ร้อง “บิ๊กเต้ย” มท.2 ช่วยด้วย!
“ตู้คีบพนันตุ๊กตา” มอมเมา!
ธุรกิจ “ชามข้าวหมา” เกลื่อนเมือง!
“ ของนาย...!”
ว่าแล้ว ... ทำไม?แกล้งตาบอด หูหนวก เป็นใบ้ ง่อยเปลี้ยเสียขา...กันไปหมด
กฎ “โลกทั้งใบ เป็นของนายคนเดียว” บัญญัติไว้ว่า...
เจ้านายถูกเสมอ!
ถ้าเจ้านายทำผิด ให้ย้อนกลับมาดูข้อหนึ่ง
ถึงว่า ด้วยเหตุนี้เองกระมัง จึงกลายเป็น “เตมีย์ใบ้” ในทศชาติชาดก ไปตามๆกัน!
ขนาดกล้าออกมายืดอก รับบทเสี่ยงตาย แถมเอาตัวเองไปเป็นไม้บรรทัดวัดความตรง การันตีตู้คีบพนันตุ๊กตาไฟฟ้า ว่า...มันไม่ผิด!
รับบทสูตรปกป้องเหงือกและฟัน เป็น “นายแบก” ประหนึ่งดั่ง “ป้อมปืนนาวาโรน” ทำหน้าที่ปราการคุ้มกันภัย “ธุรกิจชามข้าวหมา” ให้กับตัวหนังสือ 3 ตัวรวมกัน ที่ต้องยืนตีนติด เท้าชิด มือกุมเป้า “เจ้านาย” ทุกคำอย่างงั้นเลย เชียวหรือ!
กลัวแต่ว่าจะตามรอย “ปลวกแดง” กันไปเปล่าๆปลี้ๆ พูดอ้างอะไรออกไป เดี๋ยวเหอะ! “เรือหาย”ยกพ่วงทั้งนาย-บ่าว!
อย่าถึงกับต้อง “กลืนน้ำลายตัวเอง” เพราะชามข้าวหมาเลย...ครับท่าน!
แถ…ไปข้างๆคูๆ ชาวบ้านเขารู้กันทั่วบ้านทั่วเมือง! ขืนยังความดันทุรังสูง มันจะ “แถกเหงือก”ตายน้ำตื้นเป็นปลาหมอคางดำเอานะ...พ่อมหาจำเริญ!
แม้ว่า นายทุนตู้คีบตีกตา จะพยายาม “เลี่ยงบาลี”สรรหาวิธีการเล่นอย่างไร เพื่อหลบเลี่ยงกฎหมาย ให้ดูเหมือนว่าเป็น “ตู้ขายสินค้าอัตโนมัติ” แต่เพิ่มการเล่นโยก-คีบพ่วงเข้าไป อ้างเพื่อนันทนาการสานทักษะความบันเทิง ฟังดูเหมือนเอาสีข้างเข้าถูแถไปข้างๆคูๆ ดูออกหน่อมแน้มไปหน่อย
สังคมถามกลับ... ทำไปเพื่อ?
ถ้าจะซื้อ หรือจะขาย กันแฟร์ๆ จ่ายเงินมา หยิบของใส่ถุงให้...แค่นั้นก็วินๆกันไปทั้งคนซื้อ-คนขาย ไม่ต้องมาปรุงแต่งพิธีกรรม เอา “เปลือกความดี” มาคลุมทับ “กระพี้ อบายภูมิ” แหกตาประชาชน!
แม้จะมีการปรับรูปแบบเป็นการสะสมแต้ม หรืออ้างว่าหยอดครบแล้วจะได้ของแน่ๆก็ตาม มองมุมไหนยังคงเข้าข่ายผิดกฎหมาย พ.ร.บ. การพนัน...อยู่นั่นแหละครับ เจ้านาย!
แถมยังไปขัดลำกล้อง กับแนววินิจฉัยของกระทรวงมหาดไทย! แบบหัวทิ่มหัวตำคะมำหงาย อีกด้วยนะจะบอกให้!!
