ปากเสียงของคนท้องถิ่น เพื่อการพัฒนาประเทศ
ท้องถิ่นไทย ย้อนกลับ
รองนายกฯ “ยศชนัน” ลงพื้นที่เร่งฟื้นฟูอุทกภัย จ.น่าน อีกรอบ
26 ส.ค. 2569

 เดินหน้าช่วยเหลือประชาชน ควบคู่ขยายวงเงินฉุกเฉิน 100 ล้านบาท ย้ำเยียวยาผู้เสียชีวิตรายละ 2 ล้านบาท – ลดขั้นตอนประชาชนไม่ต้องถ่ายเอกสาร
วันที่ 25 สิงหาคม 2569 เวลา 14.00 น. ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ในฐานะประธานคณะกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งในพื้นที่ภาคเหนือ ลงพื้นที่จังหวัดน่าน เพื่อติดตามสถานการณ์และเร่งรัดการช่วยเหลือประชาชน รวมถึงการฟื้นฟูพื้นที่และโครงสร้างพื้นฐานที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย โดยย้ำว่าการแก้ไขปัญหาจะต้องดำเนินการอย่างรวดเร็ว ครอบคลุม และบูรณาการทุกภาคส่วน เพื่อให้ประชาชนได้รับความช่วยเหลือและกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติโดยเร็วที่สุด
ครม. อนุมัติงบ 549.9 ล้านบาท เยียวยาผู้ประสบอุทกภัย – เสียชีวิตรายละ 2 ล้านบาท
รองนายกรัฐมนตรีฯ กล่าวว่า ปัจจุบันมีหลายภาคส่วนเข้าร่วมแก้ไขปัญหาอุทกภัยในจังหวัดน่านอย่างเต็มกำลัง ล่าสุดคณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติกรอบวงเงินงบประมาณ 549,989,000 บาท จากงบกลาง ปี 2569 เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในช่วงฤดูฝน ตั้งแต่วันที่ 15 พฤษภาคม 2569 เป็นต้นมา เป็นกรณีพิเศษ โดยมอบหมายให้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เป็นหน่วยรับงบประมาณและจ่ายเงินช่วยเหลือผ่านธนาคารออมสิน
หลักเกณฑ์การช่วยเหลือ ได้แก่
กรณีที่อยู่อาศัยประจำถูกน้ำท่วมขัง ช่วยเหลือครัวเรือนละ 9,000 บาท
กรณีเสียชีวิตจากดินโคลนถล่มและอุทกภัยโดยตรง เช่น จมน้ำหรือถูกกระแสน้ำพัดจนเสียชีวิต ช่วยเหลือ รายละ 2,000,000 บาท
ทั้งนี้ เงินเยียวยาสามารถบริหารจัดการเกลี่ยจ่ายเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยได้ทุกกรณีและข้ามจังหวัด โดยผู้มีสิทธิจะต้องอาศัยอยู่จริงในพื้นที่ที่มีการประกาศเป็นเขตภัยพิบัติ ไม่ว่าจะมีทะเบียนบ้านในพื้นที่ อาศัยอยู่ประจำแต่ไม่มีทะเบียนบ้าน หรือเป็นผู้เช่าบ้าน ก็สามารถได้รับความช่วยเหลือได้เช่นกัน ยกเว้นผู้ที่พักอาศัยในบ้านพักของทางราชการ
ลดขั้นตอนเยียวยา ผู้ประสบภัยไม่ต้องถ่ายเอกสารหรือแนบรูปถ่าย
สำหรับกระบวนการขอรับเงินเยียวยา ได้มีการปรับลดขั้นตอนและอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนให้สามารถเข้าถึงความช่วยเหลือได้รวดเร็วยิ่งขึ้น โดยผู้ประสบภัย ไม่ต้องถ่ายเอกสารหรือแนบรูปถ่าย เพียงแจ้งข้อมูลต่อกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน หรือผู้นำชุมชน เพื่อรวบรวมและส่งต่อให้อำเภอดำเนินการตรวจสอบและยืนยันสิทธิตามขั้นตอนต่อไป
มาตรการดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อลดภาระของประชาชนในช่วงที่ยังได้รับผลกระทบจากอุทกภัย และทำให้การช่วยเหลือสามารถเข้าถึงผู้ประสบภัยได้อย่างรวดเร็วและทั่วถึง
เร่งฟื้นฟู “ท่าวังผา–ปัว” หลังน้ำลด เดินหน้าซ่อมเส้นทางและสะพาน
ในช่วงบ่ายวันเดียวกัน รองนายกรัฐมนตรีฯ พร้อมคณะ ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาและเร่งรัดการฟื้นฟูพื้นที่ประสบภัยใน อำเภอท่าวังผา และอำเภอปัว โดยในพื้นที่อำเภอท่าวังผา วันที่ 25 สิงหาคม 2569 ได้ติดตามการสร้างฝายกักเก็บน้ำจำลอง เร่งรัดการเคลียร์ดินโคลนออกจากพื้นที่บ้านแก้ม และเร่งรัดกรมชลประทานดำเนินการก่อสร้างสะพานแบริ่งชั่วคราว เพื่อทดแทนเส้นทางที่ได้รับความเสียหายและถูกตัดขาด
