ปากเสียงของคนท้องถิ่น เพื่อการพัฒนาประเทศ
คุณภาพชีวิต ย้อนกลับ
คณะท่องเที่ยวและการโรงแรม DPU เปิดสมรภูมิ Smart Tourism & Smart Hospitality
18 ก.พ. 2569

คณะท่องเที่ยวและการโรงแรม DPU เปิดสมรภูมิ Smart Tourism & Smart Hospitality ปั้นบุคลากรรุ่นใหม่ ‘ท่องเที่ยว-โรงแรม-อาหาร’ สู่มาตรฐานบริการอัจฉริยะระดับสากล

คณะการท่องเที่ยวและการโรงแรม มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (DPU) จัดงาน “Smart Tourism & Smart Hospitality: การแข่งขันทักษะวิชาชีพด้านการท่องเที่ยว การโรงแรม และการประกอบอาหารระดับชาติ ครั้งที่ 1” เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2569 เพื่อสร้างเวทีพัฒนาศักยภาพเยาวชนจากสถาบันการศึกษาทั่วประเทศ สู่มาตรฐานการท่องเที่ยวและการบริการอัจฉริยะที่ยั่งยืน โดยมุ่งเน้นการบ่มเพาะบุคลากรให้มีทักษะก้าวทันนวัตกรรม เทคโนโลยี และความต้องการของภาคธุรกิจยุคใหม่ ท่ามกลางความร่วมมือจากเครือข่ายอุตสาหกรรมสำคัญ อาทิ สภาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และสมาคมโรงแรมไทย

โครงการดังกล่าว ถือเป็นกลไกสำคัญในการเชื่อมโยงโลกการศึกษากับภาคธุรกิจ เพื่อลดช่องว่างทางทักษะระหว่างหลักสูตรกับความต้องการจริงของอุตสาหกรรม พร้อมตอกย้ำบทบาทมหาวิทยาลัยในการพัฒนากำลังคนด้านการท่องเที่ยวและการโรงแรมให้สอดรับกับโครงสร้างเศรษฐกิจใหม่ (New Economy) ที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม เทคโนโลยีอัจฉริยะ และการบริการที่คำนึงถึงความยั่งยืน ซึ่งเป็นปัจจัยหลักในการเสริมสร้างขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศไทยในระยะยาว โดยภายในงานยังมีการมอบเงินรางวัลรวมมูลค่ากว่า 25,000 บาท เพื่อร่วมเป็นแรงบันดาลใจและผลักดันให้นักเรียนและนักศึกษาจากทุกระดับชั้น เดินหน้าสู่เส้นทางวิชาชีพได้อย่างมั่นใจ

ดร.ยุวรี โชคสวนทรัพย์ คณบดีคณะการท่องเที่ยวและการโรงแรม DPU ได้กล่าวถึงที่มาและเป้าหมายสำคัญของงานในครั้งนี้ว่า ทางคณะมีความเชื่อมั่นอย่างแรงกล้าภายใต้สโลแกน POTENTIAL หรือการเชื่อว่ามนุษย์ทุกคนมีศักยภาพที่ซ่อนอยู่และพร้อมที่จะถูกปลุกขึ้นมาพัฒนาได้เสมอ งานในวันนี้จึงถูกยกระดับจากการแข่งขันทักษะทั่วไปสู่การแข่งขันระดับชาติเป็นครั้งแรก เพื่อให้เป็นพื้นที่แห่งการเรียนรู้สำหรับนักเรียนในระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย (ม.4-6) และนักศึกษาในสายอาชีวศึกษาทั้งระดับ ปวช. และ ปวส. โดยเน้นย้ำว่าในยุคปัจจุบันอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไม่ได้มีเพียงแค่การนำเที่ยวหรือการพักแรมเท่านั้น แต่ยังบูรณาการไปถึงศิลปะการประกอบอาหารและการใช้เทคโนโลยีอัจฉริยะและ AI เข้ามาสร้างประสบการณ์การบริการยุคใหม่ ซึ่งการจัดการแข่งขันในครั้งนี้ได้รับความร่วมมือจากพันธมิตรทั้งภาครัฐและเอกชนกว่า 26 หน่วยงาน เพื่อยืนยันว่าเวทีนี้จะเป็นการบ่มเพาะบุคลากรที่ใช้งานได้จริงในอุตสาหกรรม หรือ Ready to Work ตามพันธกิจของมหาวิทยาลัย

