วันนี้ 17 มิถุนายน 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ณ ห้องประชุมแควน้อย ชั้น 3 ศาลากลางจังหวัดกาญจนบุรี นางสาววริษฐา สงวนเสริมศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี มอบหมายให้ นางพรรณวิภา ปิยัมปุตระ รองผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี เป็นประธานในการประชุมชี้แจงรายละเอียดการดำเนินงานจัดประชุมรับฟังความคิดเห็นของประชาชนและผู้มีส่วนได้เสีย ในการศึกษาและจัดทำรายงานประมวลหลักการปฏิบัติ (CoP) และรายงานเกี่ยวกับการศึกษามาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบต่อคุณภาพสิ่งแวดล้อมและความปลอดภัย (ESA) โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ทุ่นลอยน้ำร่วมกับโรงไฟฟ้าพลังน้ำเขื่อนวชิราลงกรณ ชุดที่ 1 โดยมี ผู้แทนจากการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) หัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้องฯ เข้าร่วมการประชุมชี้แจงฯ เพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องและเตรียมความพร้อมในการเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องในพื้นที่อย่างรอบด้าน

.
สำหรับโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ทุ่นลอยน้ำร่วมกับโรงไฟฟ้าพลังน้ำเขื่อนวชิราลงกรณ ชุดที่ 1 เป็นโครงการตามแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย พ.ศ. 2561-2580 ฉบับปรับปรุงครั้งที่ 1 (PDP2018 Revision 1) โดยมีแผนก่อสร้างในพื้นที่อ่างเก็บน้ำเขื่อนวชิราลงกรณ ตำบลท่าขนุน อำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี มีขนาดกำลังการผลิตไฟฟ้าตามสัญญา 50.000 เมกะวัตต์ (MWac) ภายใต้งบประมาณการลงทุนประมาณ 2,225 ล้านบาท ซึ่งโครงการดังกล่าวมีกำหนดจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบเชิงพาณิชย์ (COD) ภายในปี พ.ศ. 2572 มุ่งเน้นการใช้ประโยชน์จากพื้นที่ผิวน้ำให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ควบคู่ไปกับการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมที่ได้มาตรฐาน โดยมอบหมายให้ บริษัท เอ็นริช คอนซัลแตนท์ จำกัด เป็นบริษัทที่ปรึกษาด้านสิ่งแวดล้อมในการดำเนินงาน
.
ทั้งนี้ รองผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี ได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของกระบวนการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน โดยการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) มีกำหนดจัดกิจกรรมรับฟังความคิดเห็นและทำความเข้าใจกับประชาชนและผู้มีส่วนได้เสียในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ขั้นตอนการชี้แจงข้อมูลโครงการ การเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็น ตลอดจนการสรุปผลและเผยแพร่รายงาน เพื่อให้การดำเนินโครงการเป็นไปด้วยความโปร่งใสและสอดคล้องกับระเบียบคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน พ.ศ. 2565 ซึ่งโครงการนี้นอกจากจะช่วยเพิ่มสัดส่วนการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนในประเทศ และลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์แล้ว ยังจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวในฐานะแหล่งเรียนรู้ด้านพลังงานสะอาดแห่งใหม่ของจังหวัดกาญจนบุรีอีกด้วย
///////////////////////
ข่าวภูมิภาคกาญจนบุรี / ปรีชา ไหลวารินทร์