แถมเมียใช้อดีตผัวคนไทย สวมเป็นนายจ้าง และแจ้งเกิดสวมสัญชาติไทยให้ลูก
จัดหางานชลบุรี บุกตรวจร้านของฝากอาหารทะเลกลางตลาดสะพานปลาอ่างศิลา หลังโดนร้องเรียนต่างด้าวแย่งอาชีพ ระหว่างตรวจเจอผัวใหม่ชาวเขมรเมาซ่าลั่นลอยๆ “แค่คุกผมไม่กลัว” ก่อนเจอเช็กบิลอยู่เกินกำหนดกว่า 311 วัน สาวลึกเจอคดีพลิกขั้นสุด เมื่ออดีตสามีคนไทยโผล่รับสารภาพ ยอมเป็นนายจ้างบังหน้าเพราะความสงสาร แถมยังใจดีเกิน ไปแจ้งเกิดเซ็นรับรองบุตรของผัวเมียกัมพูชาคู่นี้จนได้บัตรประชาชนไทย เจ้าหน้าที่เตรียมเดินหน้าเพิกถอนสิทธิ์ พร้อมขยายผลล้างบางพื้นที่ใกล้เคียง รวบต่างด้าวเพิ่มอีก 6 รายรวด

เมื่อเวลา 18.00 น. วันที่ 4 มิถุนายน 2569 นายภูวกร โตสิงห์ขร จัดหางานจังหวัดชลบุรี มอบหมายให้ นายขจรศักดิ์ จันทร์ทอง นักวิชาการแรงงานปฏิบัติการ พร้อมเจ้าหน้าที่ฝ่ายควบคุมการทำงานของคนต่างด้าวและคดี ร่วมกับสำนักงานแรงงานจังหวัดชลบุรี กอ.รมน.จังหวัดชลบุรี และตำรวจ สภ.แสนสุข เข้าตรวจสอบร้านสามพี่น้อง ร้านจำหน่ายของฝากและอาหารทะเลแห้ง ภายในตลาดสะพานปลาอ่างศิลา อ.เมืองชลบุรี จ.ชลบุรี หลังได้รับเรื่องร้องเรียนว่ามีแรงงานต่างด้าวลักลอบทำงานผิดกฎหมาย และสร้างความเดือดร้อนรำคาญให้แก่ผู้ประกอบการรายอื่น
จากการตรวจสอบพบนางโซคอน โฟอึง อายุ 45 ปี ชาวกัมพูชา กำลังยืนขายสินค้าอยู่บริเวณหน้าร้าน เจ้าหน้าที่จึงขอตรวจสอบใบอนุญาตทำงาน พร้อมให้ติดต่อเชิญนายจ้างคนไทยมาแสดงหลักฐานต่อเจ้าหน้าที่ ไม่นานนายจ้างคนไทยได้เดินทางมาพบเจ้าหน้าที่ ก่อนให้การรับว่า ตนไม่ใช่นายจ้างที่แท้จริงของหญิงชาวกัมพูชารายดังกล่าว แต่เคยเป็นอดีตสามีและมีบุตรด้วยกัน ก่อนที่ฝ่ายหญิงจะเลิกราไปมีสามีใหม่ ซึ่งเป็นชาวกัมพูชาด้วยกัน
นายจ้างคนไทยให้การเพิ่มเติมว่า ด้วยความเห็นใจอดีตคนรัก จึงยอมขึ้นทะเบียนเป็นนายจ้างให้ โดยยืนยันว่าไม่ได้ร่วมลงทุน หรือรับผลกำไรจากร้านค้าแห่งนี้แม้แต่บาทเดียว แต่ทำไปเพราะความสงสารและเห็นใจเท่านั้น
ระหว่างที่เจ้าหน้าที่กำลังตรวจสอบอยู่นั้น นายโบนา แลง อายุ 50 ปี ชาวกัมพูชา ซึ่งเป็นสามีใหม่ของนางโซคอน ได้เดินกร่างเข้ามาด้วยอารมณ์ฉุนเฉียว พร้อมพูดลอยๆ ใส่เจ้าหน้าที่ว่า “แค่คุกผมไม่กลัว ผมไม่ได้ทำอะไรผิด และยืนยันว่าตนเองเป็นคนเขมร หรือกัมพูชา” เจ้าหน้าที่จึงพยายามพูดเกลี้ยกล่อมให้ใจเย็น ก่อนขอตรวจสอบเอกสารประจำตัว
จากการตรวจสอบพบว่า นายโบนา เป็นบุคคลต่างด้าวที่อยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุดลงแล้ว เป็นเวลา 311 วัน อีกทั้งมีท่าทีขัดขืน เจ้าหน้าที่จึงจำเป็นต้องใส่กุญแจมือเพื่อความปลอดภัย เนื่องจากเจ้าตัวมีอาการคล้ายคนเมาสุรา ก่อนแจ้งข้อกล่าวหาเบื้องต้น ทำให้นายโบนาถึงกับคอตก ก้มหน้าทันที
ต่อมา เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวสองสามีภรรยาชาวกัมพูชา ซึ่งเป็นเจ้าของร้าน พร้อมของกลางเป็นอาหารทะเลแห้งจำนวนนับร้อยกิโลกรัม รวมถึงนายจ้างคนไทย ซึ่งเป็นอดีตสามีของหญิงชาวกัมพูชา มาสอบสวนที่ สภ.แสนสุข
จากการสอบสวนและตรวจสอบข้อมูลเชิงลึก ประกอบคำรับสารภาพของนายจ้างคนไทย พบว่า บุตรของสามีภรรยาชาวกัมพูชาคู่นี้มีบัตรประจำตัวประชาชนของไทย โดยสอบถามทราบว่า สาเหตุที่บุตรชายมีบัตรประชาชนไทย เนื่องจากนายจ้างคนไทยซึ่งเป็นอดีตสามีของหญิงชาวกัมพูชา เป็นผู้แจ้งเกิดและรับรองว่าเป็นบิดา ทั้งที่ข้อเท็จจริงเป็นบุตรของคู่สามีภรรยาชาวกัมพูชา อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่จะดำเนินการตรวจสอบเพื่อเพิกถอนสิทธิ์ และดำเนินคดีตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป
ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมยังได้ขยายผลเข้าตรวจสอบร้านค้าอีกจำนวน 5 แห่ง ในพื้นที่ อ.เมืองชลบุรี จ.ชลบุรี สามารถจับกุมแรงงานต่างด้าวได้เพิ่มเติมอีก 6 ราย แบ่งเป็นชาวเมียนมา 4 ราย และสัญชาติลาว 2 ราย ทั้งหมดทำงานเป็นพนักงานร้านอาหาร เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.แสนสุข ดำเนินคดีตามกฎหมาย
นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังได้ร้องทุกข์กล่าวโทษนายจ้างของแรงงานต่างด้าวจำนวน 2 ราย เพื่อให้พนักงานสอบสวนติดตามตัวมารับทราบข้อกล่าวหา และดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.