"เยาวชนทั้งจากระดับมัธยมศึกษาและอาชีวะคือกระดูกสันหลังที่สำคัญที่สุดของภาคบริการ การส่งเสริมให้เขาได้สัมผัสมาตรฐานสากลตั้งแต่วันนี้ จะทำให้เขากลายเป็นบุคลากรที่มีมูลค่าสูงในตลาดแรงงาน ซึ่ง DPU พร้อมจะเป็นพี่เลี้ยงและเป็นทางลัดให้พวกเขาไปถึงเป้าหมายนั้นได้เร็วขึ้น ผ่านการถ่ายทอดองค์ความรู้ที่ทันสมัยและเครือข่ายพันธมิตรที่พร้อมเปิดรับเข้าทำงานทันที โดยเฉพาะในยุคที่อุตสาหกรรมต้องการคนที่ทำได้มากกว่าหนึ่งทักษะ หรือ Multi-skilling ซึ่งเป็นสิ่งที่เรามุ่งเน้นปลูกฝังในงานครั้งนี้" ดร.ยุวรี กล่าว

ก่อนเข้าสู่สมรภูมิการแข่งขันทักษะวิชาชีพทั้ง 4 รายการ ซึ่งประกอบด้วย 1.การตอบคำถามด้านการท่องเที่ยวการโรงแรม และการประกอบอาหาร 2.การแข่งขันทักษะมัคคุเทศก์นำเที่ยวประเภทลีลา 3.การแข่งขันปูเตียงและตกแต่งเตียงประกอบลีลา และ 4.การแข่งขันประกอบอาหารสตรีทฟู้ดฟรีสไตล์ งานยังต่อยอดสู่พื้นที่เรียนรู้เพื่ออัปเดตเทรนด์ท่องเที่ยวและความยั่งยืน ด้วยการบรรยายพิเศษหัวข้อ “Smart Tourism Smart Hospitality in New Era” โดยคุณสรรพวัต กันตามระ หรือพี่โทมัส ผู้จัดการฝ่ายการตลาดเชิงกลยุทธ์และความยั่งยืนจาก บริษัท ฟายด์ โฟล์ค จำกัด ที่มาแชร์ข้อมูลจากวงในเทรนด์ท่องเที่ยวปี 2025 จะขับเคลื่อนด้วย Wellness และ Sustainability พร้อมยกระดับสู่ Experience Economy ที่เน้นขายประสบการณ์ผ่าน Immersive Experience โดยใช้ AI และเทคโนโลยีอัจฉริยะเข้ามาวิเคราะห์พฤติกรรมลูกค้าแบบรายบุคคล เพื่อส่งมอบบริการที่เหนือความคาดหมายตั้งแต่ก่อนลูกค้าเอ่ยปากขอ

ควบคู่ไปกับการใช้เทคโนโลยีที่ต้องตอบโจทย์มนุษย์อย่างลึกซึ้ง คุณสรรพวัตย้ำว่า เทคโนโลยีต้องถูกนำมาใช้เพื่ออำนวยความสะดวกและลดงานที่ซ้ำซ้อน เพื่อให้พนักงานมีเวลามากขึ้นในการดูแลแขกด้วยจิตวิญญาณแห่งการบริการ หรือ Service Heart ซึ่งเป็นสิ่งเดียวที่เครื่องจักรยังไม่สามารถเลียนแบบได้ โดยหัวใจสำคัญที่ผู้ประกอบการยุคใหม่ต้องยึดถือคือ Smart สำหรับระบบงาน Sustainable สำหรับคุณค่า และ Immersive สำหรับความรู้สึกของผู้รับบริการ เพื่อให้เกิดความพึงพอใจสูงสุดและนำไปสู่การบอกต่อในโลกดิจิทัล

สำหรับการแข่งขันทักษะเข้มข้นตลอดตั้งแต่ช่วงเช้า โดยรายการแรกคือ การตอบคำถามด้านการท่องเที่ยว การโรงแรมและการประกอบอาหาร ภายใต้หัวข้อ "Smart Tourism Smart Hospitality" ผ่าน iPad ที่ออกแบบมาเพื่อวัดทั้งความรู้รอบตัวและไหวพริบในยุคดิจิทัล โดยมีข้อคำถามถึง 30 ข้อ ครอบคลุมประเด็นสำคัญอย่างมาตรฐาน GSTC (Global Sustainable Tourism Criteria) การจัดการโรงแรมสีเขียว (Green Hotel) และเทคโนโลยีสมัยใหม่อย่างการใช้ Big Data เพื่อการวางแผนการตลาดที่แม่นยำ 