ส่วนภารกิจในพื้นที่อำเภอปัว วันที่ 26 สิงหาคม 2569 จะเร่งรัดการฟื้นฟูพื้นที่ ซ่อมแซมเส้นทางจราจร ขุดลอกดินโคลนบริเวณบ้านเฮี้ยและบ้านฝาย รวมถึงฟื้นฟูพื้นที่บ้านร้อง ซึ่งได้รับผลกระทบอย่างหนัก พร้อมจัดประชุมหารือแนวทางการฟื้นฟู ณ องค์การบริหารส่วนจังหวัดน่าน เพื่อบูรณาการการทำงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน
ขยายวงเงินทดรองราชการอีก 100 ล้านบาท รองรับการช่วยเหลือกรณีฉุกเฉิน
สำหรับมาตรการช่วยเหลือเพิ่มเติม กรมบัญชีกลางได้อนุมัติ ขยายวงเงินทดรองราชการในอำนาจผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน เพิ่มเติมอีก 100 ล้านบาท เพื่อใช้เป็นค่าใช้จ่ายในการช่วยเหลือผู้ประสบภัยกรณีฉุกเฉิน ครอบคลุมการช่วยเหลือในด้านต่าง ๆ อาทิ
ค่าซ่อมแซมที่อยู่อาศัยประจำ สูงสุด 88,600 บาท
กรณีเช่าบ้าน ช่วยเหลือไม่เกินเดือนละ 2,500 บาท ไม่เกิน 2 เดือน
ค่าซ่อมแซมโรงเรือนการเกษตร สูงสุด 6,800 บาท
ค่าเครื่องมือประกอบอาชีพ สูงสุด 13,500 บาท
ค่าช่วยเหลือผู้บาดเจ็บสาหัส 5,000 บาท
กรณีพิการ 16,600 บาท
ค่าจัดการศพ รายละไม่เกิน 35,700 บาท
เร่งสำรวจความเสียหายภาคการเกษตร เตรียมพันธุ์พืชฟื้นฟูพื้นที่
ภายหลังระดับน้ำลดลง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้เร่งสำรวจความเสียหายด้านการเกษตร เบื้องต้นพบพื้นที่ได้รับความเสียหายใน 9 อำเภอ รวมกว่า 14,900 ไร่ ส่งผลกระทบต่อเกษตรกร 6,538 ราย โดยพื้นที่นาข้าวได้รับความเสียหายมากที่สุดกว่า 9,121 ไร่
หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมพันธุ์พืชและเชื้อราไตรโคเดอร์มาเพื่อสนับสนุนการฟื้นฟูพื้นที่การเกษตร ขณะเดียวกันการจ่ายเงินชดเชยในครั้งนี้มีการปรับเพิ่มอัตราการช่วยเหลือ โดยนาข้าวได้รับเงินชดเชย ไร่ละ 2,240 บาท ส่วนพืชไร่ พืชผัก และไม้ยืนต้น สูงสุด ไร่ละ 6,800 บาท กรณีผลผลิตชะงักแต่สามารถฟื้นฟูได้ ช่วยเหลือ ไร่ละ 3,400 บาท ไม่เกิน 30 ไร่ และกรณีมีซากวัสดุทับถม ช่วยเหลือค่าขุดลอกและขนย้าย ไร่ละ 16,000 บาท ไม่เกิน 5 ไร่
ทั้งนี้ ขอให้เกษตรกรเร่งยื่นแบบ กษ 01 ให้ครบถ้วน เพื่อเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบและช่วยเหลือโดยเร็ว
น่านเดินหน้าช่วยประชาชนแบบ “ลดขั้นตอน–ถึงมือเร็ว”
ด้านจังหวัดน่านและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ได้ร่วมกันปรับลดขั้นตอนในการยื่นคำร้องขอรับความช่วยเหลือ เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้ประสบภัย โดยประชาชน ไม่ต้องถ่ายเอกสารและไม่ต้องแนบรูปถ่าย เพียงแจ้งข้อมูลต่อกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน หรือผู้นำชุมชน จากนั้นจะมีการรวบรวมข้อมูลส่งต่อให้อำเภอดำเนินการตรวจสอบและเข้าสู่กระบวนการเยียวยาต่อไป
การลงพื้นที่ครั้งนี้ รองนายกรัฐมนตรีฯ ได้กำชับทุกหน่วยงานให้เร่งดำเนินการช่วยเหลือและฟื้นฟูอย่างต่อเนื่อง โดยให้ความสำคัญกับการดูแลประชาชนที่ได้รับผลกระทบเป็นอันดับแรก ควบคู่กับการเร่งฟื้นฟูบ้านเรือน พื้นที่การเกษตร เส้นทางคมนาคม และโครงสร้างพื้นฐานที่ได้รับความเสียหาย เพื่อให้จังหวัดน่านสามารถกลับเข้าสู่ภาวะปกติ และประชาชนสามารถกลับมาใช้ชีวิตและประกอบอาชีพได้อย่างมั่นคงโดยเร็วที่สุด

@@@@@@@@@@@

ประสิทธิ์ สองเมืองแก่น จ.น่าน

หนังสือพิมพ์ OPT NEWS ONLINE
วันที่ 16-31 สิงหาคม 2569
อปท.นิวส์เชิญเป็นแขก ดูทั้งหมด
30 ก.ค. 2569
อปท.นิวส์เชิญเป็นแขก 481 หนี้ ที่ถือได้ว่า หนี้สาธารณะ เป็นเรื่องหนึ่งที่สังคมไทยพูดถึง และห่วงใยกันมาตลอด เพราะหนี้มีมากก็หมายถึง เครดิตของประเทศก็จะลดลง กล่าวกันว่า ปัญหา หนี้สาธารณะ คือภาวะที่รัฐบาลมีหนี้สินสะสมจาก การกู้ยืมเงินเพื่อชดเชยการขาดดุลงป...