กระทรวงมหาดไทย ได้มีหนังสือสั่งการและเน้นย้ำชัดเจนว่า ต่อให้มีการแสดงข้อความว่า “หากชำระราคา หรือหยอดเงินสะสมครบตามกำหนดแล้วจะได้สินค้าแน่นอน”
แต่ถ้าในระหว่างทาง ผู้เล่นยังต้องใช้วิธีการคีบ โยก หรือกดปุ่มเล่นเพื่อลุ้นผลในแต่ละตา ซึ่งอาจจะได้หรือไม่ได้รางวัลในทันที จะถือว่าเป็นเครื่องเล่นตามบัญชี ข. หมายเลข 28 พ่วงท้าย พ.ร.บ. การพนัน พ.ศ. 2478 ทันที
อีกทั้ง ตู้ลักษณะนี้ถูกจัดเป็นเครื่องเล่นที่ต้องได้รับอนุญาต แต่ปัจจุบันกระทรวงมหาดไทยมีนโยบาย “ไม่อนุญาตให้ออกใบอนุญาต”สำหรับตู้คีบประเภทนี้ โดยเด็ดขาด
ดังนั้น เมื่อไม่มีใบอนุญาต การนำมาตั้งให้บริการเกลื่อนบ้าน เกลื่อนเมืองตามที่เห็นกัน จึงมีความผิดตามกฎหมาย
ขยี้ต่อตรงประเด็น การให้ “สะสมแต้ม แทนการคืนเงินสด” หรือการให้สินค้าทันทีเมื่อหยอดครบ เป็นเพียงกลยุทธ์ทางการค้า หรือรูปแบบการดึงดูดลูกค้าของผู้ประกอบการ เพื่อเลี่ยงบาลีเท่านั้น
แต่ตัวกลไกการเล่นหลัก ยังคงเป็น “การเสี่ยงโชคผ่านเครื่องเล่นไฟฟ้าจักรกล” ซึ่งครบองค์ประกอบ เข้าข่ายการจัดให้มี “การเล่นการพนัน”เกิดขึ้นแล้ว
คราวนี้มาชำแหละลักษณะและรูปแบบของ “ตู้จำหน่ายสินค้าอัตโนมัติ” หรือ “ Vending Machine” ที่ถูกต้องตามกฎหมาย และไม่เข้าข่ายเป็นการกระทำความผิดเกี่ยวกับการพนัน
จะต้องเป็นการ “ซื้อขายแลกเปลี่ยน ตรงไปตรงมา” ผู้ซื้อใส่เงิน หยอดเหรียญ หรือธนบัตร หรือชำระผ่านระบบดิจิทัล เพื่อเลือกซื้อสินค้าชิ้นที่ต้องการ “โดยเฉพาะเจาะจง” สินค้าชิ้นนั้นต้องแสดงราคาชัดเจน และเมื่อชำระเงินครบถ้วน เครื่องจะต้องจ่ายสินค้าชิ้นดังกล่าวให้ทันที
ไม่มีกลไกการเสี่ยงโชคหรือวัดดวง ตัวกระบวนการทำงานต้องไม่มี ลักษณะของการใช้ฝีมือเพื่อลุ้นผลแพ้-ชนะ หรือลุ้นว่าจะได้ของหรือไม่ เช่น ไม่มีคีมคีบ ไม่มีกลไกสุ่ม “กาชาปอง”แบบตู้หยอดของเล่น-ของที่ระลึกยอดฮิตของญี่ปุ่น และไม่มีการเล่นเกมเพื่อแลกรางวัล หรือแต้มสะสมใดๆ
ทุกรายการที่มีการจ่ายเงินแลกสินค้า ผู้ซื้อจะต้องได้รับสินค้าที่มีมูลค่าตรงตามราคาที่ชำระทันทีในครั้งนั้นแน่นอน 100% ทุกครั้งไป ไม่มีกรณีที่จ่ายเงินแล้วไม่ได้สินค้า หรือต้องสะสมยอดเพื่อไปลุ้นต่อในลักษณะเสี่ยงโชค หรือนำไปซื้อสินค้าในร้านค้าเครือข่ายของเจ้าของตู้คีบฯ
อีกเรื่องที่สำคัญ! ต้องมีการจดทะเบียนพาณิชย์และเสียภาษีถูกต้อง!
