ดอดกดินหรือดอกดินแดง(ชื่อทางวิทยาศาสตร์ Aeginetia indica เป็นพืชที่เกาะกินรากหญ้ารากไม้ กลีบเลี้ยงและกลีบดอกมีสีม่วงอมชมพูไปจนถึงม่วงเข้ม แต่ถ้าอยู่ในที่โล่งสีจะเข้มากกว่าอยู่ในร่ม ประเทศไทยพบ 3 ชนิด มีสรรพคุณตามตำราแพทย์แผนโบราณช่วยขับพิษร้อนถอนพาไข้ รักษาโรคเบาหวานและทางเดินปัสสาวะอักเสพ โดยนำมาทำยาชง นอกจากนี้ยังนำมาแต่งสีขนมและอาหาร ดอกดินมีสารaucubin :ซึ่งใฟ้สีม่วงเข้มนิยมใช้คั้นน้ำมาทำขนม หรือผสมในข้าวเหนียว นอกจากนี้ยังใช้เป็นผักจิ้มน้ำพริกซึ่งดอกดินจะออกในช่วงหน้าฝน มักพบในในป่าร่มครึ้มที่มีความชื้นสูงมีเศษใบไม้ผุพังเยอะ
ซึ่งนับว่าเป็นความชาญฉลาดและภูมิปัญญาของคนโบราณที่นำเอาดอกดินดอกที่งอกขึ้นมาจากดินมาเป็นทั้งอาหารและยา โดยที่คนโบราณได้ใช้ดอกดินนำมาล้างทำความสะอาดตัดหรือหั่นแล้วนำไปโขลกหรือปัจจุบันใส่เครื่องปั่นคั้นเอาน้ำมาผสมกับขนมหรือแช่ข้าวเหนียวก่อนนำไปนึ่งซึ่งนอกจากจะทำให้สีสวยแล้วข้าวเหนียวที่แช่น้ำคั้นดอกดอนจะไม่คืนตัวจะยังคงนิ่มแม้เวลาจะผ่านไปสองสามวันข้าวเหนียวยังคงหอมและนุ่มเหมือนพึ่งนึ่งเสร็จ
ส่วนขนมที่มีส่วนผสมของน้ำคั้นดอกดินนั้น นิยมทำในช่วงฤดูฝนซึ่งเป็นฤดูที่ดอกดินโผล่ขึ้นมา ชาวบ้านจึงพากันไปเก็บแล้วนำมาเป็นส่วนผสมขนมดอกดิน ซึ่งมีส่วนผสมของแป้งข้าวเหนียวครึ่งกิโลหรือ3ส่วน แป้งมันสำปะหลัง1ส่วน เกลือป่นเล็กน้อย แล้วเติมน้ำคั้นดอกดินลงไปหลังใสน้ำตามใจชอบ จากนั้นนำมาปั่นให้เข้ากันดี จึงนำไปใส่กระทงใบตอง ก่อนนำไปนึ่งไฟแรงงประมาณ 15 นาที แล้วโรยมะพร้อมทึนทึกที่เตรียมไว้ลงไปปิดฝานึ่งต่ออีก 10 นาที่ก็จะได้ขนมดอกดินสีม่วงหอมกรุ่นสวยงามชวนรับประทานตักมาพักไว้เพื่อจะได้ไปทำบุญ หรือแจกจ่ายกันในหมู่ญาติสนิท บอกเลยว่าขนมดอกดินนอกจากจะเป็นขนมคนโบราณที่ทำติดต่อกันมาหลายสิบปีนอกจากจะมีคุณค่าทาวโภชนาการแล้วยังหากินยากปีหนึ่งมีเพียงครั้งเดียวจึงทำให้ดอกดินเป็นดอกไม้ที่มีราคาซื้อขายกั