ศ.สุชาติ! ปช.ไม่ต้องร่วมจ่าย ไม่เลิกบัตรทอง โดยให้สปสช.ลดงานป้องกันโรค เพราะซ้ำซ้อนกับกระทรวงสธ.และสสส. แล้วนำเงินนั้นมารักษาโรค เงินก็จะเพียงพอกับหลักประกัน 30 บาทรักษาทุกโรค
1.ศาสตราจารย์ ดร.สุชาติ ธาดาธำรงเวช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคเพื่อไทย และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังและกระทรวงศึกษาธิการกล่าว มีข่าวว่า สำนักหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ยังไม่ได้จ่ายเงินค่าฟอกไตงวดเดือนกันยายน 2569 ให้หน่วยบริการทั่วประเทศ โดยแจ้งว่าเงินกองทุนฟอกไตหมดแล้ว ต้องรอเกลี่ยจากกองทุนอื่น และยังตอบไม่ได้ว่าจะจ่ายได้วันไหน สปสช.คาดว่าจะมีการหยุดฟอกไตให้แก่ผู้ป่วยในบางหน่วยบริการ
2.กระผมขอเสนอแนวทางแก้ไขคือ เงินทั้งหมดของโครงการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ 30 บาทรักษาทุกโรคประมาณ 180,000 ล้านบาท (ไม่รวมเงินเดือนหมอและบุคลากร) สปสช.นำเงิน 60,000 ล้านบาท ไปใช้ป้องกันโรค จึงทำให้เหลือเงินเพียง 120,000 ล้านบาทใช้รักษาผู้ป่วย 47 ล้านคน ทำให้ให้เงินรักษาผู้ป่วยไม่พอ มีผลให้รพ.โดยรวมเป็นหนี้ 30,000 ล้านบาท
3.หากนำเงิน 60,000 ล้านบาท มาใช้รักษาผู้ป่วยก็จะเพียงพอ โดยสปสช. ลดงบประมาณป้องกันโรค เพราะกระทรวงสาธารณสุข มีงบประมาณ 37,300 ล้านบาท ทำหน้าที่ป้องกันโรคอยู่แล้ว และยังมีสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ซึ่งเก็บภาษีจากเหล้า บุหรี่ เบียร์ ได้เองอีก 4,000 ล้านบาท ทำหน้าที่ป้องกันโรคด้วย
4.การใช้งบประมาณของกระทรวงสาธาณสุข, สปสช. และสสส. มีความซ้ำซ้อนกันมาก โดยเฉพาะงานรณรงค์ ปรับพฤติกรรม คัดกรอง และโครงการเชิงพื้นที่ จึงควรตัดงานเหล่านี้ออกจากสปสช. ให้เหลือ “บริการทางการแพทย์เพื่อป้องกันโรค” ที่อยู่ในหลักประกันสุขภาพ เช่น วัคซีน การฝากครรภ์ และการคัดกรองมะเร็ง
5.กระทรวงสาธารณสุข มีงบซับซ้อน ในการป้องกันโรค กระจายอยู่หลายกรมและหลายแผน ตย.เช่น กรมอนามัยปี 2570 มีงบประมาณ 1,772 ล้านบาท สำหรับภารกิจส่งเสริมสุขภาพและอนามัย สิ่งแวดล้อม ยังมีกรมควบคุมโรค สำนักงานปลัดฯ โรงพยา บาล รพ.สต. และโครงการวัคซีนโรคติดต่ออีกหลายโครงการ
6.กระผมเสนอให้แบ่งหน้าที่ใหม่เป็น 3 ชั้น คือ
(6.1) กระทรวงสาธารณสุข = เจ้าภาพ Public Health ให้รับผิด ชอบการป้องกันโรคระดับประชากร เช่น การควบคุมและการเฝ้าระวังโรคระบาด สุขาภิบาล อนามัยสิ่งแวดล้อม วัคซีนระดับประเทศ และมาตรการด้านสาธารณสุข
(6.2) สสส. = Health Promotion ให้ทำงานต้นน้ำ เช่น บุหรี่ สุรา อุบัติเหตุ อาหาร การออกกำลังกาย สุขภาพเด็ก และการสื่อสารสาธารณะ ไม่ควรลงไปทำการรักษาพยาบาล
(6.3) สปสช. = Purchaser ซื้อบริการสุขภาพให้ปช. จึงควรย้ายงานต่อไปนี้ออกจากสปสช. คืองานประชุม อบรม รณรงค์ สร้างเครือข่าย การทำสื่อ โครงการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม และโครงการชุมชนที่ซ้ำกับสสส.และกระทรวงสาธารณสุข ดร.สุชาติกล่าว