เมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม 2569 ที่สนามกีฬาในร่มภาคตะวันออก ซอยชัยพฤกษ์ 2 เมืองพัทยา สมาคมชาวใต้ชลบุรี จัดงานคอนเสิร์ตการกุศล “พบพี่ พบน้อง ครั้งที่ 4” อย่างยิ่งใหญ่และอบอุ่น ท่ามกลางบรรยากาศแห่งความรัก ความผูกพัน และความสามัคคีของพี่น้องชาวใต้พลัดถิ่นที่เดินทางมาร่วมงานกันอย่างล้นหลาม เพื่อร่วมสืบสานสายใยความเป็นพี่เป็นน้อง พร้อมสนับสนุนกิจกรรมสาธารณกุศลของสมาคม
ภายในพิธีเปิดได้รับเกียรติจาก นายนริศ นิรามัยวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี เป็นประธานเปิดงาน โดยมี นายสมคิด อุ่นเรือน นายกสมาคมชาวใต้ชลบุรี กล่าวรายงานวัตถุประสงค์การจัดงาน พร้อมด้วย นายนุกูล สุวรรณรัตน์ ประธานจัดงาน, นายสมสิน ทิพย์มณี อุปนายกสมาคม และคณะกรรมการสมาคมชาวใต้ชลบุรี ร่วมให้การต้อนรับแขกผู้มีเกียรติอย่างอบอุ่น
นอกจากนี้ ยังมีบุคคลสำคัญจากหลายภาคส่วนเข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง อาทิ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล จากสมาคมชาวปักษ์ใต้ในพระบรมราชูปถัมภ์, พ.ต.อ.อภิชัย กรอบเพชร ผู้ทรงคุณวุฒิสำนักงานตำรวจแห่งชาติ,นายอนุศักดิ์ พิริยอมร นายอำเภอบางละมุง, พ.ต.อ.เอนก สระทองอยู่ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองพัทยา, นายสกน ผลลูกอินทร์ รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี พร้อมสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี เขตอำเภอบางละมุง, นายมีชัย อินทร์พิทักษ์ หรือ “เสี่ยเอ้” ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เอ็มไอ เอ็นเตอร์เทนเมนท์ จำกัด, นายศักดิ์สิทธิ์ ธีระพรสถานนท์ หรือ “เสี่ยสม” ผู้บริหารโครงการเอสพี กรุ๊ป พัทยา, นางลิซ่า แฮมิลตัน นายกสมาคมผู้ประกอบการธุรกิจกลางคืนเมืองพัทยา ตลอดจนกลุ่มชมรมและสมาคมชาวใต้จากหลายจังหวัดที่พร้อมใจกันเดินทางมาร่วมงาน
สำหรับการจัดงาน “พบพี่ พบน้อง ครั้งที่ 4” มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นศูนย์รวมของพี่น้องชาวใต้ในจังหวัดชลบุรีและพื้นที่ใกล้เคียง ให้ได้พบปะสังสรรค์ สร้างความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้น และร่วมกันทำกิจกรรมเพื่อสังคม โดยรายได้ส่วนหนึ่งจะนำไปสนับสนุนภารกิจสาธารณประโยชน์ของสมาคม ทั้งการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย วาตภัย อัคคีภัย รวมถึงผู้ได้รับความเดือดร้อนในด้านต่าง ๆ ซึ่งสมาคมได้ดำเนินการอย่างต่อเนื่องมาโดยตลอด
บรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยรอยยิ้มและความอบอุ่นของพี่น้องชาวใต้ที่มาร่วมรับประทานอาหารโต๊ะจีนสไตล์ปักษ์ใต้ ท่ามกลางเสียงเพลงและความสนุกสนานจากคอนเสิร์ตเต็มวงของศิลปินชื่อดัง “เตย วีรยา” และวง “ชาวาลา” ที่สร้างความครึกครื้นและความประทับใจให้กับผู้ร่วมงานตลอดค่ำคืน สะท้อนให้เห็นถึงพลังแห่งความรัก ความสามัคคี และน้ำใจของพี่น้องชาวใต้พลัดถิ่นที่ยังคงเหนียวแน่นไม่เสื่อมคลาย