ปากเสียงของคนท้องถิ่น เพื่อการพัฒนาประเทศ
คอลัมนิสต์ประจำอปท.นิวส์ ย้อนกลับ
ชี้ชัดกับการเก็บภาษี VAT 7% ใน Facebook
07 ต.ค. 2564

DigiC : โดย ธวัชชัย สุขสีดา (อ.ดร.ต้นรัก) วิทยากรการตลาดดิจิทัล

ชี้ชัดกับการเก็บภาษี VAT 7% จากการทำโฆษณาใน Facebook

สวัสดีครับมิตรรักแฟนคลับทุกท่าน มีข่าวมาอัพเดตและแบ่งปันกันครับ จากที่มีข้อมูลจากเฟซบุ๊ก Facebook ระบุว่า ตั้งแต่เดือนกันยายน 2564 เป็นต้นไป การยิงโฆษณา (Ads) บนแพลตฟอร์มในประเทศไทยจะต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) 7% เพิ่มด้วยนั้น ภาษีมูลค่าเพิ่มที่ถูกเพิ่มมานี้จะปรับใช้กับผู้ทำการโฆษณาที่ตั้งค่าผู้ขายเป็นชาวไทย มีที่อยู่ในประเทศไทย หรือไม่ได้กรอกหมายเลขผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT ID) ในบัญชีโฆษณาบนเฟซบุ๊ก โดยจะมีการคิดภาษีเพิ่มไปหลังจากยอดสุทธิแล้ว (ไม่รวมในค่าบริการโฆษณา)

ยกตัวอย่าง เช่น ยิงโฆษณาจำนวน 1,000 บาท ผู้โฆษณาจะต้องจ่ายเงินให้เฟซบุ๊กเป็นจำนวนเงิน 1,070 บาท โดยสอดคล้องกับกฎหมาย E-Service ของไทยที่ได้กำหนดไว้ว่าผู้ให้บริการแพลตฟอร์มออนไลน์จากต่างประเทศ ที่ให้บริการในไทยจะต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มให้กับกรมสรรพากร
               

ซึ่งในกรณีที่ธุรกิจได้มีการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม จะสามารถนำไปใช้เป็นภาษีซื้อได้ หรือสามารถนำมาหักออกจากภาษีขายได้ โดยจะไม่โดนเรียกเก็บ 7% ในส่วนนี้ แต่ต้องไปทำเรื่องนำส่งกรมสรรพากรด้วยตัวเอง แล้วจึงจะเอาภาษีซื้อมาใช้ได้ตามปกติ
              

 โดย กลุ่มที่จด VAT หมายถึง บุคคลธรรมดา/นิติบุคคล ที่มีรายรับจากการขายสินค้าหรือให้บริการเกิน 1.8 ล้าน/ปี กรณีที่มีการจด VAT จะไม่ถูกเรียกเก็บเพิ่ม 7% ณ เวลาที่ยิงแอด แต่ต้องยืน VAT เองในภายหลังโดยจะต้องแจ้ง Facebook ว่ามีการจด VAT เพื่อให้ระบบรับทราบด้วย

และกลุ่มที่ไม่ได้จด VAT คือบุคคลธรรมดา/นิติบุคคลทั่วไป ที่ไม่ได้จด VAT สำหรับกลุ่มนี้ระบบ Facebook จะตัดเงินแบบรวม VAT 7% อัตโนมัติ และขอคืนภาษีไม่ได้ ซึ่ง Facebook จะนำส่ง VAT ให้กับบัญชีของผู้ลงโฆษณาเอง

ในข้อกำหนดการขอคืนภาษีซื้อจากการจ่ายค่าโฆษณา Facebook ค่าใช้จ่ายนั้นต้องเป็นค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นภายในกิจการ หรือบริษัทเท่านั้น เพราะการใช้จ่ายส่วนตัวไม่สามารถนำมาขอคืนภาษีได้ การใช้จ่ายควรถูกสั่งจ่ายจากบัญชี หรือบัตรเครดิตของบริษัท เพื่อให้สะดวกต่อการขอคืนภาษีหลังจากจ่ายชำระค่าโฆษณา หรือค่าบริการ Facebook ควรขอใบเสร็จรับเงินเพื่อนำมาเป็นหลักฐานในการจ่ายเงิน ที่ต้องนำไปใช้ในการยื่นภาษีมูลค่าเพิ่มการยื่นขอคืนภาษีจะต้องใช้เอกสาร ภ.พ.36 เพื่อขอใบเสร็จรับเงินจากกรมสรรพากร และนำไปขอคืนภาษีซื้อ                               

สรุปแล้ว คนธรรมดาค้าขายออนไลน์ที่ไม่ได้จด VAT หากยิง Ads จะต้องจ่ายค่าโฆษณา และ VAT 7% ตามนโยบายของ Facebook แต่ถ้าไม่ได้ซื้อโฆษณา Ads ก็ไม่ได้รับผลกระทบใดๆ ส่วนผู้ประกอบการที่จดภาษีมูลค่าเพิ่ม ก็แทบไม่ต้องปรับตัวอะไรมาก แค่แจ้งหมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษีให้กับทาง Facebook รับทราบเท่านั้น และก็ยื่นแบบ ภ.พ.36 นำส่งสรรพากรตามปกติ ก็สามารถขอคืนภาษีจากการซื้อโฆษณา Facebook ได้ แต่ก็ต้องทำตามขั้นตอนให้ถูกต้องด้วยนะครับ

หนังสือพิมพ์ OPT NEWS ONLINE
วันที่ 16-31 ตุุลาคม 2564
อปท.เชิญเป็นแขก ดูทั้งหมด
15 ต.ค. 2564
ประเทศไทยจัดได้ว่า เป็นประเทศเกษตรกรรมในอันดับต้นๆ ของโลก ซึ่งแน่นอนว่าประชากรส่วนใหญ่ของประเทศก็ต้องมีอาชีพเป็นเกษตรกร อย่างไรก็ตาม ราคาพืชผลทางการเกษตรที่ขึ้นๆ ลงๆ และโน้มเอียงไปทางตกต่ำอยู่บ่อยๆ แถบทุกปี จึงเป็นปัญหาใหญ่ที่ส่งผลให้รายได้ของเกษตรกรไทย...
หนังสือในเครือ
สุดยอดผู้นำท้องถิ่นแห่งปี 2558