เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 12 สิงหาคม 2569 มีข่าวสารได้รับแจ้งเบื้องต้นว่า นายประมวล รุจนเสรี อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดกำแพงเพชร อธิบดีกรมการปกครอง และอดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ถึงแก่อสัญกรรมโดยสงบ ในอายุ 87 ปี ซึ่งนายประมวล เป็นบิดาของ นายชาธิป รุจนเสรี ผู้ว่าราชการจังหวัดกำแพงเพชรปัจจุบัน
สำหรับกำหนดการในเบื้องต้นจะมีพิธีรดน้ำวันที่ 14 สิงหาคม 2569 พิธีสวดพระอภิธรรม ระหว่างวันที่ 14-18 สิงหาคม 2569 เวลา 19.00 น. และพิธีพระราชทานเพลิงในวันที่ 19 สิงหาคม 2569 เวลา 15.00 น. ณ วัดชลประทานรังสฤษดิ์ กทม.
ทางด้าน นายกฤช กระแสร์ทิพย์ เป็นอดีตรองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ และอดีตผู้บัญชาการเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร ได้โพสต์ข้อความแสดงความอาลัยผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า “ขอแสดงความอาลัยต่อการจากไปของ นายประมวล รุจนเสรี อดีตอธิบดีกรมการปกครอง ท่านเป็นต้นแบบนักปกครองที่ มีความรัก ความหวังดีต่อชาติบ้านเมือง เป็นผู้ที่มุ่งมั่นธำรงไว้ซึ่งมาตรฐานธรรมาภิบาล และมุ่งสร้างระบบราชการที่มีคุณธรรม ในยุคที่ท่านเป็นอธิบดีกรมการปกครอง ไม่รับตั๋วนักการเมืองที่ฝากคนเข้าโรงเรียนในอำเภอ จนถูกย้ายไปเป็นรองปลัดกระทรวงมหาดไทย ท่านเริ่มปฏิบัติธรรมจริงจัง และมีใจฝักใฝ่ในพระพุทธศาสนาตั้งแต่เป็นรองผู้ว่าราชการจังหวัดกำแพงเพชร อายุเพียง 40 เศษ ภูมิใจที่สมัยหนึ่งเคยเป็นหน้าห้องของท่าน ขอให้ดวงวิญญาณของท่านจงไปสู่สุคติ ในสัมปรายภพ”
ประวัติ “ประมวล รุจนเสรี” สำหรับ นายประมวล รุจนเสรี เกิดเมื่อ 21 มีนาคม พ.ศ. 2482 อายุ 87 ปี เป็นชาวตำบลแม่สะเรียง อำเภอแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน สมรสกับ นางวันเพ็ญ รุจนเสรี มีบุตร-ธิดา 3 คน สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
ในชีวิตการทำงาน นายประมวล รับราชการในกระทรวงมหาดไทยมาโดยตลอด จนกระทั่งเกษียณอายุราชการในตำแหน่งอธิบดีกรมการปกครอง ต่อมาจึงเข้าสู่การเมืองในฐานะรองหัวหน้าพรรคไทยรักไทย เคยดำรงตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) แบบบัญชีรายชื่อ สังกัดพรรคไทยรักไทย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย และที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีในรัฐบาล นายทักษิณ ชินวัตร
ต่อมาเกิดวิกฤติการเมืองในประเทศไทย พ.ศ. 2548-2550 เมื่อ นายเสนาะ เทียนทอง ประธานที่ปรึกษาพรรคไทยรักไทย เริ่มไม่ลงรอยกับ นายทักษิณ ขณะที่นายประมวล ซึ่งเป็นผู้ที่สนิทกับนายเสนาะ ได้เขียนหนังสือออกมา 2 เล่ม ซึ่งเป็นที่ฮือฮาและกล่าวขานอย่างมาก คือ การใช้อำนาจเป็นธรรมชาติของมนุษย์ และพระราชอำนาจ โดยเฉพาะหนังสือพระราชอำนาจ ปีย์ มาลากุล ณ อยุธยา ได้อัญเชิญกระแสพระราชดำรัส พระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร มาแจ้งกับนายประมวล ว่าเมื่อได้ทอดพระเนตรแล้ว ได้มีพระราชดำรัสว่า “…เราอ่านแล้ว เราชอบมาก เขียนได้ดี เขียนได้ถูกต้อง”
ในเวลาต่อมาเกิดการขับไล่ นายทักษิณ ซึ่งขณะนั้นยังมียศเป็น พ.ต.ท. ในปี 2549 ที่ท้องสนามหลวง นายประมวล ได้ขึ้นเวทีปราศรัยพร้อมกับนายเสนาะ ด้วย ก่อนที่นายประมวล จะได้เข้าร่วมงานกับพรรคประชาราช แต่ในกลางปี 2550 ก็ออกจากพรรคประชาราช เพื่อดำเนินงานทางการเมืองด้วยตนเอง และมีข่าวว่าอาจไปร่วมงานกับทางพรรคประชาธิปัตย์หากตั้งพรรคการเมืองของตัวเองไม่สำเร็จ แต่ท้ายที่สุดก็จัดตั้งพรรคการเมืองขึ้นมา คือ พรรคประชามติ และดำรงตำแหน่งเป็นหัวหน้าพรรค