ปากเสียงของคนท้องถิ่น เพื่อการพัฒนาประเทศ
ท้องถิ่นไทย ย้อนกลับ
“เจเศรษฐ์” สั่งล็อกเป้า “บ่อเกลือ” เชื่อมศูนย์เตือนภัยถึงท้องถิ่น ตั้ง War Room 24 ชม. ย้ำ “เตือนเร็ว–อพยพทัน–ฟื้นฟูไว”
23 ส.ค. 2569
 นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.3) เปิดเผยว่า ได้สั่งยกระดับการเฝ้าระวังสถานการณ์ในจังหวัดน่าน โดยเฉพาะ อำเภอบ่อเกลือ หลังสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (GISTDA) รายงานข้อมูลจากภาพถ่ายดาวเทียม พบ 11 ชุมชนมีความเสี่ยงได้รับผลกระทบจากน้ำป่า ดินถล่ม และเส้นทางคมนาคมอาจถูกตัดขาด จึงกำชับให้ติดตามสถานการณ์ลงลึกถึงระดับอำเภอ ตำบล และหมู่บ้าน พร้อมเชื่อมโยงข้อมูลโดยตรงกับกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และผู้นำท้องถิ่น
มท.3 ได้กำชับข้อสั่งการเร่งด่วนให้ทุกระดับเตรียมพร้อมตลอด 24 ชั่วโมง โดยเน้นการทำงานเชื่อมโยงตั้งแต่ส่วนกลาง จังหวัด ไปจนถึงพื้นที่ ดังนี้
1. ศูนย์เตือนภัยฯ–ปภ. เฝ้าระวังตลอด 24 ชั่วโมง
ให้ติดตามสถานการณ์ฝน น้ำ และพื้นที่เสี่ยงอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะจุดเสี่ยงน้ำป่าและดินโคลนถล่ม หากพบสัญญาณความเสี่ยง ให้เร่งประสานจังหวัดและแจ้งเตือนประชาชนทันทีผ่านระบบ Cell Broadcast เพื่อให้ประชาชนมีเวลาเตรียมตัวและอพยพออกจากพื้นที่เสี่ยง
2. จังหวัดตั้ง War Room เชื่อมข้อมูล 24 ชั่วโมง
ให้จังหวัดจัดตั้ง War Room เพื่อติดตามสถานการณ์ตลอดเวลา เชื่อมข้อมูลจากศูนย์เตือนภัยฯ ไปยังพื้นที่ พร้อมประสานกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ให้พร้อมรับมือและเข้าช่วยเหลือประชาชนได้ทันทีหากเกิดเหตุ
3. พื้นที่ต้องรู้สถานการณ์จริงและพร้อมช่วยเหลือ
กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และ อปท. ต้องลงพื้นที่ตรวจสอบจุดเสี่ยงอย่างต่อเนื่อง หากพบความผิดปกติให้รีบรายงานจังหวัด พร้อมเตรียมกำลังคน อุปกรณ์ และแผนช่วยเหลือประชาชนให้พร้อมตลอด 24 ชั่วโมง
จากข้อสั่งการดังกล่าว มท.3 เน้นย้ำให้ระบบเฝ้าระวังทำงานเชื่อมโยงกันตั้งแต่ “ส่วนกลาง–จังหวัด–พื้นที่” โดยข้อมูลจากส่วนกลางต้องส่งถึงพื้นที่อย่างรวดเร็ว ขณะเดียวกันข้อมูลจากพื้นที่ต้องสามารถส่งกลับมายังจังหวัดและส่วนกลางได้ทันที เพื่อให้การประเมินความเสี่ยงและการตัดสินใจสั่งการอยู่บนข้อมูลที่ทันต่อสถานการณ์
มท.3 กล่าวว่า ข้อมูลจากดาวเทียมและส่วนกลางช่วยให้สามารถมองเห็นพื้นที่เสี่ยงในภาพรวม แต่สิ่งสำคัญคือการรู้สถานการณ์จริงในแต่ละหมู่บ้าน ทั้งสภาพถนน จุดที่มีดินเคลื่อนตัว และครัวเรือนที่อาจได้รับผลกระทบ จึงต้องมีทั้งทีมส่วนกลางและทีมจังหวัดที่เชื่อมโยงข้อมูลถึงระดับพื้นที่อย่างใกล้ชิด
