ปากเสียงของคนท้องถิ่น เพื่อการพัฒนาประเทศ
คอลัมนิสต์ประจำอปท.นิวส์ ย้อนกลับ
การจัดซื้อและการมีส่วนได้เสีย
03 ก.ค. 2564

เขียนให้คิด

โดย ซีศูนย์

การจัดซื้อและการมีส่วนได้เสีย

สวัสดีครับท่านผู้อ่านที่เคารพ เขียนไปพูดไปก็คงต้องระวังโควิดกันต่ออีกหลายเดือน อย่าประมาท จองยาฉีดได้ที่ไหนไปที่นั่น อย่าไม่ไปนะครับ หน่วยให้บริการเขาต้องช่วยคนอื่นอีกมาก ยิ่งช่วงนี้ยังสับสนเรื่องการนัดหมายด้วยแล้ว เขาจะเลื่อนก็เออออไปก่อน ต้องมีให้พวกเราฉีดแน่ ท้องถิ่นเองก็ยังมีปัญหาเรื่องหาวัคซินไปฉีดเองยังไม่ได้ ก็ต้องทำใจ และทุกฝ่ายช่วยหาทางออกเร็วๆ ด้วยโรคภัยไข้เจ็บรอไม่ได้นะครับ

มาวันนี้ข่าวท้องถิ่นเองหลายแห่งที่จัดทำเสาไฟฟ้าสาธารณะ ที่กำลังถูกสังคมวิพากย์วิจารณ์กันเซ็งแซ่ว่า ราคาสูง เมื่อเทียบกันหลายแห่ง เอาตั้งราคาห้าหกหมื่นไปจนถึงแสนกว่า ทั้งที่ก็ก็ไม่ได้วิจิตรวิวิศมาหลาเท่าใดนัก ก็รอฟังการสอบสวนของหน่วยงานต่างๆ ดูนะครับ สังคมทั่วไปและส่วนตัวผมเห็นว่า มันค่อนข้างแพงจริงๆ แม้ว่าเหล่านี้มันไม่มีราคากลางกำหนด ต้องดูแต่ราคาตลาดทั่วไป ซึ่งมันก็ไม่น่าสูงเพียงนั้น ถ้าคนสอบสวนเขาถามเรื่องความคุ้มค่า ระวังคนซื้อจะตอบไม่ได้ แล้วมันจะผิด พ.ร.บ.จัดซื้อเอานะครับ

มาว่ากันต่อ ผมขอยกกรณีศึกษาอีกสักเรื่องที่เกี่ยวกับการร้องเรียนทุจริตและการดำเนินการของ ป.ป.ช. มาว่ากันเรื่องจัดซื้อและการมีส่วนได้เสียนะครับ เรื่องนี้ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดหนึ่ง กล่าวหานายไก่ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลแห่งหนึ่ง สมมติชื่อว่า อ.บ.ต.สวย เป็นผู้มีส่วนได้เสียในสัญญาที่ทำกับองค์การบริหารส่วนตำบลสวย โดยใช้ชื่อคนอื่นจดทะเบียนร้านค้า แต่นายไก่เป็นผู้ดำเนินกิจการเองโดยทุจริต

เรื่องนี้ได้มีการไต่สวนฟังได้ว่า นายไก่ นายก อบต.สวย จะเป็นผู้จัดการเกี่ยวกับการจัดซื้อหรือจ้างโดยวิธีตกลงราคาในวงเงินไม่เกินหนึ่งแสนบาท โดยมีพยานบุคคลยืนยันสอดคล้องกัน และยังมีหัวหน้าส่วนการคลัง เจ้าพนักงานพัสดุ ผู้ช่วยเจ้าหน้าที่พัสดุยืนยันว่า นายกไก่เป็นคนจ่ายเงินหลักประกันสัญญา เรื่องนี้ไปสอบญาติของนายกไก่คนนี้ก็ยังยืนยันว่า นายกไก่เป็นผู้จัดการเช่นกัน นอกจากนี้ เมื่อไปตรวจสอบร้านค้าที่เป็นคู่เทียบราคาถึงสี่ร้าน ปรากฎว่า ทั้งสี่ร้านมีสภาพเป็นบ้านที่อยู่อาศัยธรรมดาไม่มีวัสดุก่อสร้างหรือเครื่องมืออุปกรณ์ที่จะบ่งชี้ได้ว่า มีสภาพเป็นผู้ประกอบการแท้จริง มีผู้จดทะเบียนร้านสองร้านยืนยันว่า ตนเป็นเพียงผู้ให้นายกไก่ใช้ชื่อไปอ้างเป็นผู้ประกอบการคู่สัญญากับอ.บ.ต.สวย และแบ่งประโยชน์ให้เป็นเงินเพียง 5% ของจำนวนเงินที่ระบุในสัญญาเท่านั้น

