ปากเสียงของคนท้องถิ่น เพื่อการพัฒนาประเทศ
สื่อสาร - คมนาคม ย้อนกลับ
นักวิชาการออกแถลงการณ์ เร่งคลี่คลายภาวะชะงักงัน กสทช.
19 ก.ย. 2569

คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมกับสภาสถาบันนักวิชาการสื่อสารมวลชนแห่งประเทศไทย (ส.ส.ม.ท.) และเครือข่ายนักวิชาการด้านสื่อสารมวลชน กฎหมาย และนโยบายสาธารณะ จัดเสวนาวิชาการ “ทางออก กสทช.? สู่การขับเคลื่อนนิเวศสื่อและโทรคมนาคมเพื่อประโยชน์สาธารณะ” เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2569 พร้อมออกแถลงการณ์ที่มีนักวิชาการจากมหาวิทยาลัยทั่วประเทศร่วมลงชื่อเรียกร้องให้ทุกฝ่ายเร่งคลี่คลายภาวะชะงักงันและนำองค์กรกำกับดูแลกลับมาปฏิบัติหน้าที่เพื่อประโยชน์สาธารณะ

เวทีเสวนาระบุว่า การประชุม กสทช. ที่ไม่สามารถดำเนินไปตามปกติส่งผลให้มีวาระค้างพิจารณาสะสมถึง 195 วาระ ครอบคลุมทั้งโรดแมปกิจการโทรทัศน์ก่อนใบอนุญาตทีวีดิจิทัลหมดอายุ การกำกับดูแลบริการ OTT และแพลตฟอร์มออนไลน์ การพัฒนาบุคลากรสื่อ การจัดการเรื่องร้องเรียนและโฆษณาหลอกลวง ระบบแจ้งเตือนภัยฉุกเฉิน Cell Broadcast ตลอดจนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและแผนจัดสรรคลื่นความถี่ 5G และ 6G

รศ. ดร.ปรีดา อัครจันทโชติ คณบดีคณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นไม่ควรถูกมองว่าเป็นเพียงความขัดแย้งหรือการบริหารจัดการภายในองค์กร เนื่องจากการทำงานของ กสทช. เชื่อมโยงโดยตรงกับอุตสาหกรรมสื่อและโทรคมนาคม สิทธิของผู้บริโภค ตลอดจนความปลอดภัยของประชาชน

“ภาวะชะงักงันนี้มิใช่เพียงเรื่องการบริหารจัดการภายในองค์กร กสทช. เท่านั้น แต่ส่งผลกระทบเป็นวงกว้างต่อโครงสร้างพื้นฐานด้านการสื่อสาร สิทธิของผู้บริโภค ภาคอุตสาหกรรมสื่อและโทรคมนาคม ตลอดจนความปลอดภัยของประชาชน” รศ. ดร.ปรีดากล่าว

คณบดีคณะนิเทศศาสตร์อธิบายว่า ระบบนิเวศสื่อประกอบด้วยผู้ประกอบการ ภาคธุรกิจ ภาควิชาการ องค์กรกำกับดูแล และผู้ชมผู้บริโภค เมื่อกลไกกำกับดูแลไม่สามารถทำหน้าที่ได้อย่างเต็มที่ ผลกระทบย่อมส่งต่อไปยังทุกภาคส่วน โดยเฉพาะอุตสาหกรรมทีวีดิจิทัลซึ่งจำเป็นต้องทราบทิศทางล่วงหน้า เพื่อวางแผนการลงทุน การผลิตเนื้อหา และอนาคตของบุคลากรก่อนที่ใบอนุญาตจะสิ้นสุดลง

รศ. ดร.ปรีดายังชี้ว่า ผู้ผลิตไทยไม่ได้ขาดความสามารถ แต่กำลังทำงานภายใต้สภาพแวดล้อมและกติกาที่ไม่เอื้อต่อการผลิตผลงานคุณภาพ เมื่อค่าตอบแทน งบประมาณ และโอกาสบนแพลตฟอร์มอื่นแตกต่างกันมาก ผู้ผลิตที่มีศักยภาพย่อมย้ายไปยังพื้นที่ที่มีทรัพยากรและเงื่อนไขสนับสนุนมากกว่า หากไม่มีนโยบายที่ชัดเจน ปัญหาดังกล่าวอาจกระทบต่อความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมสื่อไทยในระยะยาว

ด้าน รศ.สุรสิทธิ์ วิทยารัฐ ประธาน ส.ส.ม.ท. กล่าวว่า ความไม่แน่นอนของอุตสาหกรรมไม่ได้กระทบเฉพาะผู้ประกอบการ แต่รวมถึงคนทำงานสื่อและคนรุ่นใหม่ที่กำลังเตรียมเข้าสู่วิชาชีพ อีกทั้งทำให้สถาบันการศึกษากำหนดทิศทางการเรียนการสอนและการพัฒนาบุคลากรได้ยากขึ้น