ในแง่การประกอบธุรกิจ ตัวตู้จำหน่ายสินค้าถือเป็นรูปแบบหนึ่งของ “การค้าปลีก” ผู้ประกอบการต้องมีการแจ้งการประกอบธุรกิจ “พาณิชยกิจ”และปฏิบัติตามกฎระเบียบด้านภาษีมูลค่าเพิ่ม หรือ “VAT” ของกรมสรรพากร รวมถึงการขออนุญาตติดตั้งในพื้นที่สาธารณะ หรือพื้นที่เอกชน อย่างถูกต้อง
การติดป้าย “เลี่ยงบาลี” อ้างว่าเป็น “ตู้จำหน่ายสินค้าอัตโนมัติ” ไม่สามารถลบล้างลักษณะที่แท้จริงของตัวเครื่องได้ ถือว่าพฤติการณ์นี้เป็นการ “เจตนาอำพรางเพื่อหลีกเลี่ยงกฎหมาย”
ตีแผ่ให้เห็นภาพจะจะ ลากไส้อ่อนไส้แก่ ออกมาให้ดูกันทุกขดแล้ว หน่วยงานรัฐ ทั้งตำรวจ และกรมการปกครอง จะยอมโดน “แหกตา”กันต่อไปอีกอย่างนั้นหรือ?
ตามแนวคำพิพากษาศาลฎีกา และหนังสือสั่งการของกระทรวงมหาดไทย การจะพิจารณาว่าเป็นตู้ประเภทใด ไม่ได้ดูที่ “ป้าย”แต่ให้ดูที่ “กลไกการทำงานจริงและเจตนา”
ให้งัดอักษร 3 ตัว ออกมาดู “คิด วิเคราะห์ แยกแยะ” พฤติกรรมส่อเจตนา...อย่าหาว่าน้าสอน!
หากจ่ายเงินแล้วไม่ได้ของทันที ต่อให้ติดป้ายว่า “ตู้นรก-สวรรค์” แต่ถ้าผู้เล่นต้องมาโยกคันบังคับ ลุ้นว่าจะคีบติดหรือไม่ติด? หรือต้องมาเสี่ยงดวงกับระบบตั้งค่าความแน่นความหลวมของขาคีบ ในทุกๆกี่รอบก็ตาม
ถือว่ามีลักษณะของ “การพนัน แพ้ชนะกันระหว่างผู้เล่นกับเครื่องจักร” ทันที!
เข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.บ.การพนัน พ.ศ. 2478 บัญชี ข. หมายเลข 28 ประเภทเครื่องเล่นไฟฟ้าจักรกล!
