ผู้พัฒนาพันธุ์ไก่รายใหญ่อันดับ 3 ของโลก เดินหน้าขยายตลาดสู่ระดับสากล ตั้งเป้าเป็นผู้นำอุตสาหกรรมสัตว์ปีกโลก
บ. บริษัท ยู่โข่ว อุตสาหกรรมสัตว์ปีก จำกัด ( 峪口禽业 หรือ Yukou Poultry Industry ) บริษัทเทคโนโลยีชีวภาพในกรุงปักกิ่ง ซึ่งดำเนินธุรกิจด้านการปรับปรุงพันธุ์สัตว์ปีกมานานกว่า 50 ปี เปิดเผยทิศทางการพัฒนาธุรกิจ โดยปัจจุบันแบ่งการดำเนินงานออกเป็น 5 กลุ่มหลัก ได้แก่ ธุรกิจปรับปรุงพันธุ์ไก่ไข่ ธุรกิจอุตสาหกรรมไก่ไข่ ธุรกิจไก่เนื้อ ธุรกิจเทคโนโลยีดิจิทัล และธุรกิจต่างประเทศที่จัดตั้งขึ้นใหม่เพื่อรองรับการขยายตลาดทั่วโลก
ตลอดระยะเวลากว่าครึ่งศตวรรษ บริษัทประสบความสำเร็จสำคัญ 3 ประการ ได้แก่ การก้าวขึ้นเป็น หนึ่งในสามบริษัทปรับปรุงพันธุ์ไก่ไข่ที่ใหญ่ที่สุดของโลก รองจากบริษัทชั้นนำจากเยอรมนีและเนเธอร์แลนด์
นอกจากนี้ บริษัทยังเป็น ผู้ผลิตลูกไก่ไข่เชิงพาณิชย์รายใหญ่ที่สุดของโลก โดยสามารถผลิตแม่ไก่ไข่เพื่อการค้าได้ราว 350 ล้านตัวต่อปี จากกำลังการผลิตพ่อแม่พันธุ์หลายล้านตัว
อีกหนึ่งความสำเร็จ คือการเป็น แบรนด์อันดับหนึ่งด้านไก่ไข่ของจีน ปัจจุบันบริษัทครองส่วนแบ่งตลาดในประเทศประมาณ 60% ขณะที่จีนเป็นผู้ผลิตไข่ไก่เกือบ 40% ของทั้งโลก ส่งผลให้สายพันธุ์ของบริษัทคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 20% ของตลาดโลก โดยบริษัทระบุว่า “ชาวจีนกินไข่ทุก 2 ฟอง จะมีอย่างน้อย 1 ฟองที่มาจากสายพันธุ์ของบริษัท”
ก่อนปี 2551 จีนต้องพึ่งพาการนำเข้าพันธุ์ไก่จากต่างประเทศมากกว่า 80% แต่หลังจากบริษัทลงทุนวิจัยและพัฒนาต่อเนื่องกว่า 20 ปี จีนสามารถพึ่งพาพันธุ์ไก่ที่พัฒนาภายในประเทศได้มากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
บริษัทได้สร้างระบบการปรับปรุงพันธุ์เชิงพาณิชย์แบบครบวงจร ตั้งแต่การอนุรักษ์พันธุกรรม การพัฒนาสายพันธุ์ การขยายพันธุ์ จนถึงการผลิตเชิงอุตสาหกรรม เพื่อให้สามารถจัดหาพันธุ์สัตว์ปีกได้อย่างมั่นคง โดยได้รับการรับรองเป็นศูนย์ปรับปรุงพันธุ์ระดับชาติและศูนย์ปลอดโรคระดับชาติของจีน
ด้านไก่ไข่ บริษัทได้พัฒนาสายพันธุ์ใหม่ 5 กลุ่ม ซึ่งมีความแตกต่างทั้งสีขน สีเปลือกไข่ และขนาดไข่ เพื่อตอบสนองความต้องการของตลาดในแต่ละภูมิภาค โดยจนถึงปี 2563 มีการส่งเสริมการเลี้ยงสะสมแล้วมากกว่า 8,000 ล้านตัว
ส่วนธุรกิจไก่เนื้อ บริษัทมีสายพันธุ์ไก่เนื้อ 8 สายพันธุ์ ครอบคลุมทั้งไก่ขาวเชิงอุตสาหกรรมและไก่พื้นเมือง เพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคที่หลากหลาย พร้อมทั้งขยายกำลังการผลิตอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดได้ก่อสร้างโรงฟักไข่แห่งใหม่ในมณฑลซานตง ซึ่งสามารถผลิตลูกไก่ได้ 500 ล้านตัวต่อปี นับเป็นหนึ่งในฐานการฟักไข่ขนาดใหญ่ที่สุดของโลก