ผลปรากฏว่ารางวัลชนะเลิศตกเป็นของ ทีม ST Intelligence จากวิทยาลัยเทคโนโลยีบริหารธุรกิจสมุทรปราการ โดย นางสาวธิดารัตน์ ไพรสิงขร และ นางสาวจันทรา ทาย ขณะที่รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่ ทีมไก่กลมอวกาศ จากโรงเรียนสาธิต มศว. ประสานมิตร (ฝ่ายมัธยม) โดย นายจิรายุ กฤษณามระ และนายณัฐสิทธิ์ พัฒนะพิเชฐ ส่วนรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ได้แก่ ทีม The Tourism Ego Eat จากวิทยาลัยเทคนิคสัตหีบ โดย นางสาวนัญชภัค ชดช้อย และนายอดิศร น้อมนาวี

นอกจากรอยยิ้มและเสียงหัวเราะในระหว่างตรวจคำตอบ ตัวแทนทีมจากวิทยาลัยเทคโนโลยีการจัดการเพชรเกษม ยังได้เปิดใจถึงความท้าทายของมาตรฐานการแข่งขันว่า แม้ข้อสอบจะมีความ “ตึง” มากจนทำให้รู้สึก “ประหม่า” ภายใต้ข้อจำกัดของเวลาเพียง 25 วินาทีต่อข้อ แต่สิ่งที่ทำให้ผ่านมาได้คือความเป็นทีมเวิร์กที่ต้องช่วยกันคิดและช่วยกันกด iPad ให้ทันเวลา ซึ่งความท้าทายครั้งนี้ทำให้เห็นว่าโลกการท่องเที่ยวก้าวหน้าไปไกล การปรับตัวและเรียนรู้อย่างต่อเนื่องจึงเป็นสิ่งจำเป็น และสิ่งที่มีค่ามากกว่าชัยชนะคือ “ประสบการณ์” และ “ความมั่นใจ” ที่ได้จากการลงสนามจริง “เป็นประสบการณ์ชีวิตที่คุ้มค่าอย่างแท้จริง”

ขณะที่ทางด้านห้องปฏิบัติงานครัว Chef Lab ได้เปิดพื้นที่แข่งขันทักษะการประกอบอาหารภายใต้หัวข้อ "อาหารไทยจานหลักสตรีทฟู้ดฟรีสไตล์" โดยมีเยาวชนจำนวนมากถึง 26 ทีม จากสถาบันทั่วประเทศเข้าร่วมขับเคี่ยวฝีมือกันอย่างต่อเนื่องจนถึงบ่าย เพื่อรังสรรค์เมนูที่มีคุณภาพตามมาตรฐานอาหารไทยในระดับสากล ภายใต้การตัดสินของเชฟผู้เชี่ยวชาญ นำโดย เชฟวัชรพงศ์ เมฆผึ้ง สมาคมสมาพันธ์เชฟแห่งประเทศไทย ร่วมด้วย เชฟวรินท์น่า นิธิสำราญรัตน์ บริษัท อบอุ่น เคเทอริ่ง และเชฟธนกฤต เที่ยงธรรม Executive Chef ร้าน West Coast Thailand โดยมุ่งเน้นความสะอาดและสุขาภิบาลอาหาร เทคนิคการปรุงอาหารที่ถูกต้องและรวดเร็ว รสชาติที่ลงตัว ตลอดจนความคิดสร้างสรรค์ในการจัดจานภายใต้แนวคิด Zero Waste พร้อมทดสอบการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าจากวัตถุดิบที่กำหนดภายในเวลา 90 นาที 

