการค้าเสรีเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ และการไม่สามารถเจรจาเขตการค้าเสรีไม่ได้ส่งผลกระทบเฉพาะการส่งออกเท่านั้น แต่ยังส่งผลกระทบอย่างมากถึงการลงทุนจากต่างประเทศด้วยเพราะนักลงทุนต่างประเทศไม่แน่ใจว่า ถ้ามาลงทุนในประเทศไทยจะโดนเก็บภาษีในอัตราที่สูงกว่าประเทศคู่แข่งไหม จึงย้ายไปลงทุนประเทศอื่น ซึ่งทำให้การลงทุนจากต่างประเทศของไทยหายไปอย่างมากตลอดเกือบ 5 ปีนี้ โดยจะส่งผลถึงการส่งออกของไทยในอนาคตด้วย 2. เร่งสอบถามและเร่งรัดให้บริษัทต่างๆที่ขอส่งเสริมการลงทุนค้างไว้จำนวนมาก ซึ่งน่าจะมียอดการลงทุนค้างอยู่เป็นล้านล้านบาท ให้เริ่มลงทุน (ถ้าหากบริษัทเหล่านั้นยังไม่ได้ย้ายไปลงทุนในประเทศอื่นแล้ว) โดยเสนอให้ความสะดวกและให้การสนับสนุนในทุกด้าน 3. เร่งเจรจากับนักลงทุนต่างประเทศจากประเทศที่สำคัญ เช่น ญี่ปุ่น อียู สหรัฐ ฯลฯ เพื่อแจ้งให้ทราบว่าประเทศกลับสู่ระบอบประชาธิปไตยแล้วและพร้อมสนับสนุนการลงทุนจากต่างประเทศในทุกด้าน รวมถึงการแก้ไขกฏระเบียบที่เป็นอุปสรรคในการลงทุน อีกทั้งแก้ไขข้อจำกัดต่างๆ จากดัชนีความสะดวกในการลงทุนที่เพิ่มขึ้นของรัฐบาลนี้ 4. ขอความร่วมมือจากธนาคารแห่งประเทศไทย ให้พิจารณาอย่าเพิ่งขึ้นดอกเบี้ย นอกจากจะมีความจำเป็นจริงๆเท่านั้น โดยอยากเห็นค่าเงินบาทที่อ่อน เพื่อสนับสนุนการส่งออก ในภาวะที่ประเทศไทยต้องฟื้นฟูเศรษฐกิจที่ตกต่ำกันต่อเนื่องมาหลายปีติดกัน นี่เป็นเพียงบางมาตรการเร่ิมต้นในการฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศไทยที่ทรุดหนักมาหลายปี โดยมุ่งเน้นการฟื้นส่งออกและการฟื้นฟูการลงทุนจากต่างประเทศที่เป็นปัญหามาตลอดหลังการปฏิวัติ และอยากให้รัฐบาลหลังการเลือกตั้งพิจารณานำไปใช้ปฏิบัติไม่ว่าใครจะชนะการเลือกตั้ง แต่หากเป็นรัฐบาลเดิมกลับมาบริหารประเทศอีก อาจจะไม่สามารถสร้างความเชื่อมั่นและฟื้นความมั่นใจได้ ทั้งนี้จะนำเสนอแนวทางการฟื้นเศรษฐกิจในด้านอื่นๆต่อไป
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ครม.อนุมัติงบประมาณเพิ่มเต...
23 มิ.ย. 2569
รัฐบาลเร่งสร้างเครือข่ายเฝ...
14 ก.ค. 2569
ครม. อนุมัติ 7.2 พันล้าน ส...
06 ส.ค. 2569
รัฐบาลเดินหน้าแก้ปัญหาที่ท...
02 มิ.ย. 2569
สถาบันพระปกเกล้า เปิดเผยผล...
22 พ.ค. 2569
ก้าวข้ามยุทธศาสตร์พึ่งต่าง...
09 ส.ค. 2569
หนังสือพิมพ์ OPT NEWS ONLINE
ฉบับที่ 481 ปักษ์แรก
วันที่ 1-15 สิงหาคม 2569
อปท.นิวส์
อปท.นิวส์เชิญเป็นแขก
ดูทั้งหมด
จินดารัตน์ วิริยะทวีกุล ผู้อำนวยการ สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ
30 ก.ค. 2569
อปท.นิวส์เชิญเป็นแขก 481 หนี้ ที่ถือได้ว่า หนี้สาธารณะ เป็นเรื่องหนึ่งที่สังคมไทยพูดถึง และห่วงใยกันมาตลอด เพราะหนี้มีมากก็หมายถึง เครดิตของประเทศก็จะลดลง กล่าวกันว่า ปัญหา หนี้สาธารณะ คือภาวะที่รัฐบาลมีหนี้สินสะสมจาก การกู้ยืมเงินเพื่อชดเชยการขาดดุลงป...