ปากเสียงของคนท้องถิ่น เพื่อการพัฒนาประเทศ
ท้องถิ่นไทย ย้อนกลับ
กาญจนบุรี - เท้ง ณัฐพงษ์ บุกเมืองกาญจน์ช่วยผู้สมัครหาเสียง ไม่หวั่นเมืองทหาร
29 ม.ค. 2569

ประกาศหวังปักธง สส. เขตให้ได้ มีเอฟซี นำกาน้ำติดหมายเลข 6 และกล้วยน้ำว้ามามอบให้บอกว่าขอให้กล้วยๆ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อเวลา 08.30 นาฬิกา วันที่ 29 มกราคม 2569 นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน บริเวณหน้าสถานีขนส่งผู้โดยสารจังหวัดกาญจนบุรี เพื่อพบปะกับพี่น้องประชาชน และช่วยนายภูวนาถ รัศมีฤกษ์เศรษฐ์ หรือ น็อต ผู้สมัคร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเขต 1 จังหวัดกาญจนบุรีของพรรคประชาชนหาเสียง โดยบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก ทันทีที่ เท้ง ณัฐพงษ์ เดินทางมาถึง มีบรรดาแฟนคลับ ทั้งกลุ่มวัยรุ่นหนุ่มสาวและกลุ่มผู้สูงอายุ มารอให้การต้อนรับ พร้อมขอถ่ายรูปและมอบของฝากเป็นกำลังใจให้กับเท้ง ณัฐพงษ์และน็อต ภูวนาถกันอย่างล้นหลาน ก่อนที่ทิ้งณัฐพงษ์ จะขึ้นบนรถกระจายเสียง เพื่อทักทายพี่น้องประชาชนและปราศรัยขอคะแนนเสียงจากชาวจังหวัดกาญจนบุรี ให้ช่วยลงคะแนนเลือกผู้สมัครจากพรรคประชาชนรวมถึงเลือกพรรคประชาชนให้เข้าไปทำหน้าที่บริหารประเทศ เพื่อให้ประเทศเกิดการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น

จากนั้น รถกระจายเสียงได้เคลื่อนตัวไปตามถนนเส้นสำคัญในตัวจังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งตลอดทางมีบรรดากองเชียร์และแฟนคลับคอยโบกมือให้กำลังใจกันอยู่ตลอดสองข้างทาง จากนั้น เท้ง ณัฐพงษ์พร้อม น็อต ภูวนาถ ได้เดินพบปะพี่น้องประชาชน ที่บริเวณตลาดด้านหลังโรงพยาบาลพหลพลพยุหเสนา เพื่อขอแรงสนับสนุนและขอคะแนนจากพี่น้องประชาชน ช่วยกันเลือกผู้สมัครและเลือกพรรคประชาชนในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ซึ่งก็ได้รับความสนใจจากทั้งพ่อค้าแม่ค้ารวมถึงผู้ที่มาเดินเลือกซื้อสินค้าในตลาดเข้ามาขอถ่ายรูปและให้กำลังใจกันอย่างเนืองแน่น
นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า การเดินทางมาลงพื้นที่ช่วยผู้สมัครขอพรรคประชาชนในจังหวัดกาญจนบุรีหาเสียงในวันนี้ ทางพรรคประชาชน ตั้งความหวังว่าการเลือกตั้งในครั้งนี้จะสามารถปักธงของพรรคประชาชนในจังหวัดกาญจนบุรีให้ได้เป็นครั้งแรก และหากเป็นไปได้ก็อยากจะได้ส.สเขตทั้ง 5 เขต ซึ่งในการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา พักก้าวไกลก็ได้รับคะแนนเสียง ในระบบบัญชีรายชื่อ จากชาวจังหวัดกาญจนบุรีอย่างล้นหลาม โดยเฉพาะในเขต 1 ที่คะแนนของพรรคประชาชนในระบบบัญชีรายชื่อได้มากกว่าคะแนนของสส.ที่ชนะการเลือกตั้งในเขต 1 ด้วย 

