เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภอบางปะอิน พร้อมตำรวจ สภ.บางปะอิน เทศบาลเมืองบ้านสร้าง และหน่วยงานด้านสิ่งแวดล้อม ลงพื้นที่ตรวจสอบกรณีลักลอบนำขยะจำนวนมหาศาลมาทิ้งภายในบ่อดินเก่า หมู่ 3 ตำบลบ้านสร้าง อำเภอบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา หลังชาวบ้านร้องเรียนได้รับผลกระทบจากกลิ่นเหม็นเน่ารุนแรงนานหลายวัน พร้อมหวั่นเกรงว่าอาจเป็นขยะจากโรงงานอุตสาหกรรมที่มีสารปนเปื้อน ส่งผลกระทบต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะผู้ป่วยติดเตียง เด็กเล็ก และผู้สูงอายุในชุมชน
เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2569 ว่าที่ร้อยเอกทวีพงษ์ รินนาศักดิ์ ปลัดอำเภอบางปะอิน พร้อมด้วยนายสุทิน โชคกิจ นายกเทศมนตรีเมืองบ้านสร้าง พ.ต.ท.นราธิป สุทนต์ รองผู้กำกับการ (สอบสวน) สภ.บางปะอิน นายจักรกฤษณ์ จันตน กำนันตำบลบ้านสร้าง รวมทั้งเจ้าหน้าที่สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดพระนครศรีอยุธยา สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัด และสำนักงานสาธารณสุขอำเภอ ร่วมกันลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง

จากการตรวจสอบพบกองขยะจำนวนมากถูกนำมากองไว้บริเวณริมบ่อดินเก่า โดยมีข้อมูลว่ามีการใช้รถบรรทุกพ่วงลักลอบขนขยะจากพื้นที่อื่นเข้ามาทิ้งหลายครั้ง ชาวบ้านเริ่มสงสัยหลังพบรถบรรทุกวิ่งเข้าออกพื้นที่เป็นประจำ ก่อนจะได้กลิ่นเหม็นรุนแรงจนต้องเข้าไปตรวจสอบ และพบรถบรรทุกกำลังนำขยะเข้ามาทิ้ง จึงแจ้งเทศบาลเมืองบ้านสร้างและเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าระงับเหตุ
นายสมหมาย จันทร์พิสาร อายุ 67 ปี ชาวบ้านหมู่ 3 เปิดเผยว่า ในช่วงแรกคิดว่าเจ้าของพื้นที่กำลังปรับปรุงที่ดิน จึงไม่ได้เอะใจ แต่เมื่อเวลาผ่านไปกลับมีกลิ่นเหม็นรุนแรงจนทนไม่ไหว เมื่อเข้าไปดูพบรถบรรทุกกำลังเทขยะลงในพื้นที่ โดยผู้ขนขยะอ้างว่าจะนำขยะเข้ามาทิ้งวันละประมาณ 10 รถพ่วง เพราะเป็นที่ดินเอกชน แต่เมื่อเทศบาลเข้าตรวจสอบพบว่าพื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่สีเขียว และไม่มีการขออนุญาตใช้เป็นสถานที่กำจัดขยะ จึงสั่งระงับทันที พร้อมแจ้งตำรวจตรวจยึดรถบรรทุกไว้เป็นของกลาง
ชาวบ้านระบุว่า กลิ่นจากกองขยะส่งผลกระทบต่อการดำรงชีวิตอย่างหนัก โดยเฉพาะในช่วงฝนตก กลิ่นจะฟุ้งกระจายไปทั่วหมู่บ้าน ทำให้ผู้ป่วยติดเตียง เด็กเล็ก และผู้สูงอายุได้รับความเดือดร้อน พร้อมเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งตรวจสอบว่าขยะดังกล่าวเป็นขยะทั่วไปหรือขยะอุตสาหกรรม เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชน
ด้าน นาย ธีระพล คล้องช้าง อายุ 70 เจ้าของบ่อดินยืนยันว่า ไม่ทราบว่ามีการนำขยะมาทิ้งในพื้นที่ เนื่องจากไม่ได้ใช้ประโยชน์จากบ่อดินแห่งนี้มาหลายปี และเพิ่งทราบเรื่องจากเทศบาลและชาวบ้าน โดยระบุว่าผู้ที่นำขยะมาทิ้งเป็นอดีตหุ้นส่วนทางธุรกิจ พร้อมยืนยันว่าไม่เห็นด้วยกับการกระทำดังกล่าว และต้องการให้ขนย้ายขยะออกจากพื้นที่ทั้งหมดโดยเร็ว
ว่าที่ร้อยเอกทวีพงษ์ รินนาศักดิ์ ปลัดอำเภอบางปะอิน เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบพบว่ามีการลักลอบนำขยะมาทิ้งจริง เบื้องต้นเทศบาลเมืองบ้านสร้างได้แจ้งความดำเนินคดีตามมาตรา 19 แห่งพระราชบัญญัติการสาธารณสุข ในข้อหาลักลอบนำขยะมาทิ้งโดยไม่ได้รับอนุญาต ขณะที่ตำรวจ สภ.บางปะอิน ได้ตรวจยึดรถบรรทุกพ่วงไว้ 1 คัน พร้อมควบคุมตัวผู้ขับขี่ไว้ดำเนินคดี และอยู่ระหว่างสืบสวนขยายผลถึงแหล่งที่มาของขยะ รวมถึงตรวจสอบว่ามีการกระทำผิดกฎหมายด้านสิ่งแวดล้อมหรือกฎหมายโรงงานเพิ่มเติมหรือไม่
ทั้งนี้ เทศบาลเมืองบ้านสร้างได้กำหนดให้ผู้ที่นำขยะมาทิ้งดำเนินการขนย้ายขยะทั้งหมดออกจากพื้นที่ภายใน 7 วัน เพื่อนำไปกำจัดอย่างถูกต้องตามกฎหมาย หากไม่ดำเนินการภายในระยะเวลาที่กำหนด เทศบาลจะเข้าดำเนินการเอง พร้อมเรียกค่าใช้จ่ายจากผู้กระทำผิด และดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างถึงที่สุด เพื่อป้องกันผลกระทบต่อประชาชนและสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝนที่อาจเกิดน้ำชะขยะไหลลงสู่คลองและแหล่งน้ำสาธารณะ
//////
สุรัตน์ ชัยกุลเทวินทร อยุธยา