ปากเสียงของคนท้องถิ่น เพื่อการพัฒนาประเทศ
ความสัมพันธ์ไทย - จีน และ เศรษฐกิจเพื่อนบ้าน ย้อนกลับ
สีจิ้นผิงนำพาสายสัมพันธ์ 'จีน-สหรัฐฯ' มุ่งหน้าสู่เสถียรภาพ
22 ก.ย. 2569

ปักกิ่ง, 22 ก.ย. (ซินหัว) -- สีจิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน มีกำหนดเดินทางไปสหรัฐฯ เพื่อการเยือนอย่างเป็นทางการและร่วมประชุมครั้งสำคัญกับโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ซึ่งจะทำให้ผู้นำจีนและสหรัฐฯ ต่างเดินทางเยือนประเทศของอีกฝ่ายภายในเวลาไม่กี่เดือน และนับเป็นการเยือนสหรัฐฯ อย่างเป็นทางการครั้งที่สองของสีจิ้นผิง หลังจากการเยือนครั้งแรกในปี 2015
ความสัมพันธ์ทวิภาคีที่สำคัญที่สุดในโลกเผชิญเส้นทางที่มีอุปสรรคกว่าหนึ่งทศวรรษที่ผ่านมา วิธีการที่จีนและสหรัฐฯ บริหารจัดการความสัมพันธ์ระหว่างกัน ซึ่งรวมถึงการหาพื้นที่สำหรับทำงานร่วมกัน จึงยิ่งมีความสลักสำคัญและส่งผลกระทบต่อทั้งสองประเทศและโลกโดยรวม
วิสัยทัศน์ใหม่

เมื่อเดือนพฤษภาคม ระหว่างการต้อนรับประธานาธิบดีทรัมป์ ณ กรุงปักกิ่ง สีจิ้นผิงเปิดการเจรจาด้วยคำถาม 3 ข้อ ได้แก่ จีนและสหรัฐฯ สามารถก้าวข้ามกับดักธูซิดิดิส (Thucydides Trap) และสร้างกระบวนทัศน์ใหม่ของความสัมพันธ์ระหว่างประเทศใหญ่ได้หรือไม่ ทั้งสองฝ่ายจะสามารถรับมือกับความท้าทายระดับโลกร่วมกันและมอบเสถียรภาพที่ยิ่งใหญ่ยิ่งขึ้นให้แก่โลกได้หรือไม่ และจะสามารถร่วมสร้างอนาคตอันสดใสให้แก่ความสัมพันธ์ทวิภาคีเพื่อประโยชน์สุขของประชาชนทั้งสองประเทศและอนาคตของมนุษยชาติได้หรือไม่

คำถามเหล่านี้ถูกหยิบยกขึ้นมาท่ามกลางฉากหลังของความสัมพันธ์ทวิภาคีที่ผันผวนมานานหลายปี ตั้งแต่ข้อพิพาททางการค้าไปจนถึงมาตรการจำกัดทางเทคโนโลยี และสีจิ้นผิงเน้นย้ำหลายครั้งถึงความจำเป็นในการค้นหาวิธีการที่ถูกต้องสำหรับการอยู่ร่วมกันของสองประเทศใหญ่ ซึ่งการประชุมสุดยอดที่ปักกิ่งได้มอบแรงขับเคลื่อนใหม่อีกครั้ง โดยสีจิ้นผิงและทรัมป์เห็นพ้องกับวิสัยทัศน์ใหม่ในการสร้างความสัมพันธ์จีน-สหรัฐฯ เชิงสร้างสรรค์ที่มีเสถียรภาพเชิงยุทธศาสตร์ในช่วง 3 ปีข้างหน้าและต่อจากนั้น
ช่วงที่ผ่านมาความสัมพันธ์จีน-สหรัฐฯ ก้าวหน้าไปตามแนวทางที่ผู้นำสองประเทศวางไว้ โดยนับตั้งแต่ทรัมป์ได้รับเลือกตั้งกลับมาดำรงตำแหน่งอีกครั้ง สีจิ้นผิงได้รักษาการติดต่อสื่อสารผ่านหลายช่องทาง ทั้งการพบปะแบบต่อหน้าและการหารือทางโทรศัพท์ ซึ่งบางครั้งเป็นไปในลักษณะที่ไม่เป็นทางการ

ระหว่างที่ทรัมป์เยือนจีนเมื่อเดือนพฤษภาคม สีจิ้นผิงได้กล่าวว่าขณะที่ทรัมป์หวังที่จะทำให้อเมริกากลับมายิ่งใหญ่อีกครั้ง ตนมุ่งมั่นนำพาประชาชนจีนไปสู่การฟื้นฟูอันยิ่งใหญ่ของชาติจีน พร้อมเรียกร้องให้ทั้งสองฝ่ายยึดมั่นในทิศทางที่ถูกต้อง หลีกเลี่ยงปัจจัยที่ก่อเกิดการรบกวน และร่วมกันผลักดันความสัมพันธ์ทวิภาคีให้พัฒนาอย่างมั่นคง
พลังค้ำจุนและขับเคลื่อน

เมื่อปี 2025 สีจิ้นผิงกล่าวกับทรัมป์ ณ เมืองปูซานของเกาหลีใต้ ว่าความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจและการค้าควรทำหน้าที่เป็นพลังค้ำจุนและขับเคลื่อนความสัมพันธ์จีน-สหรัฐฯ มิใช่กลายเป็นอุปสรรคหรือจุดชนวนความขัดแย้ง อีกทั้งย้ำอยู่เสมอในการหารือกับทรัมป์และบนเวทีระหว่างประเทศว่าไม่มีผู้ชนะในสงครามการค้า และในการประชุมสุดยอดบริกส์ในกรุงนิวเดลี สีจิ้นผิงได้กล่าวย้ำอีกครั้งว่าข้อเท็จจริงจะพิสูจน์ให้เห็นว่าการแยกตัวและตัดขาดห่วงโซ่อุปทานจะไม่สามารถขัดขวางกระบวนการพัฒนาของเราได้

