เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2569 นายนิติพันธุ์ ประจวบเหมาะ เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เปิดเผยว่า คณะกรรมการ ป.ป.ช.มีมติชี้มูลความผิดว่าที่พันตรี ชาติชาย ศรีโพธิ์อ่อน เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งนายอำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี กับพวกรวม 8 ราย กรณีถูกกล่าวหาว่าปล่อยให้ร้านเมาท์เท่นบี (MOUNTAIN B) ตั้งอยู่เลขที่ 2/51 หมู่ที่ 7 ตำบลพลูตาหลวง อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี เปิดดำเนินกิจการในลักษณะสถานบริการโดยไม่ได้รับอนุญาต และตั้งอยู่ในพื้นที่ต้องห้ามมิให้เปิดสถานบริการตามกฎหมาย
ผลการไต่สวนข้อเท็จจริงพบว่า การก่อสร้างอาคารร้านเมาท์เท่นบีไม่ได้ขออนุญาตก่อสร้างจากเจ้าพนักงานท้องถิ่น และไม่ได้แจ้งการก่อสร้างตามที่กฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคารกำหนด โดยเริ่มก่อสร้างเมื่อเดือนพฤษภาคม 2565 ก่อนเปิดให้บริการตั้งแต่ต้นเดือนมิถุนายนปีเดียวกัน ในลักษณะที่เข้าข่ายเป็นสถานบริการตามพระราชบัญญัติสถานบริการ พ.ศ. 2509 แต่ไม่มีการขออนุญาตประกอบกิจการสถานบริการตามกฎหมาย
ด้วยเหตุนี้ ร้านเมาท์เท่นบีจึงมีลักษณะเป็นสถานประกอบการที่เปิดให้บริการคล้ายสถานบริการ ตามนัยคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ 22/2558 เรื่องมาตรการในการป้องกันและแก้ไขปัญหาการแข่งขันรถยนต์และรถจักรยานยนต์ในทาง และการควบคุมสถานบริการหรือสถานประกอบการที่เปิดให้บริการในลักษณะที่คล้ายสถานบริการ
นอกจากนี้ ยังมีการร้องเรียนว่าร้านเมาท์เท่นบีเปิดเพลงและเล่นดนตรีเสียงดังรบกวนประชาชนในช่วงเวลาประมาณ 02.00-03.00 น. ขณะที่ข้อเท็จจริงจากการไต่สวนระบุว่า อำเภอสัตหีบไม่ได้อยู่ในเขตพื้นที่ที่กฎหมายอนุญาตให้ตั้งสถานบริการได้
การเปิดดำเนินกิจการในลักษณะดังกล่าวจึงเข้าข่ายความผิดฐานตั้งสถานบริการโดยไม่ได้รับอนุญาต ตามพระราชบัญญัติสถานบริการ พ.ศ. 2509 ซึ่งเป็นประเด็นสำคัญที่ ป.ป.ช.นำมาพิจารณาถึงการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่รัฐและผู้เกี่ยวข้องในการกำกับดูแลสถานประกอบการแห่งนี้
ต่อมา เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2565 เวลาประมาณ 01.00 น. เกิดเหตุเพลิงไหม้ภายในร้านเมาท์เท่นบี โดยข้อมูลจากการไต่สวนระบุว่าสาเหตุเกี่ยวข้องกับการเดินระบบไฟฟ้าภายในร้านที่ไม่ได้มาตรฐานความปลอดภัย ส่งผลให้ผู้เข้าใช้บริการและนักดนตรีเสียชีวิตรวม 26 ราย และมีผู้ได้รับอันตรายอีกหลายราย
เหตุการณ์ดังกล่าวกลายเป็นหนึ่งในโศกนาฏกรรมที่สร้างความสูญเสียอย่างร้ายแรง และนำไปสู่การตรวจสอบความรับผิดชอบของผู้ที่เกี่ยวข้องกับการอนุญาต การกำกับดูแล และการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่รัฐในพื้นที่ ก่อนที่คณะกรรมการ ป.ป.ช.จะดำเนินการไต่สวนและมีมติชี้มูลความผิดในเวลาต่อมา
สำหรับผลการพิจารณาของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ระบุว่า ผู้ถูกกล่าวหาที่มีมูลความผิดทางอาญาและความผิดวินัยอย่างร้ายแรง ได้แก่
ว่าที่พันตรี ชาติชาย ศรีโพธิ์อ่อน ผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 อดีตนายอำเภอสัตหีบ
นายพิเชฐ ธรรมโหร ผู้ถูกกล่าวหาที่ 2
พันตำรวจโท สมศักดิ์ รู้ยิ่ง ผู้ถูกกล่าวหาที่ 3
พันตำรวจตรี สมญา ชูสุขพลเยี่ยม ผู้ถูกกล่าวหาที่ 4
ร้อยตำรวจเอก อาทิตย์ ศิลปะสุวรรณ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 5
นายกัณฑ์พงษ์ สุวรรณปทุมเลิศ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 7
นายจรูญศักดิ์ งิ้วลาย ผู้ถูกกล่าวหาที่ 8
ป.ป.ช.เห็นว่า การกระทำของบุคคลทั้ง 7 รายมีมูลความผิดทางอาญาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ซึ่งเกี่ยวข้องกับการปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 172 พร้อมทั้งมีมูลความผิดทางวินัยอย่างร้ายแรง
ส่วนกรณีของ นายภูษิต วงษ์ภักดี ผู้ถูกกล่าวหาที่ 6 คณะกรรมการ ป.ป.ช.พิจารณาจากข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานในการไต่สวนเบื้องต้นแล้วเห็นว่า ยังไม่มีหลักฐานเพียงพอที่จะรับฟังได้ว่ากระทำความผิดทางอาญาตามข้อกล่าวหา จึงมีมติว่าข้อกล่าวหาทางอาญาไม่มีมูลและให้ข้อกล่าวหาตกไป
อย่างไรก็ตาม ในส่วนความรับผิดทางวินัย ป.ป.ช.เห็นว่า การกระทำของนายภูษิต ยังมีมูลความผิดทางวินัยอย่างไม่ร้ายแรง