สถานการณ์น้ำท่วมอำเภอบางคล้า จังหวัดฉะเชิงเทรา ยังคงวิกฤต หลายพื้นที่ถูกน้ำท่วมขังสูงต่อเนื่องนานนับสัปดาห์ โดยเฉพาะหมู่ 5 ตำบลสาวชะโงก ระดับน้ำสูง 1.20–1.80 เมตรในขณะนี้ ชาวบ้านหลายครอบครัวต้องอพยพหนีน้ำมาพักอาศัยในศาลาประชาคมหมู่บ้าน ขณะที่ผู้ประสบภัยสะท้อนความทุกข์ บ้านเรือนและทรัพย์สินเสียหาย อาชีพขาดรายได้ วอนรัฐบาลเร่งระบายน้ำ พร้อมลดขั้นตอนการลงทะเบียนรับเงินเยียวยาให้สะดวกและรวดเร็ว เผยยอมจนยังดีกว่าน้ำท่วมเพราะหมดตัวไม่เหลืออะไรเลย
สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่อำเภอบางคล้า จังหวัดฉะเชิงเทรา ยังคงน่าเป็นห่วง หลังหลายพื้นที่ประสบปัญหาน้ำท่วมขังในระดับสูงต่อเนื่องเป็นเวลานานนับสัปดาห์ ส่งผลกระทบต่อการดำรงชีวิตและการประกอบอาชีพของประชาชน โดยเฉพาะพื้นที่หมู่ 5 ตำบลสาวชะโงก ซึ่งมีระดับน้ำท่วมสูงประมาณ 1.20–1.80 เมตร จนชาวบ้านจำนวนมากต้องอพยพออกจากบ้านเรือน มาพักอาศัยตามศาลาประชาคมหมู่บ้าน หรือกางเต็นท์นอนบนถนนที่มีระดับสูงกว่าน้ำท่วม
โดยวันนี้ 9 ต.ค.69 ที่ศาลาประชาคมหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงต้นแบบ หมู่ 5 ตำบลสาวชะโงก พบครอบครัวเครือญาติ 4 ครอบครัว รวม 12 ชีวิต ต้องอพยพมาพักอาศัยอยู่ร่วมกัน หลังบ้านเรือนถูกน้ำท่วมสูงจนแทบไม่สามารถขนย้ายทรัพย์สินออกมาได้ทัน โดยหลายครอบครัวนำติดตัวมาได้เพียงเสื้อผ้าที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต ขณะที่ทรัพย์สินและเครื่องใช้ภายในบ้านจำนวนมากยังจมอยู่ใต้น้ำ
นายวิสิทธิ์ สุขกิจภากรณ์ อายุ 55 ปี หนึ่งในผู้ประสบภัย เปิดเผยว่า ขณะนี้มีความกังวลอย่างมาก หลังทราบข่าวว่าสถานการณ์น้ำท่วมอาจยืดเยื้อไปจนถึงสิ้นเดือน ทำให้ไม่รู้ว่าจะต้องใช้ชีวิตต่อไปอย่างไร และจะหาเงินจากที่ไหนมาเป็นค่าใช้จ่าย หากยังต้องอาศัยอยู่ในศูนย์พักพิงอีกเป็นเวลานาน เนื่องจากบ้านเรือนและทรัพย์สินได้รับความเสียหายจำนวนมาก ทั้งตู้ โต๊ะ และเครื่องใช้ไฟฟ้าต่าง ๆ อยากให้รัฐบาลเร่งส่งเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบความเสียหายและช่วยเหลือเยียวยาประชาชนโดยเร็ว
พร้อมขอให้ลดความยุ่งยากของขั้นตอนการลงทะเบียน เนื่องจากผู้ประสบภัยกำลังเดือดร้อนอย่างหนัก หากต้องอยู่กับน้ำต่อไปอีก 30 วัน ก็ไม่รู้ว่าจะรับมืออย่างไร เพราะไม่มีทั้งกำลังทรัพย์และกำลังกายที่จะต่อสู้กับสถานการณ์ ขณะที่น้ำท่วมขังเริ่มเน่าเสีย และยังอาจส่งผลกระทบต่อพื้นที่เพาะปลูกและการดำรงชีวิตของชาวบ้าน
นายวิศิษฏ์ กล่าวด้วยความอัดอั้นว่า “ไม่มีใครอยากให้น้ำท่วม ยอมจนดีกว่ายอมน้ำท่วม” เพราะนอกจากทรัพย์สินจะเสียหายแล้ว บ้านที่อยู่อาศัยยังได้รับผลกระทบอย่างหนัก จนไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นชีวิตใหม่อย่างไร
