ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2569 นายสุเทพ วงษ์แจ้ง นายกเทศมนตรีเมืองท่าโขลง พร้อมด้วย นายธานี ใจแคล้ว รองนายก เทศมนตรีฯ สท.ในพื้นที่และเจ้าหน้าที่ฝ่ายกองช่าง เข้าสำรวจความเสียหายบ้านเรือนประชาชน ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เขตเทศบาลเมืองท่าโขลง หมู่ 18 ตำบลคลองหนึ่ง อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี หลังได้รับความเดือดร้อนประสบเหตุภัยพิบัติทางธรรมชาติ เนื่องจากมีฝนตกและมีลมพายุพัดอย่างรุนแรง ส่งผลทำให้ลมพายุฝนพัดหลังคาบ้านเรือนประชาชนในพื้นที่และมีต้นไม้หักโค่นทับหลังคาบ้านแบะรถยนต์ได้รับความเสียหาย จำนวน 23 หลังคาเรือน
โดยจากการสำรวจ พบว่ามีจำนวน 3 หลังคาเรือนที่ได้รับความเสียหายอย่างหนัก อย่างเช่นบ้านของ นางลำพูน ธรรมทันตา อายุ 34 ปี อยู่บ้านเลขที่ 24/9 ตัวบ้านที่พักอาศัยและร้านค้า ถูกต้นก้ามปูขนาดใหญ่อายุกว่า 100 ปี หักทับหลังคาบ้าน จนหลังคาทะลุทั้งหน้าบ้านและในครัว อีกหลัง เป็นบ้านของ นางกาญจนา นราหลำ อายุ 64 ปี อยู่บ้านเลขที่ 4/10 ถูกต้นมะขามขนาดใหญ่ โค่นแบบถอนรากถอนโคน จนทำให้พื้นระเบียงหน้าบ้านถูกรากงัดพื้นขึ้นมาทั้งแผงได้รับความเสียหายหลายแห่ง โดยลำต้นโค่นทำให้กิ่งก้านขนาดใหญ่ทับรถกระบะ ช่วงบริเวณด้านฝากระโปรหน้ารถ หลังคารถ ที่จอดไว้ที่หน้าบ้านใต้ต้นมะขามดังกล่าว

นอกจากนี้ยังพบอีก 4 หลังคาเรือน ซึ่งหลังคาบ้าน ถูกลมพัดไปทั้งแผง และลอยไปทับบ้านเลขที่ 47/1 จนได้รับความเสียหาย ซึ่งมีผู้ได้รับบาดเจ็บจากหลังคาไปทับบ้าน 1 ราย ทราบชื่อคือ นางดวงใจ ทิพยมาตร อายุ 44 ปี อยู่บ้านเลขที่ 47/1 หมู่ 18 ตำบลคลองหนึ่ง อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี หลังพายุฝนสงบเจ้าหน้าที่จากเทศบาลเมืองท่าโขลงลงพื้นที่ เพื่อสำรวจความเสียหายและเร่งให้ความช่วยเหลือกับชาวบ้านเบื้อนต้น
นางกาญจนา นราหลำ อายุ 64 ปี อยู่บ้านเลขที่ 4/10 หมู่ 18 กล่าวเปิดเผยว่า ขณะนั้นอาศัยอยู่ภายในบ้าน รอบแรกมีลมพัดอย่างแรงและมีฝนตก รวมถึงลูกเห็บตกด้วย ซึ่งช่วงนั้นยังเกิดเหตุอะไร ต่อมาสักพักใหญ่เป็นลมมาครั้งที่สองแต่พัดมาอย่างแรงและมีเสียงดัง และได้ยินเสียงต้นไม้หักโค่น ทับรถ ยนต์กระบะ ของลูกสาวที่จอดไว้บริเวณหน้าบ้านและอยู่ใต้ต้นมะขาม ชาวบ้านในละแวกดังกล่าว ต่างตกใจ พากันสวดมนต์ด้วยความหวาดกลัว เมื่อลมสงบและฝนหยุดตกจึงพบว่าต้นไม้หักโค่น เก่งหักใส่หลังคาบ้านของชาวบ้านได้รับความเสียหายหลายหลังคาเรือน จากนั้นจึงรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ของเทศบาลฯ เพื่อ ขอความช่วยเหลือ ให้เข้ามาตรวจสอบ
นางดวงใจ ทิพยมาตร อายุ 44 ปี อยู่บ้านเลขที่ 47/1 ผู้ได้รับบาดเจ็บ จากหลังคาบ้านคนอื่นปลิวมาทั้งแผงทับบ้านตัวเอง กล่าวเปิดเผยว่า ขณะนั้น ช่วงก่อนเกิดเหตุมีลมพายุพัดมาอย่างแรงและมีฝนตกซึ่ง ตนเองอยู่ภายในบ้าน แต่กำลังประเมินสถานการณ์อยู่ เพราะลมพัดแรงมากและ ประกอบกับที่บ้านของตนเองปลูกไม่แข็งแรง เป็นเพิงไม้ปลูกแบบชั้นเดียว หากฝนตกหนักกว่านี้ก็ตั้งใจว่าจะไปอยู่ที่บ้านของเพื่อนบ้านที่แข็งแรงกว่านี้ แต่จู่ๆ ก็ได้ยินเสียงโครมอย่างแรงบนหลังคาบ้าน จากนั้นช่วง คานหลังคาบ้าน พังมาทับที่บริเวณลำตัว ตนเองจึงพยายาตะเกียกตะกายมุดหนีออกมาและตะโกนเรียกเพื่อนบ้านให้ช่วยเหลือ ตอนแรกคิดว่าต้นขนุนหลังบ้านหักโค่นทับ แต่เมื่อมาดูกลับพบว่าเป็นหลังคาบ้านของบ้านอีกหลัง ซึ่งห่างไปประมาณ 50 เมตร ปลิวมาทั้งแผง และมาหล่น ต้นขนุนหลังบ้านและทับ ที่หลังคาบ้านตนเอง โชคดีที่ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย
ด้าน นายสุเทพ วงษ์แจ้ง นายกเทศมนตรีเมืองท่าโขลง กล่าวว่า ช่วงเมื่อวานนี้ เกิดเหตุพายุฝนและมีลมพัดอย่างหนักในเขตพื้นที่เทศบาลเมืองท่าโขลง ซึ่งพบว่าชาวบ้านในพื้นที่ทั้งหมด 23 หลังคาเรือนได้รับความเดือดร้อนถูกต้นไม้หักข้นทำหลังคาบ้านและรถยนต์พังเสียหาย เบื้องต้น บ้านหลังที่ถูกต้นก้ามปูอายุ 100 ปีทับหลังคาจะต้องใช้เครนที่มีน้ำหนักเป็น 100 ตัน เนื่องจากตัวบ้านอยู่อีกฝั่งคลองและต้นไม้มีขนาดใหญ่ ซึ่งก็จะได้ดำเนินการออกสำรวจความเสียหายของบ้านเรือนประชาชนแต่ละหลังคาเรือนอื่นๆเพื่อประเมินและนำเงินช่วยเหลือซ่อมแซมบ้าน ส่วนทรัพย์สินที่เป็นรถยนต์จะต้องตรวจสอบตามระเบียบกฎเกณฑ์การมอบเงินช่วยเหลือเยียวยาว่าเข้าข่ายเป็นส่วนความเสียหายได้หรือไม่ ซึ่งจะมีการตรวจสอบหลักเกณฑ์การช่วยเหลือเยียวยาตามระเบียบของทางราชการก่อน
สมเกียรติ ทรัพย์เฉลิม หน.ข่าวภูมิภาค 0816235473