ปัจจุบัน “กระทรวงมหาดไทย” มีนโยบายเด็ดขาด ไม่ยอมออกใบอนุญาตให้ตู้ประเภทนี้อีกแล้ว การตั้งตู้เกลื่อนบ้านเกลื่อนเมืองในพื้นที่อำเภอบางละมุง และเขตเมืองพัทยา จึงเป็นการจัดให้มีการเล่นพนันโดยไม่ได้รับอนุญาต
มีความผิดตาม พ.ร.บ.การพนัน มาตรา 12 (2) โทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 2,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ไม่ได้โดนแค่เจ้าของตู้เท่านั้น แต่ “ เจ้าของสถานที่” ไม่ว่าจะเป็นห้องเช่า,ร้านค้า,หน้าร้าน,ห้างสรรพสินค้า หรือเจ้าของตลาด ที่เออออห่อหมก ยินยอมให้เอาตู้มาตั้งเพื่อกินเปอร์เซ็นต์ หรือเก็บค่าเช่า
จะถูกดำเนินคดีด้วย ในข้อหา “ร่วมกันจัดให้มีการเล่นการพนัน” เช่นกัน
นอกจากกฎหมายการพนัน “บั่นคอ”แล้ว ดาบอีกเล่ม “เครื่องประหารหัวสุนัข” ของกระทรวงพาณิชย์ ยังเงื้อท่ารอ การติดป้ายลวงว่าส่งมอบสินค้า 100% แต่ความจริงเป็นการเสี่ยงโชค ยังอาจเข้าข่ายความผิดอื่นอีกหลายกระทง
ดาบแรก ความผิดฐานเจตนาก่อให้เกิดความเข้าใจผิดในแหล่งกำเนิด สภาพ คุณภาพ หรือสาระสำคัญเกี่ยวกับสินค้า หรือบริการ ตาม พ.ร.บ.คุ้มครองผู้บริโภค
ดาบเล่มสอง อันนี้นรกกว่าดาบแรก หากมีการแจ้งประเภทธุรกิจต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ว่าทำ “ตู้ขายสินค้าอัตโนมัติ” แต่พฤติการณ์จริง ส่อไปในทางทำตู้พนัน อาจโดนตรวจสอบ และดำเนินคดีข้อหา แจ้งข้อความเท็จต่อเจ้าพนักงาน
คำถามแรงๆจากสังคม.... ฝากไว้ให้คิด!
“หากเป็นการจำหน่ายสินค้าอัตโนมัติจริง เหตุใดผู้บริโภคจึงต้องเสียเงินซ้ำๆ จากการคีบแต่ละครั้ง และเงินที่เสียไปนั้นเป็นการชำระค่าสินค้า หรือเป็นค่าใช้จ่าย เพื่อแลกกับโอกาสในการได้รับสินค้า?”
กลวิธีเปลี่ยนกติกา เป็น “กติกู” พลิกรูปแบบการเล่นที่เจ้าของตู้คีบฯ สร้างขึ้นมานั้น มันก็แค่หลุมพรางตื้นๆ ใช้หลอกล่อ “แมงเม่า” ชักชวนลูกเล็กเด็กโต พ่อแม่ผู้ปกครอง เข้าไปติดหล่ม “อบายมุข” เสียเงินเสียทองไปเปล่าๆโดยใช่เหตุ
ซ้ำร้ายยิ่งไปกว่า ยังมีเจ้าหน้าที่ (บางคน) ยอมพาตัวเองไปเป็น “ไม้บรรทัด” วัดความถูกต้องให้ด้วย!
แม้ว่า “กติกู”ปลายทาง บอกว่าหยอดเงินครบจบที่ตุ๊กตาได้แน่ๆ แต่ระหว่างทางมันคือ...การพนัน! ความผิดสำเร็จ ตั้งแต่คีบหลุดครั้งแรกแล้ว
แต่คำที่ฟังแล้วเจ็บปวดเสียยิ่งกว่าโดนตอกเล็บ...คือคำกล่าวอ้างว่า “ของนาย” กลายเป็นปม “เผือกร้อน” ไม่มีใครหน้าไหน กล้าแตะ!
ทำความเข้าใจกันก่อน “นายทุน กับ เจ้านาย” ภาษาปากใช้เรียก อาจพอเข้าใจได้ว่าเป็นคนเดียวกัน แต่คนฟังความหมายอาจต่างกัน คิดหลุดโลกไปคนละขั้ว!
อันนี้ต้อง “ฟังหูไว้สองหู” เพราะแม้แต่สุนัขผู้ซื่อสัตย์ ยังกระโจนเห่า-ฝังเขี้ยวกัด เพื่อปกป้องคนที่โยนกระดูกให้มันแทะ... ตามสัญชาตญาณ เดรัจฉานที่จดจำนายของมันได้ไม่ลืม ไปจนตัวตาย
ใครโยนอะไรให้... ยกหางเป็นนายหมด!
