กรณีเจ้าหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ พบ “สีดอเดี่ยว” ช้างป่าเพศผู้ ไม่มีงา อายุประมาณ 40 ปี มีอาการบาดเจ็บบริเวณขาหลังด้านซ้าย เดินเขย่งเท้า และออกมาอยู่นอกเขตพื้นที่อนุรักษ์บริเวณบ้านวังด้ง หมู่ 1 ต.วังด้ง ตั้งแต่ช่วงค่ำวันที่ 7 สิงหาคม นายราชันต์ บัวตรี ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3(บ้านโป่ง) พร้อมด้วยนายสุทธิชัย โผภูเขียว หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ พร้อมเจ้าหน้าที่และทีมสัตวแพทย์ สังกัดสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3(บ้านโป่ง) ออกติดตามหาเพื่อทำการรักษามาอย่างต่อเนื่อง แต่ช้างป่าตัวดังกล่าวได้เดินเท้าเข้าไปในพื้นที่ป่ารกทึบทำให้ยากต่อการติดตามหา ตามที่ได้เสนอข่าวมาแล้วอย่างต่อเนื่อง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าล่าสุดวันนี้ 16 ส.ค.69 เจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ ร่วมกับสัตวแพทย์ประจำสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (บ้านโป่ง) ได้ติดตามช้างป่าอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งพบอยู่บริเวณป่าบ้านเขาพุล้อม หมู่ที่ 12 ตำบลวังด้ง อำเภอเมืองกาญจนบุรี จังหวัดกาญจนบุรี
โดยนายสุทธิชัย โผภูเขียว หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ รายงานว่า เมื่อช่วงเวลาประมาณ 8.30 น. ทีมนายสัตวแพทย์และชุดลาดตระเวนได้ใช้เทคโนโลยีอากาศยานไร้คนขับ (โดรน) บินสำรวจระยะไกล พบช้างนอนพักผ่อนบริเวณชายป่า สามารถยืนลงน้ำหนักขาซ้ายได้เต็มฝ่าเท้า มีการสลับพักขาเป็นระยะ และสามารถก้าวเดินได้ตามปกติ
ทั้งนี้ นายราชันย์ บัวตรี ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (บ้านโป่ง) เปิดเผยว่า "การดูแลสีดอเดี่ยวในครั้งนี้เป็นการรักษาอย่างต่อเนื่องตามขั้นตอนสัตวแพทย์ โดยทีมนายสัตวแพทย์ประจำสำนักฯ ได้จัดเตรียมยารักษาอาการบาดเจ็บไว้พร้อมแล้ว ในขณะเดียวกันได้กำชับให้เจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระเข้าพื้นที่อย่างสม่ำเสมอ เพื่อสร้างความคุ้นเคยและลดพฤติกรรมระแวงของช้างป่า ซึ่งเป็นขั้นตอนสำคัญที่จะช่วยให้ทีมแพทย์สามารถขยับเข้าใกล้เพื่อทำการรักษาในระยะชิดได้อย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพสูงสุด"
อย่างไรก็ตาม การปฏิบัติงานในพื้นที่ยังคงมีอุปสรรคสำคัญจากสภาพภูมิประเทศที่เป็นป่ารกทึบ ประกอบกับมีช้างป่าตัวอื่นอาศัยอยู่ปะปนในบริเวณใกล้เคียง ซึ่งอาจส่งผลต่อความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ ทำให้ชุดปฏิบัติงานต้องดำเนินมาตรการเฝ้าระวังอย่างรัดกุม ควบคู่ไปกับการติดตามพฤติกรรมและการฟื้นฟูร่างกายของสีดอเดี่ยวอย่างใกล้ชิด
สำหรับขั้นตอนต่อไป ทีมนายสัตวแพทย์ สบอ. 3 จะประเมินจังหวะและความพร้อมของร่างกายช้างเพื่อเข้าดำเนินการให้ยาและรักษาในขั้นตอนต่อไปทันที พร้อมทั้งประสานงานกับผู้นำชุมชนในพื้นที่เพื่อแจ้งเตือนราษฎรให้งดเว้นการเข้าไปในเขตป่าหลังหมู่บ้านเขาพุล้อม เพื่อป้องกันอันตรายแก่ประชาชนและลดการรบกวนช้างป่าในระหว่างกระบวนการรักษา
ทีมข่าวภูมิภาคกาญจนบุรี