สมุทรปราการ – เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 17 เมษายน 2569 น.ส.พนิดา มงคลสวัสดิ์ และ นายเซีย จำปาทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสมุทรปราการ พรรคประชาชน ได้นำกลุ่มแรงงานชาวไทยที่ได้รับผลกระทบจากการถูกเลิกจ้างของ บริษัท โคมอส คอร์ปอเรชั่น จำกัด ผู้ผลิตและส่งออกผลิตภัณฑ์พลาสติกระบบโรโตโมลดิ้ง (Rotomolding) ชั้นนำของประเทศไทย ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่ตำบลท้ายบ้าน อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ เข้าพบ นายศุภมิตร ชิณศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อหารือแนวทางแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนจากกรณีการเลิกจ้างแรงงานจำนวนมาก
การประชุมครั้งนี้มีตัวแทนจากสำนักงานแรงงานจังหวัด ประกันสังคมสำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดสมุทรปราการ เจ้าหน้าที่ตำรวจ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม โดยที่ประชุมได้ร่วมกันรับฟังข้อเท็จจริงจากทั้งฝ่ายลูกจ้างและฝ่ายนายจ้าง พร้อมเปิดรับข้อเรียกร้องของแรงงานในประเด็นสำคัญ ทั้งค่าชดเชยตามกฎหมาย สิทธิประโยชน์ที่พึงได้รับ และแนวทางช่วยเหลือด้านการจัดหางานใหม่
สืบเนื่องจากก่อนหน้านี้ ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดสมุทรปราการ ได้รับการประสานเรื่องร้องเรียนจาก น.ส.พนิดา มงคลสวัสดิ์ ส.ส.เขต 1 กรณีบริษัทในกลุ่มอุตสาหกรรมโรโตโมลดิ้งมีการเลิกจ้างพนักงานจำนวนมาก โดยอ้างเหตุผลยุติกิจการ ส่งผลให้แรงงานจำนวนมากได้รับความเดือดร้อน เบื้องต้นพนักงานบางส่วนได้ยื่นเรื่องร้องเรียนต่อสำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัด และมีการเจรจากับตัวแทนทางกฎหมายของบริษัทแล้ว แต่ยังไม่สามารถหาข้อยุติได้ เนื่องจากมีข้อกล่าวหาว่าบริษัทมีพฤติการณ์ประวิงเวลา และยังไม่มีความชัดเจนในการจ่ายค่าชดเชย
สำหรับ บริษัท โคมอส คอร์ปอเรชั่น จำกัด ถือเป็นหนึ่งในผู้ประกอบการรายสำคัญของอุตสาหกรรมพลาสติกไทย ดำเนินกิจการยาวนานกว่า 50 ปี ผลิตสินค้า อาทิ ถังแช่ ถังเก็บน้ำ ถังบำบัดน้ำเสีย และเรือพลาสติก โดยบริษัทได้ประกาศยุติการดำเนินกิจการถาวรในเดือนเมษายน 2569 จากปัญหาต้นทุนวัตถุดิบและราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนไม่สามารถแบกรับภาระได้
นายอุทัย เปี่ยมสกุล ตัวแทนฝ่ายกฎหมายของบริษัท ชี้แจงว่า การยุติกิจการเป็นผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจโดยตรง พร้อมยืนยันว่าลูกจ้างส่วนใหญ่สมัครใจลาออก ไม่ได้มีการบังคับตามที่ถูกกล่าวอ้าง อีกทั้งบริษัทได้ดำเนินการจ่ายค่าชดเชยตามกฎหมายไปแล้วบางส่วน โดยปฏิเสธข้อกล่าวหาที่ว่า มีการบังคับให้ลูกจ้างลาออก
อย่างไรก็ตาม ตัวแทนบริษัท ยอมรับว่าการจ่ายค่าชดเชยให้กับพนักงานทั้งหมด คาดว่าจะต้องใช้วงเงินกว่า 40 ล้านบาท ขณะที่ปัจจุบันบริษัทไม่มีรายได้จากการดำเนินธุรกิจแล้ว แต่ยังคงพยายามจัดหาเงินเพื่อนำมาเยียวยาแรงงาน โดยลูกจ้างที่ยอมรับเงื่อนไข บริษัทได้ทยอยจ่ายเงินไปแล้ว ส่วนผู้ที่ยังไม่พอใจสามารถเข้าสู่กระบวนการเจรจาต่อรอง หรือใช้สิทธิร้องเรียนตามกฎหมายได้
เบื้องต้นมีรายงานว่า โรงงานดังกล่าวมีพนักงานรวมกว่า 400 คน ในจำนวนนี้เป็นแรงงานชาวไทย 115 คน โดยมีผู้ถูกเลิกจ้างแล้ว 45 คน และยังมีแรงงานอีก 17 ราย ที่ยังไม่สามารถตกลงเรื่องค่าชดเชยกับบริษัทได้
ภายหลังการประชุม นายศุภมิตร ชิณศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ ได้มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทระหว่างนายจ้างและลูกจ้างอย่างเร่งด่วน เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย พร้อมทั้งจัดหามาตรการรองรับแรงงานที่ได้รับผลกระทบ ทั้งในด้านการจัดหางานใหม่ การฝึกอาชีพ และการเยียวยาในระยะสั้นและระยะยาวต่อไป