ผลปรากฏว่า รางวัลชนะเลิศตกเป็นของ ทีมปิ่นโต จากโรงเรียนคุระบุรีชัยพัฒนาพิทยาคม โดย นางสาวณัฐญา บุญแก้ว และนางสาวฟารีดา เมฆลอย รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่ ทีมช่อนนทรี จากโรงเรียนนนทบุรีวิทยาลัย โดย นางสาวสุรัสวดี ผาหลัก และนางสาวดาริกา ภู่สิงห์ รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ได้แก่ ทีมจานเอก จากโรงเรียนคุระบุรีชัยพัฒนาพิทยาคม โดย นางสาวพรรณภา บัวจันทร์ และนายณัฐวุฒิ เทพสุทธิ์ ส่วนรางวัลชมเชย ได้แก่ ทีม KSR 1 จากโรงเรียนคำตากล้าราชประชาสงเคราะห์ โดย นางสาวนภัสกร ลาติ และนายกิตตินันท์ สุขทน พร้อมด้วย ทีม Sovory Storm จาก Australian Vocational Thailand โดย Mr. Hein Htet Soe และ Ms. Thae Su San นอกจากนี้ยังมีรางวัลการใช้วัตถุดิบลับดีเด่น ตกเป็นของ ทีม Suradate788 วิทยาลัยเทคโนโลยีครัววันดี โดย นายจตุพล จันทำมา และนายธนกร บุญเรือง ซึ่งทั้งหมดต่างสะท้อนให้เห็นว่าการประกอบอาหารในปัจจุบันต้องมีทั้งศาสตร์ของการทำอาหาร และศิลปะของการสื่อสารเพื่อมัดใจผู้รับบริการ

อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญคือ การแข่งขันปูเตียงและการตกแต่งเตียงประกอบลีลา หัวข้อ "Happy Housekeeping : Professional Service with Joyful Performance" โดยเกณฑ์การตัดสินมุ่งเน้นความรวดเร็ว ความตึงของผ้า เทคนิคการเก็บมุมที่ประณีต และความคิดสร้างสรรค์ในการตกแต่งที่สอดคล้องกับดนตรี ภายใต้การพิจารณาของคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญระดับสากล นำโดย คุณวลัยพันธุ์ น้ำดอกไม้ Executive Housekeeper โรงแรม Amari Bangkok, คุณธารินทร์ทอง พรมทอง หัวหน้างานฝ่ายมาตรฐานโรงแรม ผู้แทนจากสมาคมโรงแรมไทย และคุณพชรธรณ์ นิยมเธียรสิน Cluster Talent Acquisition Manager - Thailand ผู้แทนจากโรงแรม Marriott International ร่วมให้คำแนะนำเชิงลึก ซึ่งผลการแข่งขันในรายการนี้ปรากฏว่า ทีม SIBA วิทยาลัยอาชีวศึกษาสันติราษฎร์ในพระอุปถัมภ์ฯ โดย นางสาวญาดา นันตะก้านตง, นางสาวมินทร์ทิตา นพพระคุณ และนายสมประสงค์ ถ้ำรุ้ง สามารถคว้ารางวัลชนะเลิศไปครองได้สำเร็จ 

ตามมาด้วยรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่ ทีมเจดีย์ทอง ตึงเปรี้ยะ วิทยาลัยอาชีวศึกษานครปฐม โดย นางสาวปิยะฉัตร แดงสด, นางสาวอรรถสุมนต์ เยี่ยมสวัสดิ์ และนางสาวน้ำหวาน โอนโทน ส่วนรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ได้แก่ ทีม Magic Comfort, Joyful Service จากวิทยาลัยเทคโนโลยีบริหารธุรกิจสมุทรปราการ โดย นางสาวกัญญ์ณัชชา เทนสิทธิ์, นางสาวนันทิพร นุชรักษ์ และนางสาวนันทัชพร มุ่งถ่ายกลาง ขณะที่รางวัลชมเชย ได้แก่ ทีมสตรีเหล็ก จากวิทยาลัยเทคโนโลยีสหะพาณิชย์บริหารธุรกิจ โดย นายธีรภัทร์ ศรีชัย, นางสาวศศิพิมพ์ ผิวขำ และนางสาวปณิดา แก้ววงศ์ พร้อมด้วย ทีมแม่บ้านหรรษา ของวิทยาลัยอาชีวศึกษาเสาวภา โดย นายกวินท์ สุทรรศน์พิบูลย์, นางสาวธัญทิพย์ ดาทุมมา และนางสาวธิดารัตน์ นาคเสน่ห์

