ปากเสียงของคนท้องถิ่น เพื่อการพัฒนาประเทศ
คุณภาพชีวิต ย้อนกลับ
รู้จัก “AI for Teachers” ปั้นครูไทย 1.6 แสนคน เสริมสกิลเร่งเครื่องการศึกษาดิจิทัล
25 เม.ย. 2569

โครงการ “AI for Teachers” กลายเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญของการปฏิรูปการศึกษาไทย หลังภาครัฐจับมือภาคเอกชนและหน่วยงานด้านการศึกษา เดินหน้าพัฒนาทักษะปัญญาประดิษฐ์ (AI) ให้กับครูทั่วประเทศอย่างเป็นระบบ สะท้อนการเร่งเครื่องยกระดับ “คน” ให้ทันเทคโนโลยีที่กำลังเปลี่ยนโลกอย่างรวดเร็ว

ความร่วมมือครั้งนี้นำโดยกระทรวงศึกษาธิการ ร่วมกับไมโครซอฟท์ ประเทศไทย และภาคีสำคัญ ได้แก่ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) และสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ETDA)

โดยมีเป้าหมายชัดเจนในการเสริมศักยภาพครูไทยให้สามารถใช้ AI เป็นเครื่องมือในการจัดการเรียนการสอนอย่างมีประสิทธิภาพ ควบคู่กับการใช้งานอย่างมีจริยธรรมและความรับผิดชอบ

ตลอดระยะเวลาดำเนินโครงการตั้งแต่เดือนตุลาคม 2568 ถึงมีนาคม 2569 มีครูเข้าร่วมอบรมและผ่านเกณฑ์ถึง 160,507 คน ในจำนวนนี้ 135,560 คนได้รับประกาศนียบัตรรับรองความรู้ ขณะที่ผลลัพธ์ไม่ได้หยุดอยู่เพียงตัวครู แต่ยังขยายผลไปสู่ผู้เรียนในระบบการศึกษาขั้นพื้นฐานและอาชีวศึกษาแล้วกว่า 3,326,065 คน สะท้อน “เอฟเฟกต์ทวีคูณ” ของการลงทุนด้านทักษะบุคลากรทางการศึกษา

ตัวเลขดังกล่าวชี้ให้เห็นว่าครูไทยจำนวนมากเริ่มปรับตัวเข้าสู่โลกการเรียนรู้ยุคใหม่ ที่ AI ไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป แต่กลายเป็น “ผู้ช่วย” ในห้องเรียน ตั้งแต่การออกแบบเนื้อหา การสร้างสื่อ ไปจนถึงการวิเคราะห์พฤติกรรมการเรียนรู้ของนักเรียนรายบุคคล

นายพิทักษ์ โสตถยาคม รักษาการที่ปรึกษาด้านการศึกษาพิเศษและผู้ด้อยโอกาส สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ในฐานะผู้แทนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ระบุว่า กระทรวงให้ความสำคัญกับ AI ในฐานะเครื่องมือหลักที่จะพลิกโฉมระบบการเรียนรู้ของประเทศ โดยโครงการนี้สอดคล้องกับนโยบายการพัฒนาครูให้มีทักษะดิจิทัลอย่างต่อเนื่อง

เป้าหมายสำคัญคือการทำให้นักเรียนทุกคนเข้าถึงโอกาสทางการศึกษาอย่างเท่าเทียม AI จะช่วยลดความเหลื่อมล้ำ และทำให้การเรียนรู้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนจึงเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนการศึกษาไทยไปข้างหน้า

ด้านผลสำรวจจากไมโครซอฟท์ ซึ่งเก็บข้อมูลจากผู้บริหารสถานศึกษาและครูที่เข้าร่วมโครงการ 1,414 รายทั่วประเทศ ตอกย้ำถึงผลลัพธ์เชิงบวกของการนำ AI มาใช้ในห้องเรียนอย่างชัดเจนเกือบทั้งหมด หรือ 99.7% ระบุว่า AI ช่วยลดช่องว่างทางการเรียนรู้ โดยเฉพาะในกลุ่มนักเรียนที่มีข้อจำกัดด้านภาษา หรือมีความแตกต่างด้านศักยภาพ ขณะที่ 98% ของครูมีความมั่นใจในการใช้ AI เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

ที่น่าสนใจคือ AI ยังช่วยลดภาระงานของครูได้เฉลี่ย 4 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ หรือคิดเป็น 153,000 ชั่วโมงต่อปี เทียบเท่ากับกำลังแรงงานครูเต็มเวลาถึง 95 คน สะท้อนบทบาทของ AI ในการ “คืนเวลา” ให้ครูสามารถโฟกัสกับการสอนและดูแลนักเรียนได้มากขึ้น