จีนได้ดำเนินมาตรการตอบโต้เด็ดขาดควบคู่ไปกับการเดินหน้าเจรจากับสหรัฐฯ เพื่อจัดการข้อขัดแย้งหลังจากที่สหรัฐฯ ปรับขึ้นภาษีนำเข้าอย่างรวดเร็วในปี 2025 และเมื่อสีจิ้นผิงและทรัมป์พบกันอีกครั้งในกรุงปักกิ่ง คณะทำงานด้านเศรษฐกิจและการค้าของทั้งสองฝ่ายได้บรรลุผลลัพธ์เชิงบวกและสมดุลในภาพรวม ซึ่งการหารือได้ดำเนินมาอย่างต่อเนื่องและการเจรจารอบล่าสุดได้เสร็จสิ้นลงในนครนิวยอร์กของสหรัฐฯ เมื่อวันที่ 20 ก.ย.

ระหว่างการเยือนเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา สีจิ้นผิงได้ร่วมหารือกับทรัมป์ ณ อาคารมหาศาลาประชาชนในกรุงปักกิ่งของจีน พร้อมด้วยผู้บริหารกว่าสิบคนจากบริษัทชั้นนำระดับแนวหน้าของสหรัฐฯ เช่น แอปเปิล เอ็นวิเดีย เทสลา และโบอิง โดยทรัมป์แนะนำผู้นำทางธุรกิจทีละคนให้สีจิ้นผิงได้รู้จัก ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญที่เขาให้กับคณะผู้แทนชุดนี้
เชื่อมโยงสองฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิก

สีจิ้นผิงกล่าวว่ามิตรภาพที่เกิดจากการติดต่อสื่อสารอย่างใกล้ชิดระหว่างประชาชนคือหัวใจสำคัญของความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างประเทศ และสำหรับตนแล้ว พื้นฐานความสัมพันธ์จีน-สหรัฐฯ ถูกกำหนดโดยประชาชนของทั้งสองประเทศ โดยระหว่างเดินทางไปร่วมการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปคที่ซานฟรานซิสโกเมื่อปี 2023 สีจิ้นผิงได้ประกาศโครงการเชิญชวนคนรุ่นใหม่ชาวอเมริกันมาแลกเปลี่ยนและศึกษาต่อที่จีน จำนวน 50,000 คน ภายใน 5 ปีข้างหน้า ซึ่งเป้าหมายนี้บรรลุผลสำเร็จตั้งแต่เดือนพฤษภาคมปีนี้ ก่อนกำหนดถึง 2 ปี 6 เดือน

ก่อนการเดินทางเยือนสหรัฐฯ ของสีจิ้นผิง เรื่องราวความประทับใจเกี่ยวกับมิตรภาพข้ามมหาสมุทรแปซิฟิกอีกเรื่องหนึ่งได้กลายเป็นกระแสโด่งดังในโลกออนไลน์ โดยย้อนกลับไปเมื่อปี 1999 โรนัลด์ ซาโคลสกี ครูชาวอเมริกัน ได้บริจาคเงิน 5,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1.64 แสนบาท) เพื่อสนับสนุนอินอวี้เจิน หญิงชาวจีนที่พยายามควบคุมการแปรสภาพเป็นทะเลทราย ในเขตปกครองตนเองมองโกเลียในทางตอนเหนือของจีน  

วันเวลาผ่านไป ต้นกล้าที่ซื้อและนำไปปลูกด้วยเงินบริจาคดังกล่าวได้เติบโตจนกลายเป็นผืนป่าที่มีต้นไม้สูงใหญ่กว่า 50,000 ต้นในเวลาต่อมา โดยซาโคลสกีและอินได้กลับมาพบปะกันอีกครั้งที่จีนในเดือนสิงหาคม และเมื่อถูกถามว่ามีข้อความใดที่อยากนำกลับไปบอกที่สหรัฐฯ คำตอบของซาโคลสกีคือ "สะพาน" เขาเชื่อว่าการพบปะระหว่างสีจิ้นผิงกับโดนัลด์ ทรัมป์ที่กำลังจะเกิดขึ้น จะช่วยสร้างสะพานเชื่อมนั้นขึ้นมาได้ โดยจีนพร้อมที่จะฟื้นฟูสะพานแห่งนี้ขึ้นมาใหม่แล้ว และตนเชื่อว่าสหรัฐฯ พร้อมแล้วเช่นเดียวกัน

(แฟ้มภาพซินหัว : สีจิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน และโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ จัดการประชุมแบบจำกัดวงที่เรือนรับรองจงหนานไห่ ในกรุงปักกิ่งของจีน วันที่ 15 พ.ค. 2026)

หนังสือพิมพ์ OPT NEWS ONLINE
วันที่ 16-31 กันยายน 2569
อปท.นิวส์เชิญเป็นแขก ดูทั้งหมด
30 ก.ค. 2569
อปท.นิวส์เชิญเป็นแขก 481 หนี้ ที่ถือได้ว่า หนี้สาธารณะ เป็นเรื่องหนึ่งที่สังคมไทยพูดถึง และห่วงใยกันมาตลอด เพราะหนี้มีมากก็หมายถึง เครดิตของประเทศก็จะลดลง กล่าวกันว่า ปัญหา หนี้สาธารณะ คือภาวะที่รัฐบาลมีหนี้สินสะสมจาก การกู้ยืมเงินเพื่อชดเชยการขาดดุลงป...