ส่วนอีกสองร้านพอไปให้การกับเจ้าหน้าที่วกไปวนมามีพิรุธ ทำนองจะช่วยนายกไก่นั้นละครับ แต่คำให้การกลับไปขัดกับเอกสารที่เจ้าหน้าที่รวบรวมเป็นหลักฐาน เช่น ร้านให้การว่า ไม่เคยมีเครื่องจักรในการก่อสร้าง แต่กลับเข้าทำสัญญาให้ อ.บ.ต.สวยว่าจ้างเหมาเช่าเครื่องจักรพร้อมอุปกรณ์อื่นๆ ซ่อมแซมถนน คสล.หมู่ที่ 1 และที่ให้การว่า ไม่เคยทำสัญญาขายเครื่องคอมพิวเตอร์สำนักงาน แต่เจ้าหน้าที่ไปพบเอกสารเข้าเป็นคู่สัญญาขายคอมพิวเตอร์สำนักงาน เป็นต้น และภายหลังนายกไก่คนนี้พ้นจากตำแหน่ง ผู้ประกอบการหรือร้านค้าสามรายก็จดทะเบียนเลิกพาณิชยกิจไปเลย

ส่วนอีกร้านไปสอบถามแล้วยังไม่เลิก เพราะยังค้างภาษีสรรพสามิต พฤติการณ์จึงเชื่อว่า นายกไก่มีส่วนได้เสียในการจัดซื้อหรือจ้างโครงการต่างๆ ประมาณ จำนวน 324 โครงการ เป็นผู้เลือกร้านค้าผู้ประกอบการสับเปลี่ยนเข้ามาทำสัญญากับ อบต.สวย ผู้ประกอบการทั้งสี่รายเป็นเพียงผู้รับจ้างในสัญญาเท่านั้น ความจริงแล้วนายกไก่เป็นผู้รับจ้างเสียเอง เมื่อวัสดุก่อสร้างไม่พอ นายกไก่จะเป็นคนจัดหามาเพิ่มเติมด้วยตัวเอง หรือเอกสารการประกอบฎีกาไม่ครบก็ดำเนินการจัดส่งเอกสารให้ครบเพื่อทำการเบิกจ่ายต่อไป

เรื่องนี้เห็นมั้ยครับท่านผู้อ่าน นายกไก่คนนี้เหมือนปลาตายน้ำตื้น เพราะพอถึงเวลาจริงๆ ที่หาทางออกไม่ได้ คนอื่นๆ ที่เคยใกล้ชิดร่วมมือกัน ไม่ว่าจะเป็นผู้มีชื่อเป็นเจ้าของร้านค้าสองสามแห่งนั้น ปลัดอบต. หัวหน้าส่วนคลัง หัวหน้าส่วนโยธา หัวหน้าสำนักงานปลัด นักวิชาการเงินและบัญชี คนที่เกี่ยวข้องกับการเซ็นฎีกา ต่างได้ให้การเป็นประโยชน์ต่อคดีเพื่อจะได้พ้นผิด และจากคำให้การของคนเหล่านั้นมาเป็นพยานมัดตัวนายกไก่ได้ พวกเขาก็ย่อมได้รับโอกาสกันเป็นพยาน กล่าวง่ายๆ คือ ไม่ต้องรับโทษอะไร แม้จะเคยมีส่วนร่วมในการทำผิดกับนายกไก่ก็ตาม เพราะกฎหมาย ป.ป.ช.เขามีหลักเกณฑ์ วิธิการและเงื่อนไขในการกันพยานบุคคลหรือผู้ถูกกล่าวหาไว้เป็นพยาน โดยไม่ดำเนินคดีตามที่เคยกล่าวมาแล้วในตอนก่อนๆ นายกไก่เลยต้องโดนคดีคนเดียวไป