บริษัทระบุว่า สายพันธุ์ที่พัฒนาขึ้นมีจุดเด่นด้านอัตราการสืบพันธุ์ อัตราการรอดชีวิตของลูกไก่ และประสิทธิภาพการผลิตที่สูง ส่งผลให้ต้นทุนการผลิตอาหารลดลงและช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมสัตว์ปีก
สำหรับแผนในอนาคต บริษัทตั้งเป้าก้าวสู่การเป็น บริษัทเทคโนโลยีชีวภาพระดับโลก พร้อมยกระดับคุณภาพสายพันธุ์สัตว์ปีกให้เป็นผู้นำของโลก โดยตั้งเป้าให้สายพันธุ์ไก่ของบริษัทมีสมรรถนะติดอันดับโลก และเพิ่มส่วนแบ่งตลาดในประเทศอย่างต่อเนื่องควบคู่กับการขยายธุรกิจสู่ต่างประเทศ
นอกจากการพัฒนาคุณภาพผลิตภัณฑ์แล้ว บริษัทยังให้ความสำคัญกับการสร้างผลตอบแทนทางเศรษฐกิจ และตั้งเป้าพัฒนาอุตสาหกรรมสัตว์ปีกให้มีมูลค่าระดับ ล้านล้านหยวน ผ่านการยกระดับเทคโนโลยี การวิจัย และนวัตกรรม เพื่อรองรับความมั่นคงทางอาหารของจีนและตลาดโลกในอนาคต
ด้านเทคโนโลยี บริษัทยังนำเทคโนโลยีดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ามายกระดับการเลี้ยงไก่ตลอดทั้งห่วงโซ่การผลิต ตั้งแต่การสั่งซื้อลูกไก่ การจัดการฟาร์ม ไปจนถึงการให้บริการหลังการขาย
บริษัทได้พัฒนา แพลตฟอร์มอัจฉริยะสำหรับการเลี้ยงไก่ (Smart Poultry Platform) ซึ่งช่วยให้เกษตรกรสามารถติดตามข้อมูลการเลี้ยงแบบเรียลไทม์ พร้อมรับคำแนะนำด้านเทคนิคจากผู้เชี่ยวชาญผ่านระบบออนไลน์ ทั้งวิดีโอสอน การวินิจฉัยปัญหา และการให้คำปรึกษาระยะไกล เพื่อช่วยให้เกษตรกรเข้าใจสุขภาพของฝูงไก่ เพิ่มประสิทธิภาพการเลี้ยง และลดความสูญเสีย
ข้อมูลที่เกิดขึ้นระหว่างการให้บริการยังถูกนำมาวิเคราะห์และสะสมเป็นฐานข้อมูลขนาดใหญ่ เพื่อใช้ปรับปรุงการพัฒนาสายพันธุ์และรูปแบบการเลี้ยงให้ตอบโจทย์ความต้องการของเกษตรกรในแต่ละพื้นที่มากยิ่งขึ้น
ปัจจุบัน แพลตฟอร์มดังกล่าวครอบคลุมข้อมูลฟาร์มไก่ทั่วประเทศจีนกว่า 70.5% มีผู้ใช้งานลงทะเบียนมากกว่า 240,000 ราย ให้บริการเกษตรกรผู้เลี้ยงไก่เกือบ 50,000 ฟาร์ม และมีมูลค่าการซื้อขายผ่านระบบสะสมมากกว่า 15,000 ล้านหยวน
บริษัทระบุว่า เป้าหมายของแพลตฟอร์มคือการให้บริการแบบ “One-stop Service” หรือบริการครบวงจร ตั้งแต่การจัดหาพันธุ์ไก่ เทคโนโลยีการเลี้ยง ผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้อง ไปจนถึงการสนับสนุนด้านเทคนิค เพื่อช่วยให้เกษตรกรเลี้ยงไก่ได้ง่ายขึ้น มีประสิทธิภาพมากขึ้น และสร้างผลตอบแทนที่ยั่งยืน
ในส่วนของการขยายธุรกิจสู่ต่างประเทศ บริษัทเปิดเผยว่า ได้จัดตั้ง ฝ่ายธุรกิจระหว่างประเทศ เพื่อวางยุทธศาสตร์การเติบโตในตลาดโลก โดยมุ่งผลักดันเทคโนโลยีการปรับปรุงพันธุ์สัตว์ปีกของจีนออกสู่ต่างประเทศ พร้อมสร้างความร่วมมือกับพันธมิตรในหลายภูมิภาค เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมสัตว์ปีกจีนในระดับสากล
บริษัทผู้พัฒนาพันธุ์ไก่จีนรุกตลาดโลก ตั้งเป้าส่งออกครบวงจร “พันธุ์ไก่-อาหารสัตว์-เทคโนโลยี” ตอบโจทย์ความมั่นคงด้านโปรตีน
