คดีฆาตกรอำมหิต “ไอ้ป๋อง 5 ศพ ” พร้อมด้วย “ไอ้ธง”ลูกสมุน ร่วมกันก่อเหตุเขย่าขวัญ ล่อลวงข่มขู่สองพี่น้องชาวรัสเซีย อ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ คุมตัวไปตรวจค้น ก่อนพาไปสังหารสุดเลือดเย็น ด้วยการใช้อาวุธปืนจ่อยิงในระยะเผาขนที่ละคนอย่างโหดเหี้ยม แล้วช่วยกันโยนร่างฝังดินในหลุมเดียวกัน เหตุเกิดช่วงเช้ามืด วันที่ 26 กรกฎาคม 2569 ก่อนใช้รถมอเตอร์ไซค์ขี่ข้ามหลายจังหวัด หนีการติดตามตัวของเจ้าหน้าที่ตำรวจหลายหน่วยที่สนธิกำลังเปิดปฏิบัติการไล่ล่า อย่างไม่ยอมลดละ
จนกระทั่ง ตำรวจชุดไล่ล่า สามารถล็อกตัวได้ขณะหลบซ่อนตัว อยู่ในสวนลำไย เขตพื้นที่อำเภอวังสมบูรณ์ จังหวัดสระแก้ว ก่อนขยายผลนำฆาตกรโหดทั้งสองมาเค้น จนยอมเปิดปากไขปมนำไปสู่อีกคดีที่ “ความช็อก”ระดับเขย่าขวัญ สะเทือนใจไปทั้งประเทศ เมื่อ “ไอ้ป๋อง “รับสารภาพว่า เคยก่อคดีฆ่ายกครัว 3 ศพ พ่อแม่ลูกอย่างโหดเหี้ยม และนำร่างไปฝังดินใกล้กับหลุมที่ฝังสองพี่น้องรัสเซีย
ในที่สุด อัยการจังหวัดพัทยา ได้สรุป “สำนวนคดีสังหาร 2 พี่น้องชาวรัสเซีย” เสร็จสิ้น โดยเมื่อวันที่ 30 กันยายน 2569 พนักงานอัยการจังหวัดพัทยา ได้ยื่นฟ้อง นายฑณา หรือ “ป๋อง” เกิดทอง กับพวก เป็นจำเลยต่อศาลจังหวัดพัทยา
โดยศาลรับฟ้องคดีอาญาหมายเลขดำที่ อ.1038/2569 ใน 9 ฐานความผิด จากคดีร่วมกันก่อเหตุชิงทรัพย์ ข่มขืนกระทำชำเรา และฆ่าสองพี่น้องชาวรัสเซีย ก่อนนำศพไปฝังอำพรางในพื้นที่ ต.ห้วยใหญ่ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี
มีรายงานว่า ใน 9 ฐานความผิด ประกอบด้วย
1. ร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต
2. ร่วมกันพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุสมควรและโดยไม่ได้รับอนุญาต
3.ร่วมกันมีเครื่องกระสุนปืนที่นายทะเบียนจะออกใบอนุญาตให้ไม่ได้ไว้ในความครอบครอง และร่วมกันมีซึ่งยุทธภัณฑ์ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต
4.ร่วมกันพาอาวุธ (ลูกระเบิด) ไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุสมควร
5. ร่วมกันแสดงตนเป็นเจ้าพนักงานและกระทำการเป็นเจ้าพนักงาน โดยตนเองไม่ได้เป็นเจ้าพนักงานที่มีอำนาจกระทำการนั้น
6. ร่วมกันหน่วงเหนี่ยวหรือกักขังผู้อื่น หรือกระทำด้วยประการใดเพื่อให้ผู้อื่นปราศจากเสรีภาพในร่างกาย
7. ร่วมกันชิงทรัพย์ในเวลากลางคืนโดยลวงว่าเป็นเจ้าพนักงาน โดยแต่งเครื่องแบบตำรวจหรือแต่งกายให้เข้าใจว่าเป็นตำรวจ โดยมีและใช้อาวุธปืน โดยใช้ยานพาหนะเพื่อกระทำความผิดหรือพาทรัพย์นั้น หรือเพื่อให้พ้นการจับกุม เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย และร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน เพื่อเตรียมการหรือเพื่อความสะดวกในการที่จะกระทำความผิดอย่างอื่น เพื่อจะเอาหรือเอาไว้ซึ่งผลประโยชน์อันเกิดแต่การที่ตนได้กระทำความผิด และเพื่อปกปิดความผิดหรือเพื่อหลีกเลี่ยงให้พ้นอาญาในความผิดที่ตนได้กระทำไว้
8. ร่วมกันข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่นโดยใช้กำลังประทุษร้าย โดยผู้อื่นนั้นอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้ โดยมีอาวุธปืน เป็นเหตุให้ผู้ถูกกระทำถึงแก่ความตาย และร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน โดยกระทำการทารุณโหดร้าย เพื่อจะเอาหรือเอาไว้ซึ่งผลประโยชน์อันเกิดแต่การที่ตนได้กระทำความผิด และเพื่อปกปิดความผิดหรือเพื่อหลีกเลี่ยงให้พ้นอาญาในความผิดที่ตนได้กระทำไว้
