“รมต.ภราดร” ลงพื้นที่จังหวัดน่าน ติดตามแผนการซ่อมแซมเสริมความมั่นคงอ่างเก็บน้ำน้ำเกี๋ยน และการขุดลอกแม่น้ำน่าน 18 จุด เพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำ ลดความเสี่ยงเกิดอุทกภัยในวงกว้าง และสร้างประโยชน์ให้ประชาชนในระยะยาว
วันนี้ (15 สิงหาคม 2569) นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่ตรวจราชการและติดตามการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำในพื้นที่จังหวัดน่าน โดยมีนายชยันต์ เมืองสง เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) พร้อมด้วยผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมลงพื้นที่ เพื่อติดตามแผนการปรับปรุงซ่อมแซมอ่างเก็บน้ำน้ำเกี๋ยน
อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ตำบลฝายแก้ว อำเภอภูเพียง และติดตามแผนงานขุดลอกแม่น้ำน่าน พร้อมตรวจสอบสภาพลำน้ำ บริเวณสะพานศรีบุญเรือง จังหวัดน่าน
นายภราดร เปิดเผยว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้ได้ติดตามแผนงานระยะเร่งด่วนจังหวัดน่าน โดยได้ติดตามแผนการปรับปรุงและซ่อมแซมอ่างเก็บน้ำน้ำเกี๋ยนฯ ซึ่งที่ผ่านมาพบปัญหาการรั่วซึม และการทรุดตัวของดินด้านท้ายอ่างเก็บน้ำ ส่งผลให้มีน้ำซึมไหลผ่านเป็นจำนวนมาก มีความเสี่ยงต่อความมั่นคงของโครงสร้างอ่างและการสูญเสียปริมาณน้ำกักเก็บ ซึ่งปัจจุบันกรมชลประทานได้ตรวจสอบอัตราการไหลของน้ำและการรั่วซึมเป็นประจำทุกวัน และได้จัดทำโครงการปรับปรุงทำนบดินอ่างเก็บน้ำน้ำเกี๋ยนฯ ภายใต้แผนยุทธศาสตร์เสริมสร้างประสิทธิภาพการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ วงเงินงบประมาณ 26 ล้านบาท เพื่อเสริมความมั่นคงปลอดภัยของอ่างและเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการน้ำ หากดำเนินการแล้วเสร็จ คาดว่าจะสามารถป้องกันความเสียหายให้กับประชาชนใน 5 หมู่บ้าน ได้แก่ บ้านต้นกอก บ้านใหม่พัฒนา บ้านน้ำเกี๋ยนใต้ บ้านน้ำเกี๋ยนเหนือ และบ้านใหม่สันติสุข ครอบคลุม 674 ครัวเรือน และพื้นที่รับการป้องกันอุทกภัย 2,900 ไร่ และอยู่ระหว่างการขอรับการจัดสรรงบประมาณเพื่อเร่งดำเนินการต่อไป
พร้อมกันนี้ ได้ตรวจดูสภาพลำน้ำและปัญหาความตื้นเขินของแม่น้ำน่าน ซึ่งเป็นแม่น้ำสายหลักของจังหวัด และติดตามแผนงานขุดลอกแม่น้ำน่าน บริเวณสะพานศรีบุญเรือง ซึ่งเป็นแผนงานภายใต้โครงการเพิ่มศักยภาพการรองรับและการไหลของ
แม่น้ำน่าน เพื่อแก้ไขปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งของประชาชนในพื้นที่จังหวัดน่าน ระยะเร่งด่วน โดยหน่วยบัญชาการทหารพัฒนา วงเงินงบประมาณ 97.5 ล้านบาท โดยมีแผนขุดลอก จำนวน 18 จุด ระยะทางรวม 13.5 กิโลเมตร ปริมาณดินขุด 791,736 ลูกบาศก์เมตร ครอบคลุมพื้นที่ริมแม่น้ำสายหลักในจังหวัดน่าน ได้แก่ อำเภอท่าวังผา อำเภอเมืองน่าน อำเภอภูเพียง และอำเภอเวียงสา
หากดำเนินการแล้วเสร็จจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการไหลของน้ำ ช่วยให้น้ำในแม่น้ำน่านสามารถระบายและไหลเวียนได้ดีขึ้น
ลดปัญหาน้ำท่วม ป้องกันและบรรเทาผลกระทบจากอุทกภัยต่อประชาชน พื้นที่ทางการเกษตร และพื้นที่ทางเศรษฐกิจในวงกว้าง รวมถึงจะเป็นการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านแหล่งน้ำเพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิตและเศรษฐกิจของจังหวัดน่านในระยะยาว
หากดำเนินการแล้วเสร็จ คาดว่าจะมีประชาชนได้รับประโยชน์ 13,786 ครัวเรือน และมีพื้นที่ได้รับการป้องกันอุทกภัยกว่า 24,700 ไร่ ขณะนี้อยู่ระหว่างการเร่งเสนอคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (กนช.) เพื่อพิจารณา
นายภราดร เปิดเผยเพิ่มเติมว่า ทั้งสองแผนงานมีความพร้อมและมีความจำเป็นเร่งด่วนในการแก้ไขปัญหาอุทกภัย
ในพื้นที่จังหวัดน่าน นอกจากนี้ รองนายกรัฐมนตรี (นายทรงศักดิ์ ทองศรี) ได้แต่งตั้งคณะทำงานจัดทำแผนการเตรียมความพร้อมรับมือภัยแล้งและอุทกภัยให้เกิดความยั่งยืนในพื้นที่จังหวัดน่าน เพื่อบูรณาการแผนงาน ทั้งระยะเร่งด่วน ระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว รวมทั้งสิ้น 716 โครงการ วงเงินงบประมาณ 16,487.8225 ล้านบาท เมื่อดำเนินการแล้วเสร็จจะมีพื้นที่ที่ได้รับการป้องกัน 132,372 ไร่ ครัวเรือนที่ได้รับประโยชน์ 30,139 ครัวเรือน ปริมาณน้ำต้นทุนเพิ่มขึ้น 362.53 ล้านลูกบาศก์เมตร ป้องกันตลิ่ง 34,239 เมตร และมีพื้นที่ป่าที่ได้รับการฟื้นฟู 17,535 ไร่ คาดว่าจะจัดทำแผนแล้วเสร็จภายในเดือนสิงหาคมนี้ และจะนำเสนอต่อ กนช. ต่อไป
ด้าน เลขาธิการ สทนช. กล่าวเพิ่มเติมว่า รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีได้เน้นย้ำให้ สทนช. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง บูรณาการการทำงานตาม 9 มาตรการรับมือฤดูฝน ปี 2569 อย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะการคาดการณ์พื้นที่เสี่ยงและแจ้งเตือนภัยล่วงหน้าให้ประชาชนรับรู้อย่างรวดเร็ว พร้อมเตรียมเครื่องจักร เครื่องมือ และบุคลากรให้พร้อมเข้าปฏิบัติการในพื้นที่เสี่ยงภัยตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้สามารถรับมือสถานการณ์และลดผลกระทบจากอุทกภัยต่อประชาชนชาวน่านได้อย่างทันท่วงที