คำว่า “เจ้านาย”ที่กล่าวอ้าง น้ำหนักจึงเทไปฟากฝั่ง “นายทุน”เจ้าของตู้คีบพนันหลากสี เสียมากกว่า...
วันนี้ ชาวบ้านเดือดเนื้อร้อนใจ “อบายภูมิ” ไฟสุ่มขอน พิธีกรรมเผานั่งยางเยาวชน หลอกล่อฉกเอาทรัพย์สิน ละลายเงินทอง ปลิ้นออกไปจากกระเป๋าตังค์พ่อแม่ ทุกเมื่อเชื่อวัน!
วัยทองสองขวบ ลูกร้องงอแงอยากได้ เอาแต่ใจ หงุดหงิด ร้องกรี๊ด ร้องไห้หนัก ขว้างของ ชักดิ้นชักงอควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่ได้ พ่อแม่เหมือนน้ำท่วมปาก
พยายามตีเกราะเคาะปี๊บ ไปยัง “ผู้ถืออำนาจ”อยู่ในมือ เสวยสุขกินเงินเดือนจากภาษีประชาชนบนแผ่นดินนี้ บนบ่าสองข้างแบกคำว่า “หน้าที่”ไว้คอยดูแลสารทุกข์สุกดิบ ปกป้องประชาชน เพื่อให้เกิดความผาสุก ร่มเย็น
แต่กลับ “มือไม่พาย แถมยังเอาตีนราน้ำ” เล่นเกม หัวใบ้ ท้ายบอด ไปวันๆ
ไพ่รัมมี่วงเดียว 4 คน ปูเสื่อสาดตั้งวงเขย่าไฮโลสี่ซ้าห้าคน พากันยกโขยงไปปิดล้อม วิ่งไล่กวดไล่จับกัน ล้มลุกคลุกคลานปานว่าเอาเป็นเอาตายกันไปข้าง บ้างก็ถึงกับกระโดดลงคลองมุดน้ำหนีความผิด
แต่ “ตู้พนันคีบตุ๊กตา” ผิดกฎหมายเต็มบ้านเต็มเมือง... กลับนิ่งเฉย เป็นทองไม่รู้ร้อน !
จนกลายเป็นเสียงซุบซิบนินทา ดังกระหึ่มกลางสี่แยกปากหมาศาลาหมู่บ้าน “ตู้คีบพนันตุ๊กตา เนเวอร์ดาย” เปรียบความเป็นอมตะ ดั่ง “พญายักษ์ ทศกัณฐ์” ฆ่ายังไง ไม่มีวันตาย!
พูดถึงทศกัณฐ์เจ้ากรุงลงกา ตัวโกงในโขน “รามเกียรติ์” ไปลัก “นางสีดา”กะว่าอุ้มเอามาทำเมีย แต่กลับต้องพาชาติบ้านเมือง กระโจนเข้าหาสงคราม รบทัพจับศึกกับ “พระราม” ระดมพลพรรควานร เปิดศึก “ชิงนางในดวงใจ ”กลับคืน
ทศกัณฐ์ออกศึก กลัวตายก่อนได้แอ้มนางสีดา จึงให้พระฤๅษีโคบุตรทำพิธีถอดดวงใจใส่ไว้ในกล่องศิลา และเก็บรักษาไว้ ถึงแม้ว่าพระรามจะฆ่ายังไง ยักษ์สิบหน้าก็เนเวอร์ดาย!
ในที่สุดโป๊ะแตก พระรามล้วงความลับมาได้ จึงให้ “หนุมาน”ทหารเอก วางอุบายไปลักกล่องดวงใจ แสร้งทำเป็นสวามิภักดิ์ทศกัณฐ์ หลอกล่อพระฤๅษีโคบุตรจนตายใจ ได้กล่องดวงใจมา