น.ส.อรัญญา พรไชยะ รองปลัดกทม. กล่าวถึงการจัดการศึกษาและพัฒนาคุณภาพนักเรียนของรร.สังกัดกทม.ในการเสวนาหัวข้อ การพัฒนานวัตกรรมการเรียนรู้กับการพัฒนาคุณภาพการศึกษากรุงเทพมหานคร ซึ่งมี สมเด็จพระมหารัชมงคลมุนี ประธานมูลนิธิร่มฉัตร เป็นประธานกล่าวเปิดงาน (Video Opening) ว่า
ปัจจุบันจำนวนเด็กที่มีความต้องการพิเศษในโรงเรียนสังกัดกทม.มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว จากเดิมประมาณ 2,000 คน เพิ่มขึ้นเป็นเกือบ 4,000 คน โดยเฉพาะกลุ่มเด็กที่มีภาวะสมาธิสั้น แนวทางการแก้ไขจึงควรมุ่งเน้นการจัดการเรียนการสอนแบบ “เรียนร่วมและเรียนรวม” (Inclusive Education) พร้อมยกตัวอย่างโรงเรียนวัดปทุมวนาราม ซึ่งมีรูปแบบการจัดการชั้นเรียนและการแก้ไขปัญหาที่มีความโดดเด่นและเป็นรูปธรรม
รองปลัดกทม. กล่าวเพิ่มเติมว่า นโยบาย "อ่านออก เขียนได้” 100% ถือเป็นนโยบายสำคัญลำดับแรกที่ผู้ว่าฯกทม.ให้ความสำคัญอย่างยิ่ง โดยจากข้อมูลเชิงประจักษ์ในปัจจุบันพบว่า ยังมีนักเรียนประมาณร้อยละ 10 ที่อ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ กทม.จึงแก้ไขปัญหาด้วยการนำนวัตกรรมและเครื่องมือดิจิทัล (Digital Classroom) มาใช้เสริมการเรียนรู้
โดยได้รับความร่วมมือจาก Google ในการนำร่องในระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 และมัธยมศึกษาปีที่ 1 ทั้งนี้ ปัจจัยแห่งความสำเร็จในการพัฒนาคุณภาพผู้เรียน คือ ความร่วมมือของ บ้าน วัด โรงเรียน และชุมชน โดยเฉพาะในช่วงปิดภาคเรียน ซึ่งมักเกิดภาวะถดถอยทางการเรียนรู้ (Learning Loss)
ขณะเดียวกัน การส่งเสริมสุขภาวะ (Well-being) ของเด็กและเยาวชนจำเป็นต้องดูแลแบบองค์รวม ครอบคลุมทั้งด้านร่างกายและจิตใจ ตั้งแต่การแก้ไขปัญหาเด็กอ้วน สุขภาพจิต ไปจนถึงการป้องกันยาเสพติด อาทิ โครงการ To Be Number One
“แม้เด็กคนนั้นจะเป็นเด็กออทิสติก หรือมีภาวะสมาธิสั้น แต่หากสามารถพัฒนาให้มีสุขภาพที่ดีขึ้น อ่านออกเขียนได้ และสามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ในสังคมปัจจุบัน ถือว่าครูได้สร้างคุณูปการอันยิ่งใหญ่ต่อเด็กและสังคมแล้ว” รองปลัดกทม. กล่าว
สำหรับการเสวนาครั้งนี้ จัดขึ้นภายใต้โครงการสนับสนุนการขับเคลื่อนนวัตกรรมการเรียนรู้เชิงประเด็นเพื่อพัฒนาคุณภาพนักเรียนในโรงเรียนสังกัดกทม. ประจำปี 2568 โดยมูลนิธิร่มฉัตร วัดไตรมิตรวิทยารามวรวิหาร มีวัตถุประสงค์เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองเชิงนโยบาย องค์ความรู้ แนวคิด และประสบการณ์ในการพัฒนานวัตกรรมการเรียนรู้ที่สอดคล้องกับบริบทของโรงเรียนในสังกัดกทม.
โดยมุ่งเน้นการนำนวัตกรรมการเรียนรู้มาใช้ในการแก้ไขปัญหาสำคัญ อาทิ ปัญหาการอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ การจัดการศึกษาแบบเรียนร่วม/เรียนรวมสำหรับเด็กที่มีความต้องการพิเศษ รวมถึงการส่งเสริมสุขภาวะของเด็กและเยาวชน ภายใต้แนวคิดการพัฒนาคุณภาพโรงเรียนทั้งระบบ (Whole School Approach) เพื่อสร้างโอกาสทางการเรียนรู้ที่เท่าเทียมและต่อเนื่อง และนำไปสู่การยกระดับคุณภาพผู้เรียนและคุณภาพการศึกษาของกทม.อย่างยั่งยืนในระยะยาว.