ด้านนางจิราภรณ์ อินทยากรณ์ อายุ 48 ปี ผู้ประสบภัยอีกหนึ่งราย เปิดเผยว่า ตนอพยพออกจากบ้านมาตั้งแต่วันที่ 2 ตุลาคม ที่ผ่านมา จนถึงขณะนี้เป็นเวลาประมาณ 1 สัปดาห์ โดยระดับน้ำภายในบ้านสูงถึงหน้าอก สามารถขนย้ายสิ่งของออกมาได้เพียงเสื้อผ้า ตู้เย็น และหม้อหุงข้าวบางส่วน ส่วนทรัพย์สินอื่น ๆ ยังคงจมอยู่ใต้น้ำ
นางจิราภรณ์ กล่าวว่า ปกติประกอบอาชีพค้าขาย แต่ขณะนี้ไม่สามารถกลับไปทำมาหากินได้ เพราะเครื่องมือและอุปกรณ์ประกอบอาชีพจมอยู่ใต้น้ำทั้งหมด ส่งผลให้ขาดรายได้โดยสิ้นเชิง อีกทั้งยังต้องเผชิญกับความไม่แน่นอน หลังทราบข่าวว่าน้ำอาจท่วมขังต่อเนื่องไปจนถึงสิ้นเดือนตุลาคม หรือต้นเดือนพฤศจิกายน ตนเองรู้สึกอัดอั้นจนพูดไม่ออก เพราะนอกจากจะไม่สามารถกลับไปใช้ชีวิตตามปกติแล้ว ยังสูญเสียโอกาสในการประกอบอาชีพและต้องแบกรับภาระค่าใช้จ่ายในแต่ละวัน จึงอยากฝากถึงรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่ เพื่อให้ประชาชนสามารถกลับเข้าบ้านและฟื้นฟูชีวิตได้โดยเร็ว พร้อมขอให้ปรับขั้นตอนการขอรับเงินเยียวยาให้สะดวก ลดความยุ่งยาก และช่วยเหลือได้อย่างทันท่วงที
ขณะที่นายบุญ สุขกิจภากรณ์ อายุ 66 ปี เปิดเผยว่า ตนอพยพออกจากบ้านมาตั้งแต่วันที่ 2 ตุลาคมเช่นเดียวกัน โดยนำสิ่งของติดตัวออกมาได้เพียงเสื้อผ้าและตู้เย็น 1 ตู้ ส่วนบ้านพักถูกน้ำท่วมสูงถึงระดับเอว เมื่อทราบข่าวว่าน้ำอาจท่วมขังเป็นเวลานาน ก็รู้สึกท้อแท้และหมดกำลังใจ เนื่องจากตนประกอบอาชีพขายต้นไม้ ซึ่งต้นไม้ที่ปลูกไว้ได้รับความเสียหายและเน่าตายจากน้ำท่วม ส่งผลกระทบต่อรายได้โดยตรง นายบุญสุกิจภากรยังฝากถึงรัฐบาลให้เร่งช่วยเหลือผู้ประสบภัย โดยเฉพาะเงินเยียวยา พร้อมขอให้ปรับขั้นตอนการลงทะเบียนให้สะดวกและไม่ซับซ้อนจนเกินไป เนื่องจากชาวบ้านจำนวนมากไม่ถนัดการลงทะเบียนด้วยตนเอง อีกทั้งหลังลงทะเบียนแล้วยังต้องนำเอกสารไปให้องค์การบริหารส่วนตำบล หรือ อบต. รับรองเพิ่มเติม จึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องลดขั้นตอนและอำนวยความสะดวก เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงความช่วยเหลือได้อย่างรวดเร็วและทั่วถึง
สิ่งที่ผู้ประสบภัยต้องการในขณะนี้ นอกจากการเร่งระบายน้ำแล้ว ยังเป็นความช่วยเหลือที่เข้าถึงได้จริง ทั้งการสำรวจความเสียหาย การเยียวยาที่รวดเร็ว และการลดภาระด้านเอกสาร เพื่อให้ครอบครัวที่กำลังเผชิญวิกฤตสามารถประคับประคองชีวิต และมีโอกาสกลับมาตั้งหลักได้อีกครั้ง
นิราช ทิพย์ศรี/อาษา/ปรีญาภรณฺ์/จันทร์พิทักษ์ ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดฉะเชิงเทรา 0909535645