ขณะเดียวกัน 88.6% ของโรงเรียนเริ่มมีนโยบายด้าน AI หรืออยู่ระหว่างการจัดทำ ซึ่งเป็นสัญญาณสำคัญของการเปลี่ยนผ่านเชิงโครงสร้างในระบบการศึกษา ไม่ใช่เพียงการทดลองใช้เทคโนโลยีในระดับห้องเรียนเท่านั้น

ในมุมของผู้เรียน 94.8% ของครูสังเกตเห็นว่านักเรียนมีพฤติกรรมการใช้ AI อย่างมีความรับผิดชอบและปลอดภัยมากขึ้น ขณะที่ 76.3% พบการเปลี่ยนแปลงด้านการมีส่วนร่วมและความคิดสร้างสรรค์ ซึ่งถือเป็นทักษะสำคัญในศตวรรษที่ 21

นางคาโรไลน์ แม็กกราธ ผู้อำนวยการด้านทักษะ AI ประจำภูมิภาคเอเชียของไมโครซอฟท์ มองว่าโครงการนี้เป็นตัวอย่างของการนำเทคโนโลยีมาสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงระบบในภาคการศึกษา

AI ไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมือ แต่เป็นตัวเร่งให้เกิดนวัตกรรมในห้องเรียน เราทำงานร่วมกับพันธมิตรในทุกระดับ เพื่อให้ครูและผู้บริหารสามารถเข้าถึงทรัพยากรและเครื่องมือที่เหมาะสม พร้อมทั้งสร้างความเข้าใจเรื่องการใช้ AI อย่างปลอดภัยและมีความรับผิดชอบ

เธอระบุเพิ่มเติมว่า การพัฒนา AI ในภาคการศึกษาจำเป็นต้องคำนึงถึงบริบทของแต่ละประเทศ ทั้งด้านวัฒนธรรม หลักสูตร และนโยบาย เพื่อให้การนำไปใช้เกิดผลลัพธ์อย่างแท้จริงและยั่งยืน

ขณะที่นางชนิกานต์ โปรณานันท์ รองกรรมการผู้จัดการ สายงานกลุ่มธุรกิจภาครัฐ ภาคการศึกษา และสาธารณสุข ไมโครซอฟท์ ประเทศไทย ย้ำว่า การพัฒนาทักษะ AI คือหัวใจสำคัญของการขับเคลื่อนประเทศ

ดังนั้น AI for Teachers จึงเป็นจุดเริ่มต้นของการวางรากฐานสู่การเป็น AI First Nation โดยทำให้ AI กลายเป็นผู้ช่วยของครู ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน และยกระดับประสบการณ์การเรียนรู้ของนักเรียน

เธอระบุว่า ไมโครซอฟท์จะยังคงเดินหน้าสนับสนุนภาคการศึกษาไทยอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างระบบนิเวศด้านทักษะดิจิทัลที่เชื่อมโยงตั้งแต่ระดับห้องเรียนไปจนถึงตลาดแรงงาน

ภาพรวมของโครงการสะท้อนให้เห็นว่า การยกระดับการศึกษาไทยในยุคดิจิทัลไม่ใช่เพียงการนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ แต่ต้องเริ่มจาก “คน” โดยเฉพาะครู ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการถ่ายทอดองค์ความรู้และทักษะให้กับคนรุ่นใหม่

การมีครูมากกว่า 160,000 คนที่เข้าใจและสามารถใช้ AI ได้อย่างถูกต้อง จึงไม่เพียงช่วยยกระดับคุณภาพการเรียนการสอน แต่ยังเป็นการสร้างฐานกำลังคนที่มีศักยภาพในการแข่งขันในระดับโลก

อย่างไรก็ตาม ความท้าทายยังคงอยู่ ทั้งในเรื่องของความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐาน ความต่อเนื่องของนโยบาย และการพัฒนาทักษะเชิงลึกในระยะยาว โดยเฉพาะการสร้างสมดุลระหว่างการใช้เทคโนโลยีกับการพัฒนาทักษะพื้นฐานของผู้เรียน

ในระยะถัดไป การต่อยอดโครงการลักษณะนี้อาจต้องขยายไปสู่การพัฒนา “หลักสูตร AI” อย่างเป็นระบบ การสร้างแพลตฟอร์มการเรียนรู้ที่เข้าถึงได้ทั่วถึง รวมถึงการพัฒนาครูแกนนำที่สามารถถ่ายทอดองค์ความรู้สู่เพื่อนครูในวงกว้าง

หนังสือพิมพ์ OPT NEWS ONLINE
วันที่ 16 - 30 เมษายน 2569
อปท.นิวส์เชิญเป็นแขก ดูทั้งหมด
03 ก.พ. 2569
อปท.นิวส์เชิญเป็นแขก 469 การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ที่จะมีขึ้นในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 นี้ จะว่าไปแล้ว เราน่าจะได้เห็นการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองในหลายด้านอยู่มิใช่น้อย โดยเฉพาะกับตัวของนักการเมืองที่ขันอาสาเข้ามารับใช้ประชาชน เพราะหากลองส่อ...