9. ร่วมกันซ่อนเร้น ย้ายหรือทำลายศพ เพื่อปิดบังการตายและเหตุแห่งการตาย
สำหรับคดีเขย่าขวัญดังกล่าว เกิดเมื่อเวลาประมาณ 04.00 น. วันที่ 26 กรกฎาคม 2569 สองพี่น้องชาวรัสเซีย นางสาว “ไดเอน่า นาซีโมว่า” อายุ 22 ปี พร้อมด้วย “โรมัน”น้องชายวัย 17 ปี พากันขี่รถจักรยานยนต์ฮอนด้า รุ่น ADV 150 สีดำ-เทา ทะเบียน 4 กษ 6379 ชลบุรี ออกจากบ้านพักหมู่บ้านบริสตอล ปาร์ค ท้องที่หมู่ที่ 7 ตำบลห้วยใหญ่ อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี แล้วขาดการติดต่อ หายตัวไปอย่างมีเงื่อนงำ! ผู้เป็นแม่จึงออกติดตาม และเข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน สภ.ห้วยใหญ่
ภายหลังข่าวการหายตัวกระพือออกไปในทุกช่องทาง เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภอบางละมุง, กำนัน,ผู้ใหญ่บ้าน,เจ้าหน้าที่กู้ภัยมูลนิธิสว่างบริบูรณ์ธรรมสถานเมืองพัทยา,ตำรวจท่องเที่ยวพัทยา,ตำรวจ สภ.ห้วยใหญ่,ตรวจคนเข้าเมืองชลบุรี,ทีมสืบสวนตำรวจภูธรภาค 2 ,ชุดสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี, ทีมสุนัขตำรวจดมกลิ่น และสุนัขกู้ชีพเอกชน พร้อมด้วยชาวบ้าน และคนรัสเซียที่พักอาศัยในพื้นที่เมืองพัทยานับพันคน
ต่างช่วยกันตามหา ระดมสรรพกำลังเข้าพื้นที่เป้าหมาย เดินดาหน้าปูพรม ลุยพื้นที่ “ป่าช้าเก่าทุ่งหลวง” เขตหมู่ที่ 9 ตำบลห้วยใหญ่ ห่างจากถนนสายนาจอมเทียน-มอเตอร์เวย์พัทยา-มาบตาพุด ราว 200 เมตรกระทั่ง 2 วันผ่านไป จึงเจอ “หลุม ”ที่สงสัย จึงช่วยกันขุดดู พบชิ้นส่วนของรถจักรยานยนต์ของสองพี่น้อง ที่ถูกคนร้ายแยกชิ้นฝังดิน 2 จุด
ในเวลาเดียวกัน เจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้แกะรอยจากกล้องวงจรปิด จึงปรากฏภาพ “ไอ้ป๋อง” หรือ นายฑณา เกิดทอง ที่เพิ่งพ้นโทษคดีล่วงละเมิดทางเพศ และคดีอาวุธปืน ออกจากเรือนจำมาเมื่อ 2 เดือนก่อน กับคู่หู “ไอ้ธง” ธงชัย ศรีนิล ขี่รถจักรยานยนต์ติดตามสองพี่น้อง และเรียกให้หยุด ในช่วงเช้ามืดของวันที่ 26 กันยายน 2569
จากปากคำของสองคนร้าย ภายหลังถูกจับกุมแล้ว ระบุว่า ไอ้ป๋องจับตัว “โรมัน”ล็อกด้วยกุญแจมือแบบที่ตำรวจใช้ พาแยกไปนั่งซ้อนท้าย รถมอเตอร์ไซค์ที่ตัวมันเองขับ ส่วน “ไดเอน่า”คนพี่ ถูกบังคับให้นั่งซ้อนท้ายไปกับนายธง คุมตัวเหยื่อ มุ่งหน้าพื้นที่ป่าบ้านชากแง้ว!
พอไปถึงจุดสังหาร ไม่ได้มีการโต้เถียง พูดคุย หรือเจรจาต่อรองร้องขอชีวิตใดๆ นายฑณา เกิดทอง หรือ “ไอ้ป๋อง” เล่นบทโหดสุดเลือดเย็น ชักปืนจ่อยิงเด็กหนุ่ม “โรมัน”เข้าตรงหน้าท้องกับที่หัวล้มลงทันที ก่อนสั่งให้ธงชัย เดินกลับไปเอาจอบที่รถมาขุดหลุม พอคล้อยหลังไปไม่ทันไร เสียงปืนดังขึ้นอีกนัด และได้ช่วยกันจับร่างสองพี่น้อง โยนทับกันในหลุมแล้วกลบดิน ก่อนพากันหลบหนี
หลังจากขับขี่หลบหลีกด่านตรวจข้ามวันข้ามคืน หนีข้ามไปหลายจังหวัด ในที่สุดก็ไม่รอดโดนรวบขณะซ่อนตัวกลางสวนลำไย ในพื้นที่อำเภอวังสมบูรณ์ จังหวัดสระแก้ว เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2569 และนำไปสู่การขยายผล จนพบศพของสองพี่น้อง ถูกฝังอำพรางไว้ ในพื้นที่ป่ามะพร้าว ต.ห้วยใหญ่
ภายหลังพนักงานสอบสวน สภ.ห้วยใหญ่ ได้รวบรวมพยานหลักฐาน และส่งสำนวนให้พนักงานอัยการพิจารณา ล่าสุดวันที่ 30 กันยายน 2569 พนักงานอัยการจังหวัดพัทยา ได้ยื่นฟ้องนายป๋องกับพวก ต่อศาลจังหวัดพัทยา ใน 9 ฐานความผิด ปัจจุบันคดีอยู่ในขั้นตอน การพิจารณาของศาลจังหวัดพัทยา ตามกระบวนการทางกฎหมายต่อไป
อั๋นพันดาว