เรื่องจัดซื้อหรือจ้างของท้องถิ่นเราวันนี้ก็ยังคงทำผิดกันเรื่อยมา แม้จะใช้ พ.ร.บ.จัดซื้อใหม่ที่เข้มงวดกว่าเดิมก็ตาม  บางเรื่องบางราว ป.ป.ช.เขาอาจไม่ชี้มูล แต่ถ้าเห็นว่าผิดระเบียบก็อาจจะแจ้งต้นสังกัดที่กำกับดูแลไปปรามกันเองก็มี ดังเช่นมีการร้องเรียนเทศบาลแห่งหนึ่งจัดซื้อเครื่องเล่นสนามเด็กเล่นกลางแจ้งของเทศบาลห้ารายการ โดยปกปิดการเผยแพร่การสอบราคามิให้มีการแข่งขันราคาอย่างเป็นธรรม เป็นเหตุให้เกิดความเสียหายแก่ราชการ ไต่สวนแล้วได้ความว่า เทศบาลแห่งนี้ได้ซื้อเครื่องเด็กเล่นสนามเด็กเล่นโดยวิธีสอบราคาวงเงิน หนึ่งล้านเก้าแสนบาทเศษ เป็นการดำเนินการตามระเบียกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการพัสดุของหน่วยการบริหารราชการส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2535 ที่ใช้ในขณะนั้น โดยระเบียบกำหนดให้ส่งประกาศให้ผู้มีอาชีพขายโดยตรงทางไปรษณีย์ตอบรับให้มากที่สุด แต่ไม่น้อยกว่าห้ารายและปิดประกาศเผยแพร่โดยเปิดเผยที่เทศบาลนั้น เทศบาลแห่งนี้ก็ได้ส่งประกาศไปให้จังหวัด ให้ อบจ.ศูนย์รวมข่าวจังหวัด สถานีวิทยุอีกสามแห่ง ตชด.และยังส่งให้ผู้มีอาชีพอีกห้าราย

แต่ที่กำหนดให้ประกาศที่เว็ปไซต์ของหน่วยงานที่จัดซื้อและกรมบัญชีกลางนั้น ไม่ได้กำหนดในระเบียบกระทรวงมหาดไทยดังกล่าว แต่มีหนังสือสั่งการของกรมบัญชีกลางและกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น แจ้งเวียนให้ทราบโดยให้ถือปฎิบัติตามวันเวลาที่กำหนด ซึ่งเทศบาลแห่งนี้ได้ลงเว็ปไซต์เผยแพร่ของจังหวัด แต่ไม่ได้ลงเว็ปไซต์ของกรมบัญชีกลาง เมื่อไต่สวนแล้วไม่ปรากฎพฤติการณ์ทุจริตหรือมีการฮั้วอย่างใด เป็นเพียงไม่ปฎิบัติตามหนังสือสั่งการที่เกี่ยวข้อง ทั้งไม่ปรากฎความเสียหายก็ไม่รับพิจารณาไป แต่เพื่อให้เกิดผลดีแก่ราชการให้แจ้งต้นสังกัดไปว่า กล่าวตักเตือนกำชับเรื่องการปฎิบัติหน้าที่ตามหนังสือสั่งการโดยเคร่งครัดต่อไป

เห็นมั้ยครับ ป.ป.ช.เขาจะดูพฤติการณ์ทุจริตหรือฮั้วและความเสียหาย ถ้ามีก็ว่าไปทั้งวินัยหรืออาญาหรือละเมิด หากไม่ผิดเช่นนั้นเพียงไม่ปฎิบัติตามระเบียบ กฎหมายของราชการก็อาจส่งไปต้นสังกัดกำชับ ตักเตือนว่า ต่อไปทำให้ถูกต้องเสีย  แต่อย่าให้ต้องเตือนบ่อยนะครับท่านผู้บริหาร มากนักหาไม่อาจโดนใบแดงก็ได้ สวัสดีครับ

หนังสือพิมพ์ OPT NEWS ONLINE
วันที่ 16-31 ตุุลาคม 2564
อปท.เชิญเป็นแขก ดูทั้งหมด
15 ต.ค. 2564
ประเทศไทยจัดได้ว่า เป็นประเทศเกษตรกรรมในอันดับต้นๆ ของโลก ซึ่งแน่นอนว่าประชากรส่วนใหญ่ของประเทศก็ต้องมีอาชีพเป็นเกษตรกร อย่างไรก็ตาม ราคาพืชผลทางการเกษตรที่ขึ้นๆ ลงๆ และโน้มเอียงไปทางตกต่ำอยู่บ่อยๆ แถบทุกปี จึงเป็นปัญหาใหญ่ที่ส่งผลให้รายได้ของเกษตรกรไทย...
หนังสือในเครือ
สุดยอดผู้นำท้องถิ่นแห่งปี 2558