“ปัญหากสทช. ไม่ใช่เรื่องไกลตัว เพราะกำกับดูแลทั้งโทรทัศน์ โทรศัพท์ และอินเทอร์เน็ต ซึ่งเกี่ยวข้องโดยตรงกับชีวิตประจำวันและสิทธิในการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารของประชาชน” รศ.สุรสิทธิ์กล่าว พร้อมย้ำว่า นักวิชาการต้องร่วมกันส่งเสียงเพื่อให้สังคมเห็นผลกระทบ และผลักดันให้การกำกับดูแลกลับมาเดินหน้าอย่างมีทิศทาง

รศ.สุรสิทธิ์ระบุด้วยว่า ภาวะชะงักงันส่งผลตั้งแต่อุตสาหกรรมทีวีดิจิทัล การกำกับดูแลสื่อใหม่ ไปจนถึงการพัฒนาบุคลากรและการยกระดับคุณภาพสื่อเพื่อประโยชน์สาธารณะ หากอนาคตของอุตสาหกรรมยังไม่ชัดเจน ทั้งสถานประกอบการ คนทำงาน และสถาบันการศึกษาย่อมไม่สามารถเตรียมตัวรับความเปลี่ยนแปลงได้อย่างมั่นใจ

ขณะที่ รศ.รุจน์ โกมลบุตร อนุกรรมการการสื่อสาร โทรคมนาคม และเทคโนโลยีสารสนเทศ สภาผู้บริโภค วิเคราะห์ปัญหาผ่าน 4 ประเด็นสำคัญ ได้แก่ บทบาทและสถานะของประธาน กสทช. กลไกและระเบียบภายในของสำนักงาน กสทช. ที่อาจกลายเป็นคอขวด กลุ่มผู้ประกอบการหรือผู้มีส่วนได้เสียซึ่งอาจได้รับประโยชน์จากความล่าช้า และระบบการเมือง–ราชการที่เชื่อมโยงกับปัญหาการแข่งขันและการผูกขาด

รศ.รุจน์เสนอให้ผู้ดำรงตำแหน่งเคารพสถานะและความรับผิดชอบตามกฎหมาย ขณะที่สำนักงาน กสทช. ต้องเร่งจัดการประชุมและทบทวนระเบียบภายในที่เป็นอุปสรรค พร้อมเปิดพื้นที่ให้รัฐบาล พรรคการเมือง และผู้เกี่ยวข้องหารือกันอย่างเปิดเผย นอกจากนี้ ควรปรับปรุงกฎหมายและกระบวนการทำงานให้โปร่งใส เปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วม และทำให้สามารถตรวจสอบได้ว่าใครได้รับประโยชน์จากความล่าช้าที่เกิดขึ้น

ในมิติของผู้บริโภค รศ.รุจน์เห็นว่าประชาชนสามารถมีส่วนร่วมผ่านการติดตามตรวจสอบและการเลือกสนับสนุนธุรกิจที่เคารพสิทธิผู้บริโภคและการแข่งขันที่เป็นธรรม เนื่องจากการตัดสินใจซื้อหรือไม่ซื้อสินค้าเป็นพลังที่ประชาชนใช้ส่งสัญญาณต่อภาคธุรกิจได้โดยตรง

ช่วงท้ายของงาน เครือข่ายนักวิชาการได้ออกแถลงการณ์แสดงความห่วงใยว่า ภาวะชะงักงันกำลังส่งผลต่ออนาคตสื่อและทีวีดิจิทัล ความปลอดภัยและการคุ้มครองผู้บริโภค ตลอดจนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศ พร้อมเสนอข้อเรียกร้อง 3 ประการ ได้แก่ 
1) ให้สำนักงาน กสทช. เร่งอำนวยความสะดวกในการจัดประชุมและขับเคลื่อนงานตามกฎหมาย 
2) ให้ผู้เกี่ยวข้องชี้แจงอุปสรรคต่อประชาชนอย่างโปร่งใส และ
3) ให้ทุกฝ่ายร่วมสร้างฉันทามติเพื่อเร่งพิจารณาวาระที่ค้างสะสม

เครือข่ายนักวิชาการย้ำว่า การคลี่คลายปัญหาต้องยึดหลักกฎหมาย ความโปร่งใส และประโยชน์สาธารณะ เพื่อให้งานกำกับดูแลสื่อและโทรคมนาคมสามารถเดินหน้าต่อไป และลดผลกระทบที่กำลังเกิดขึ้นต่อประชาชน อุตสาหกรรม และความสามารถในการแข่งขันของประเทศ

หนังสือพิมพ์ OPT NEWS ONLINE
วันที่ 16-31 กันยายน 2569
อปท.นิวส์เชิญเป็นแขก ดูทั้งหมด
30 ก.ค. 2569
อปท.นิวส์เชิญเป็นแขก 481 หนี้ ที่ถือได้ว่า หนี้สาธารณะ เป็นเรื่องหนึ่งที่สังคมไทยพูดถึง และห่วงใยกันมาตลอด เพราะหนี้มีมากก็หมายถึง เครดิตของประเทศก็จะลดลง กล่าวกันว่า ปัญหา หนี้สาธารณะ คือภาวะที่รัฐบาลมีหนี้สินสะสมจาก การกู้ยืมเงินเพื่อชดเชยการขาดดุลงป...