บริษัทเปิดเผยว่า การขยายธุรกิจสู่ตลาดต่างประเทศเริ่มเห็นผลอย่างเป็นรูปธรรม โดยสามารถส่งออก พันธุ์ไก่ไข่ “Jinghong No.1” และพันธุ์ไก่เนื้อ “Jing No.188” ไปยังประเทศแทนซาเนียในทวีปแอฟริกา ซึ่งได้รับการตอบรับที่ดีและมีการสั่งซื้อซ้ำอย่างต่อเนื่อง ถือเป็นก้าวแรกของการสร้างแบรนด์ในตลาดโลก
นอกจากนี้ ในเดือนมิถุนายน ปี 2567 บริษัทได้เริ่มส่งออก อาหารสัตว์ ไปยังประเทศมาลี โดยมียอดส่งออกสะสมมากกว่า 500 ตัน สะท้อนแนวคิดการพัฒนาธุรกิจแบบครบวงจร ที่ไม่ได้จำหน่ายเพียงสายพันธุ์ไก่ แต่ยังจัดหาอาหารสัตว์ควบคู่กัน เพื่อให้ไก่มีโภชนาการที่เหมาะสม สามารถผลิตไข่และเนื้อคุณภาพสูงได้อย่างเต็มศักยภาพ
ในส่วนของการส่งออก บริษัทระบุว่า มีการปรับรูปแบบสินค้าให้สอดคล้องกับกฎระเบียบของแต่ละประเทศ ทั้งการส่งออกไข่ฟัก พ่อแม่พันธุ์ ลูกไก่ หรือผลิตภัณฑ์อื่น ๆ โดยปัจจุบันได้ส่งออกไปยัง มากกว่า 10 ประเทศ อาทิ ทาจิกิสถาน ปากีสถาน แทนซาเนีย และมาลี ขณะเดียวกันยังอยู่ระหว่างเจรจาเพื่อขยายตลาดไปยังอีกหลายประเทศ
กลยุทธ์สำคัญของบริษัทคือการให้บริการแบบ “One-stop Solution” ครอบคลุมตั้งแต่การจัดหาพันธุ์ไก่ไข่ พันธุ์ไก่เนื้อ อาหารสัตว์ อุปกรณ์ฟาร์ม ระบบการเลี้ยง ตลอดจนการถ่ายทอดเทคโนโลยีและองค์ความรู้ด้านการจัดการฟาร์ม เพื่อช่วยให้ลูกค้าในแต่ละประเทศสามารถใช้ศักยภาพของสายพันธุ์ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ และผลิตไข่กับเนื้อไก่คุณภาพสูง
บริษัทระบุว่า แต่ละประเทศมีข้อกำหนดด้านการนำเข้าและมาตรฐานด้านสุขอนามัยที่แตกต่างกัน จึงออกแบบ โซลูชันเฉพาะสำหรับแต่ละประเทศ โดยคำนึงถึงกฎระเบียบการนำเข้า ระบบโลจิสติกส์ สภาพภูมิอากาศ และเทคโนโลยีการเลี้ยงของท้องถิ่น เพื่อให้การลงทุนและการดำเนินธุรกิจมีประสิทธิภาพสูงสุด
ด้านศักยภาพการผลิต บริษัทเปิดเผยว่า หากเดินเครื่องเต็มกำลัง กำลังการผลิตสายพันธุ์ไก่ไข่สามารถรองรับความต้องการของตลาดโลกได้ในอนาคต ขณะที่สายพันธุ์ไก่เนื้อในปัจจุบันสามารถตอบสนองความต้องการของตลาดจีนได้ทั้งหมด และยังมีแผนขยายกำลังการผลิตเพื่อรองรับความต้องการในตลาดโลกต่อไป
ในระยะต่อไป บริษัทมีแผนจัดตั้ง ฐานการผลิตในภูมิภาคตะวันออกกลางและเอเชียตะวันตก เพื่อใช้เป็นศูนย์กลางกระจายสินค้าและขยายการลงทุนไปยังประเทศใกล้เคียง
ผู้บริหารระบุว่า ยุทธศาสตร์หลักของบริษัทคือ “พันธุ์สัตว์ + เทคโนโลยี + บริการ” (Breeding + Technology + Service) โดยมุ่งสร้างเครือข่ายอุตสาหกรรมสัตว์ปีกแบบครบวงจร ตั้งแต่การปรับปรุงพันธุ์ การผลิต การขนส่ง การสนับสนุนทางเทคนิค และการบริการหลังการขาย เพื่อช่วยเพิ่มการผลิตโปรตีนคุณภาพสูง ทั้งไข่และเนื้อไก่ รองรับความต้องการด้านความมั่นคงทางอาหารของประชากรโลกที่เพิ่มขึ้นในอนาคต.
ภาพ-ข่าว : มณีนาถ อ่อนพรรณา