ครั้งนี้จึงหวังว่า จะได้รับความไว้วางใจจากพี่น้องประชาชนจังหวัดกาญจนบุรี เลือกผู้สมัครของพรรคประชาชนรวมถึงเลือกพรรคประชาชนในระบบบัญชีรายชื่อให้มากกว่าครั้งที่ผ่านมา ซึ่งตนเชื่อว่า ที่ผ่านมาประชาชนได้เห็นถึงบริบททางการเมืองที่เปลี่ยนแปลงไปและประชาชนน่าจะอยากเห็นกาเมืองไทยเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น ซึ่งการกระทำให้การเมืองไทยเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น จำเป็นที่จะต้องขอให้พี่น้องประชาชนให้ความไว้วางใจเลือกพรรคประชาชนทั้งในส่วนของสสเขตและแบบบัญชีรายชื่อ เพื่อให้บัตรประชาชนได้เข้าไปทำหน้าที่จัดตั้งรัฐบาลบริหารประเทศเปลี่ยนแปลงการเมืองไทยและเปลี่ยนแปลงประเทศไทยไปในทางที่ดีขึ้นให้ได้ 

โดยจังหวัดกาญจนบุรีเป็นจังหวัดที่มีปัญหาเรื่องของที่ดินทับซ้อน ซึ่งน่าจะมากถึงครึ่งหนึ่งของพื้นที่ทั้งจังหวัด โดยพรรคประชาชนมีนโยบายที่จะจัดตั้งกองทุนพิสูจน์สิทธิ์ เพื่อเปลี่ยนสิทธิ์ที่ดินทำกินของประชาชนชาวจังหวัดกาญจนบุรี อย่างเช่นที่ดิน สปก. ให้เป็นโฉนด ซึ่งไม่ใช่เพียงแค่จังหวัดกาญจนบุรี แต่รวมทั้งประเทศจะสามารถเพิ่มที่ดินทำกินได้มากถึง 70 ล้านไร่ และเพิ่มพื้นที่ป่าได้มากถึง 30 ล้านไร่ โดยวิธีการลดความทับซ้อนของที่ดิน เพื่อให้ชาวจังหวัดกาญจนบุรีรวมถึงพี่น้องประชาชนทั่วประเทศ มีที่ดินทำกินและสามารถลืมตาอ้าปากได้

เท้ง ณัฐพงษ์ ยังได้กล่าวอีกว่า แม้จะมีหลายคนเคยออกมาปรามาสไว้ว่าพรรคประชาชนจะไม่สามารถปักธงของพรรคที่จังหวัดกาญจนบุรีได้ เพราะจังหวัดกาญจนบุรีเป็นเมืองทหาร แต่ในการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมาก็ทำให้เห็นแล้วว่า ชาวจังหวัดกาญจนบุรี ต้องการเห็นความเปลี่ยนแปลงจึงได้ลงคะแนนเลือกผู้สมัครจากพรรคประชาชนรวมถึงลงคะแนนเลือกพรรคประชาชนในระบบบัญชีรายชื่ออย่างล้นหลาม และพี่น้องประชาชนชาวจังหวัดกาญจนบุรีรวมถึงพี่น้องทหารในจังหวัดกาญจนบุรี ต่างก็เห็นด้วยกับแนวทางการทำงานของพรรคประชาชน ทั้งเรื่องการทำกองทัพให้ทันสมัย ยกระดับคุณภาพชีวิตทหารชั้นผู้น้อย เปลี่ยนระบบการเกณฑ์ทหารจากการบังคับเกณฑ์เป็นการสมัครใจ ซึ่งเมื่อประชาชนรวมถึงพี่น้องทหารได้เห็นนโยบายเหล่านี้แล้ว ก็จะต้องตัดสินใจเลือกพรรคประชาชน เพื่อเข้าไปทำนโยบายเหล่านี้ให้สำเร็จอย่างแน่นอน./
   ////////////////////////////////////////////////
ข่าวภูมิภาคกาญจนบุรี / ปรีชา  ไหลวารินทร์

หนังสือพิมพ์ OPT NEWS ONLINE
วันที่ 16 - 31 ธันวาคม 2569
อปท.นิวส์เชิญเป็นแขก ดูทั้งหมด
02 ธ.ค. 2568
ต้องยอมรับว่า การปกครองในระบอบ ประชาธิปไตยที่มั่นคง หัวใจสำคัญด้านหนึ่งต้อง มาจากฐานราก หรืออีกนัยหนึ่งก็คือ การปกครอง ส่วนท้องถิ่นต้องเข้มแข็ง ซึ่งประเทศไทยเราเอง ก็พัฒนาขึ้นมาเป็นลำดับโดยเฉพาะเมื่อรัฐธรรมนูญ 2540 เปิดศักราชใหม่ให้กับการกระจายอำนาจลงสู่...