นางสาวญาดา นันตะก้านตง ตัวแทนทีมเปิดใจถึงบทเรียนสำคัญว่า เวทีนี้ช่วยทำลายกำแพงความไม่กล้าและเปลี่ยนมุมมองต่องานแม่บ้านให้สามารถทำงานสนุกขึ้นได้ด้วยเสียงเพลง ซึ่งถือเป็น “หัวใจสำคัญ” เพราะเมื่อคนทำงานมีความสุข ศักยภาพงานก็จะออกมาดีจนแขกสัมผัสได้ และจากประสบการณ์ทำงานทั้งหมดที่ผ่านมา ทางโรงแรมก็ใส่ใจจุดนี้ไม่น้อยไปกว่าเรื่องของความสะอาด ที่สำคัญนอกเหนือจากทัศนคติ เวทียังสอนเรื่องความสามัคคีกับการทำงานเป็นทีมที่ต้องช่วยกันสอดส่องให้งานออกมามีประสิทธิภาพ พร้อมทั้งเสริมความมั่นใจ โดยเจ้าตัวยิ้มรับด้วยความภูมิใจว่า “การได้รับรางวัลที่ 1 ทำให้หนูภูมิใจและมั่นใจในฝีมือตัวเองมากขึ้นด้วย เพราะกรรมการแต่ละท่านเป็นผู้บริหารระดับสูงสายงานนี้ทั้งนั้น หลังจากนี้หนูก็จะนำเทคนิคและไอเดียที่ได้เห็นจากทีมอื่นๆ มาปรับใช้ และจะทำตัวเป็นน้ำไม่เต็มแก้ว เพื่อเรียนรู้เทคนิคใหม่ๆ มาพัฒนาการทำงานให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น”

สำหรับในส่วนของการแข่งขันทักษะมัคคุเทศก์นำเที่ยว ประเภทลีลา ภายใต้หัวข้อ "Z-Traveler Story: เล่าเรื่องเมืองเก่าในสไตล์คนรุ่นใหม่" ณ ห้องประชุมสัจจา เกตุทัต ผู้เข้าแข่งขันต้องนำเสนอเรื่องราวของย่านชุมชนหรือเมืองเก่าผ่านสื่อสมัยใหม่และเทคนิคการเล่าเรื่อง Storytelling ภายในเวลา 7-10 นาที เพื่อสะท้อนภาพลักษณ์การท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ โดยรางวัลชนะเลิศตกเป็นของ นางสาวรัตวรรณ ธรรมเจริญ จากวิทยาลัยอาชีวศึกษาสันติราษฎร์ในพระอุปถัมภ์ฯ จากผลงานเล่าเรื่อง “ชุมชนบ้านบุ” เขตบางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร ที่เธอนิยามว่าเป็นหัวใจของกรุงเทพฯ และมรดกวัฒนธรรมที่ยังมีลมหายใจ พร้อมร้อยเรียงภาพของวัดสุวรรณาราม งานหัตถศิลป์ขันลงหินบ้านบุ และประวัติศาสตร์โรงรถจักรธนบุรีให้เชื่อมต่อกันอย่างมีจังหวะ เปลี่ยนข้อมูลเชิงประวัติศาสตร์ให้กลายเป็นเรื่องเล่าที่ร่วมสมัยและเข้าถึงคนทุกเจเนอเรชัน

ขณะเดียวกัน รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ตกเป็นของ นายรังสิมันตุ์ บัวมณี จากวิทยาลัยอาชีวศึกษาเพชรบุรี และรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ได้แก่ นางสาวนัทธมน ทองศรีสมบูรณ์ จากวิทยาลัยเทคนิคราชบุรี ซึ่งถ่ายทอดเรื่องราวเมืองเก่าได้อย่างมีเสน่ห์ไม่แพ้กัน

นางสาวรัตวรรณ ยังเผยความประทับใจและเบื้องหลังความสำเร็จว่ามาจากการทำการบ้านอย่างหนักและซ้อมมาอย่างดี แม้จะเคยผ่านสนามระดับชาติมาแล้ว แต่เวทีที่ DPU ยังเป็นประสบการณ์ที่ท้าทายมาก และยิ่งสร้างความมั่นใจหลังจากที

หนังสือพิมพ์ OPT NEWS ONLINE
วันที่ 16 - 28 กุมภาพันธ์ 2569
อปท.นิวส์เชิญเป็นแขก ดูทั้งหมด
03 ก.พ. 2569
อปท.นิวส์เชิญเป็นแขก 469 การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ที่จะมีขึ้นในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 นี้ จะว่าไปแล้ว เราน่าจะได้เห็นการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองในหลายด้านอยู่มิใช่น้อย โดยเฉพาะกับตัวของนักการเมืองที่ขันอาสาเข้ามารับใช้ประชาชน เพราะหากลองส่อ...