พร้อมกันนี้ ให้พื้นที่เสี่ยงทบทวน แผนอพยพ จุดปลอดภัย เส้นทางสำรอง และช่องทางการสื่อสาร รวมถึงซักซ้อมทำความเข้าใจกับประชาชน โดยเฉพาะผู้สูงอายุ เด็ก และกลุ่มที่ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษ ให้รู้ล่วงหน้าว่าหากได้รับสัญญาณเตือนจะต้องปฏิบัติตัวอย่างไร และต้องอพยพไปยังจุดใด โดยย้ำหลักการ “เตือนเร็ว–อพยพทัน” และต้องเตรียมความพร้อมก่อนเกิดเหตุ
นอกจากนี้ มท.3 ยังสั่งการให้ลดภาระของผู้ประสบภัย หลังพบว่าประชาชนบางส่วนต้องเดินทางออกจากพื้นที่เพื่อจัดหาเอกสารประกอบการขอรับเงินเยียวยา โดยให้ผู้ใหญ่บ้านรวบรวมรายชื่อผู้ประสบภัยและส่งต่อผ่านกำนันและนายอำเภอ เพื่อให้ส่วนราชการดำเนินการตามขั้นตอน ลดความจำเป็นที่ประชาชนต้องเดินทางออกจากพื้นที่เพื่อจัดหาเอกสารด้วยตนเอง
เร่งฟื้นฟู “ปัว” ตั้งเป้า 7 วัน น้ำ–ไฟ–ถนน ต้องกลับมาใช้ได้
ส่วนการฟื้นฟูพื้นที่อำเภอปัว มท.3 ตั้งเป้าระดมกำลังคน เครื่องจักร และทรัพยากรจากทุกภาคส่วน ทั้ง ปภ. กองทัพ เทศบาล อบต. ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม เพื่อเร่งฟื้นฟู ระบบไฟฟ้า น้ำประปา และเส้นทางสัญจรภายใน 7 วัน ให้ประชาชนสามารถกลับเข้าไปใช้ชีวิตในบ้านได้โดยเร็วที่สุด
ทั้งนี้ มท.3 ย้ำว่าเป้าหมาย 7 วันไม่ได้หมายความว่าทุกอย่างจะกลับคืนสู่สภาพเดิมทั้งหมด แต่ต้องทำให้ประชาชนมี “น้ำ มีไฟฟ้า และมีเส้นทางสัญจร” ซึ่งเป็นปัจจัยพื้นฐานที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตกลับคืนมาให้ได้โดยเร็วที่สุด
ขณะเดียวกัน ให้ท้องถิ่นและ อปท. ทบทวนแผนเผชิญเหตุและซักซ้อมระบบเตือนภัย โดยนำเทคโนโลยีมาเพิ่มประสิทธิภาพและความแม่นยำในการประเมินสถานการณ์ ทั้งข้อมูลเรดาร์ ปริมาณฝน และระดับน้ำ ขณะที่ Cell Broadcast ถือเป็นเครื่องมือสำคัญในการแจ้งเตือนประชาชนในกรณีจำเป็นต้องเร่งอพยพ โดยให้ความสำคัญกับการรักษาชีวิตประชาชนเป็นอันดับแรก
มท.3 ย้ำ 3 ภารกิจสำคัญในพื้นที่ว่า “เตือนให้เร็ว อพยพให้ทัน ฟื้นฟูให้ไว” พร้อมกำชับทุกหน่วยงานให้ทำงานเป็นระบบเดียวกัน เชื่อมโยงข้อมูลตั้งแต่ส่วนกลางถึงพื้นที่ และเตรียมพร้อมตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้สามารถป้องกัน ลดความสูญเสีย และช่วยเหลือประชาชนได้อย่างทันท่วงที
หนังสือพิมพ์ OPT NEWS ONLINE
วันที่ 16-31 สิงหาคม 2569
อปท.นิวส์เชิญเป็นแขก ดูทั้งหมด
30 ก.ค. 2569
อปท.นิวส์เชิญเป็นแขก 481 หนี้ ที่ถือได้ว่า หนี้สาธารณะ เป็นเรื่องหนึ่งที่สังคมไทยพูดถึง และห่วงใยกันมาตลอด เพราะหนี้มีมากก็หมายถึง เครดิตของประเทศก็จะลดลง กล่าวกันว่า ปัญหา หนี้สาธารณะ คือภาวะที่รัฐบาลมีหนี้สินสะสมจาก การกู้ยืมเงินเพื่อชดเชยการขาดดุลงป...