เมื่อวันที่ 17 เมษายน ที่กระทรวงการอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) สำนักงานขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติ และการสร้างความสามัคคีปรองดอง (ป.ย.ป.) เข้าพบ นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกฯและ รมว.อุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เพื่อรับมอบนโยบายการขับเคลื่อนประเด็นยุทธศาสตร์สำคัญของประเทศ ภายใต้เป้าหมายร่วมในการใช้วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมเป็นกระดูกสันหลัง ยกระดับไทยก้าวข้ามกับดักรายได้ปานกลาง สู่การเป็นประเทศรายได้สูงในระยะยาวอย่างเป็นรูปธรรม
นายยศชนันกล่าวว่า ตนได้มอบกรอบงานเร่งด่วน 3 ประเด็นหลัก ดังนี้ 1.เดินหน้ากิโยตีนกฎหมาย เปลี่ยนรัฐควบคุมสู่รัฐบริการ โดยเร่งรัดให้ ป.ย.ป.ดำเนินนโยบาย Regulatory Guillotine อย่างเต็มกำลัง เพื่อตัดกฎระเบียบที่ซ้ำซ้อน ล้าสมัย และเป็นอุปสรรคต่อการทำมาหากินของประชาชนและภาคธุรกิจ พร้อมพลิกบทบาทของรัฐจากรัฐควบคุมไปสู่รัฐบริการ ที่อำนวยความสะดวกอย่างแท้จริง เพิ่มความโปร่งใสในกระบวนการอนุมัติ-อนุญาต ลดการใช้ดุลพินิจที่เปิดช่องให้เกิดการทุจริต และยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศให้ทันโลก
นายยศชนันกล่าวต่อว่า 2.ปลดล็อกกฎหมายครบวงจร หนุน Wellness Economy ตั้งแต่ต้นน้ำ-ปลายน้ำ
โดยให้พัฒนากรอบกฎหมายและกลไกเชิงนโยบายที่ครอบคลุมทั้งห่วงโซ่คุณค่า Wellness Economy ตั้งเป้าว่าจะให้เป็น Champion Product ของประเทศไทยยืนยันว่าไทยสามารถขึ้นเป็นอันดับหนึ่งของโลกได้ และไม่มีใครเถียงเราได้ โดยต้นน้ำ-พัฒนา Sandbox ทางกฎหมาย เพื่อผลักดันไทยสู่การเป็น Clinical Trial Hub ของภูมิภาค ดึงดูดการลงทุนด้านการวิจัยทางคลินิกและอุตสาหกรรมการแพทย์ขั้นสูงเข้าประเทศ ส่วนกลางน้ำ และปลายน้ำ-เปิดทางให้เทคโนโลยีทางการแพทย์ใหม่ๆ (Medical Technology) เช่น การบำบัดด้วยเซลล์และยีน (Cell & Gene Therapy) เครื่องมือแพทย์มูลค่าสูง และ Medical AI เข้าถึงผู้ป่วยไทยได้เร็วขึ้น ควบคู่กับการยกระดับบริการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพและธุรกิจบริการที่เกี่ยวเนื่องทั้งหมดนี้เพื่อทำให้เศรษฐกิจสุขภาวะเป็น “เครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่” ของประเทศอย่างแท้จริง
นายยศชนันกล่าวอีกว่า และ 3.นำ AI มาปฏิรูปกระบวนการกฎหมาย รองรับเศรษฐกิจดิจิทัล โดยให้พัฒนาระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาเป็นเครื่องมือสนับสนุนการจัดทำนโยบาย วิเคราะห์ข้อมูลเชิงกฎหมาย และเร่งรัดการผลักดันร่างกฎหมายสำคัญของประเทศ อาทิ ร่างกฎหมายเศรษฐกิจแพลตฟอร์ม (Platform Economy) ให้สอดรับกับบริบทเศรษฐกิจและสังคมที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เสริมขีดความสามารถของประเทศในการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจดิจิทัลอย่างเป็นระบบ