สถาบันพระปกเกล้า เปิดเผยผลสำรวจ เรื่อง “มุมมองของคนไทยต่อนโยบายแจกเงินของพรรคการเมือง” โดย รองศาสตราจารย์ ดร.อิสระ เสรีวัฒนวุฒิ เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า ในฐานะประธานศูนย์ KPI Poll มอบนโยบายสำคัญในการทำ KPI Poll ให้เป็นโพลเชิงวิชาการที่ออกแบบมาเพื่อสะท้อนความจริงทางการเมืองด้วยความ “เป็นกลาง เป็นจริง เป็นประโยชน์” มีมาตรฐานวิชาการและความแม่นยำ ไม่มุ่งเน้นให้เกิดการชี้นำการเมือง แต่จัดทำเพื่อ “ฟัง”การเมืองจากเสียงของประชาชน โดยให้ข้อมูลจาก KPI Poll เป็นฐานความรู้สำคัญสำหรับนักการเมือง พรรคการเมือง นักวิชาการ และสาธารณชนในการทำความเข้าใจภูมิทัศน์ความรู้สึกและความคาดหวังของประชาชนอย่างรอบด้าน เพื่อทำหน้าที่เป็น “คลังสมองทางประชาธิปไตย” ของสังคมไทยอย่างแท้จริง

(index pointing right) การแถลงผลการสำรวจ KPI Poll ครั้งที่ 4 ที่ศูนย์ฯ ได้ทำการสำรวจ ระหว่างวันที่ 26 - 29 ธ.ค. 2568 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป กระจายตามภูมิภาคทั่วประเทศ จำนวน 2,000 ตัวอย่าง โดยมีบทสรุปสำคัญจากผลสำรวจ ดังนี้
1. คนไทย 2 ใน 3 “ไม่เชื่อ” และ “ไม่คล้อยตาม” นโยบายแจกเงิน
• 67.1% ระบุว่าไม่ส่งผลต่อการตัดสินใจเลือกตั้ง (สำรวจโดย x LINE TODAY)
• 66.4% ไม่เชื่อมั่น นโยบายแจกเงิน
• 58.6% มองว่าเป็นนโยบายเพื่อหาเสียง
• 66.6% เห็นว่าช่วยพัฒนาประเทศได้น้อยหรือแทบไม่ช่วยเลย
➡ สะท้อนว่า สังคมค่อนข้างไม่เชื่อนโยบายแจกเงิน ประชาชนเริ่มแยกออก และตีความเป็น “กลยุทธ์หาเสียง” มากกว่านโยบายพัฒนา พลังทางการเมืองของนโยบายนี้กำลังถดถอย
2. ความไม่เชื่อต่อนโยบายแจกเงิน “กระจายทั่วประเทศ” แต่หนักต่างกัน
• ภาคใต้ (80.5%) → เห็นว่า นโยบายแจกเงินไม่มีผลต่อการลงคะแนนสูงสุด
• ภาคตะวันออก (72.5%) ภาคกลาง (70.2%)
• ภาคเหนือ (55.3%) ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (54.5%) ใกล้เคียงกัน
• กรุงเทพมหานคร (44.7%) ต่ำที่สุด
➡ ความไม่คล้อยตามนโยบายแจกเงินกระจายทั่วประเทศแต่ ภาคใต้–ภาคกลาง มีท่าทีปฏิเสธชัดเจนที่สุด ในขณะที่ คนกรุงเทพฯ ไม่ศรัทธาคำพูดทางการเมือง แต่ยังเปิดรับการทดลองเชิงนโยบาย
3. ทุกระดับการศึกษา เห็นตรงกันเกินครึ่ง นโยบายแจกเงินไม่มีผลต่อการตัดสินใจ
• สูงกว่าปริญญาตรี (73.3%) เห็นว่า นโยบายแจกเงินไม่มีผลต่อการลงคะแนนสูงสุด
• ปริญญาตรี (67.75%) มัธยม/อาชีวศึกษา (60%)
• ประถมหรือต่ำกว่า (51.8%) ต่ำที่สุด
➡ สะท้อนให้เห็นว่า ทุกกลุ่มการศึกษาต้องการ เหตุผล ผลลัพธ์ และความคุ้มค่า มากกว่าสโลแกนหรือนโยบายขายฝัน
4. กลุ่ม “ข้าราชการ–รัฐวิสาหกิจ” ไม่คล้อยตามนโยบายแจกเงินมากที่สุด
• ข้าราชการ/พนักงานรัฐ/รัฐวิสาหกิจ (70.3%) สูงที่สุด
• แม่บ้าน/ผู้เกษียณ/ไม่มีอาชีพ (65.1%) เจ้าของกิจการ/ผู้ประกอบการ/ค้าขาย (63.9%)
• นักเรียน / นักศึกษา (61.4%) ต่ำที่สุด
➡ ข้าราชการ/เจ้าหน้าที่รัฐ รู้ว่า “เงินทุกบาทมีต้นทุนและมีผลกระทบระยะยาว” แม้กระทั่งกลุ่มอาชีพอื่น ๆ และ นักเรียน/นักศึกษา ก็ยังเห็นไปในทางเดียวกัน สะท้อนว่า การเมืองที่หวังชนะด้วยเงิน กำลังไม่ตอบโจทย์ทั้ง “คนในระบบ” และ “คนรุ่นใหม่” เงินระยะสั้นไม่ตอบโจทย์ระยะยาวของชีวิต
บทสรุปจาก KPI Poll ครั้งที่ 4
ผลสำรวจชี้ชัดว่า นโยบายแจกเงิน ไม่ใช่ตัวชี้ขาดทางการเมืองอีกต่อไป ประชาชนแยกแยะได้ว่า เป็นเพียงนโยบายหาเสียง และ ยังกระตุ้น “ความไม่น่าเชื่อ” โดยอัตโนมัติแก่คนไทยทุกกลุ่มอาชีพ และทุกภาค สิ่งที่พรรคการเมืองควรต้องเริ่มทันที คือ การเสนอนโยบายใหม่ที่ไม่ใช่ประชานิยม หยุดพูดว่า “แจก” และ ต้องตอบคำถามเหล่านี้ต่อสังคมให้ชัด (ถ้าไม่ตอบ = เสียคะแนน)
(check mark) เงินมาจากไหน และใช้มากแค่ไหน
(check mark) ใครได้ และทำไมเขาถึงควรได้
(check mark) ได้แล้วเกิดผลกระทบอะไร คุ้มค่าหรือไม่
(check mark) วัดผลสำเร็จอย่างไร
???? KPI Poll – คลังความคิดจากเสียงประชาชน
เพื่อประชาธิปไตยที่ตั้งอยู่บนความจริง ไม่ใช่ความรู้สึก
https://www.facebook.com/kpi.ac.th/posts/882505097865346?ref=embed_post
รายละเอียดเพิ่มเติมติดตามได้ที่ https://kpi.ac.th/wp-content/uploads/2026/01/รายงานผล-KPI-Poll-_-04-สำหรับเผยแพร่.pdf
#KPIPoll #KPI #สถาบันพระปกเกล้า