“สันดอน”ขุดง่าย!
“สันดาน”ขูดจนหนังถลอก ออกยากกว่า!
ยิ่งกมลสันดาน “ดิบเถื่อน”ซึมลึกเกาะหัวใจกินสมอง พอกจิตสำนึกหนาเตอะด้วยแล้ว อย่าหวังจะหลุดล่อนง่าย ตายไปเผาแล้ว เถ้ากระดูกยังดำปี๋!
ชำแหละหนังวัว-ควาย ถลก“หนังเหี้ย”ยังดีกว่า!
อย่ามัวเสียเวลา เลี้ยงไว้ให้เปลือกข้าวสุก เงินภาษีชาวบ้าน ไม่ควรนำไปต่อลมหายใจคนชั่ว!
คดี “ป๋องทมิฬ” แก๊งซาตานนรก ฆ่าฝังดิน หลุมดำ 5 ศพ!
เสียงชาวบ้านชาวเมือง เรียกร้องกึกก้องปฐพี!
ชั่วช้าสามานย์ สันดานเหี้ย(ม)ขนาดนี้ กำจัด “ผลไม้พิษ”จากต้นไม้พิษ ต้องปลิดขั้ว!อย่างเดียว ไม่มีทางเป็นอื่นไปได้!
ตีตั๋วให้มันทัวร์ยมโลก “ประหัตประหาร” ถีบตกขุมอเวจีหมกไหม้ ต่อให้ตายซ้ำตายซาก!ตายแล้วตายอีก กากเดนคนจำพวกนี้ ก็ยังไม่อาจลบล้างชดใช้ “หนี้กรรม”ที่ทำกับ 5 ชีวิตบริสุทธิ์ ได้หมดสิ้น!
“ฑนา เกิดทอง” หรือ “ไอ้ป๋องทมิฬ” ภาษาคนคุกเรียกว่า “จอมยุทธ์”เข้าๆออกๆคุกตะรางเป็นว่าเล่น เป็นบ้านหลังที่สองของมัน เพิ่งจะพ้นโทษออกจาก “เรือนจำกลางระยอง” เมื่อ 5 มิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา
พ้นคุกตะราง ทั้งที่ยังมี พ.ร.บ. ป้องกันการกระทำผิดซ้ำฯ เป็นชนักปักคาหลังอยู่ ซึ่งศาลมีคำสั่งให้เฝ้าระวัง 2 ปี ห้ามทำกิจกรรมเสี่ยง รายงานตัวทุก 3 เดือน และเข้ารับการบำบัดฟื้นฟู
ทั้งที่ ยังจัดอยู่ในโหลด “บุคคลอันตราย” ต้องเฝ้าระวังทุกย่างก้าว!ยังไล่ฆ่าคนราวผักปลา
หลังจากก้าวข้าม “โลกหลังกำแพง”มาได้เพียงแค่ 22 วัน ห้าทุ่มเศษคืนวันที่ 27 มิถุนายน มันพาพวกไป “อุ้ม”สามพ่อแม่ลูก อ้างเป็น “ตำรวจ”ล็อกกุญแจมือพาขึ้นรถกระบะจากบ้านไปจ่อยิงที่ละคน แล้วถีบลงหลุมฝังดินในสวนมะพร้าว “เนินทุ่งหลวง” พื้นที่ตำบลห้วยใหญ่ อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี
ล่วงเลยมาสิบวัน ญาติของสามพ่อแม่ลูก เห็นท่าไม่ดี พากันไปแจ้งความกับตำรวจ สภ.ห้วยใหญ่ ในวันที่ 7 กรกฎาคม 2569 แต่ตำรวจกลับนิ่งเป็น “จ่าเฉย” แถมยังโยกคันเกียร์มาตำแหน่ง N อีกซะงั้น
เว้นห่าง 28 วัน เช้ามืดวันที่ 26 กรกฎาคม 2569 สองเด็กชาวรัสเซียคนพี่นางสาว “ไดเอน่า นาซีโมว่า”วัย 22 ปี กับ “โรมัน”น้องชายวัย 17 ปี กลายเป็นเหยื่อ ถูกเดนนรกลวงมา “จ่อยิง”ทิ้งร่างฝังดินทับกองในหลุมเดียวกัน ช่างสลดหดหู่ใจ
เหี้ย(ม)บริสุทธิ์เหลือหลาย! ฆ่าคนตาย 5 ศพ ฝังกลบอยู่คนละฟากถนน!
สองคดีสุดเหี้ยมโหดเกิดขึ้นต่อเนื่อง หาก “ตำรวจห้วยใหญ่” ไม่อิดออด แค่ออกไปตรวจเช็คไล่กล้อง ควานหาเบาะแสคนหาย 3 รายตั้งแต่แรก ต้องรู้แล้วว่า...เกิดอะไรขึ้น ก็เพราะทำนิ่งเฉยนี่แหละ คดีสองพี่น้องรัสเซีย ถึงเกิดขึ้นตามมา!
ชาวบ้านสวดกันยับ สังคมโซเชียลฯรุมขย่มสาวไส้ไหลกันเละเทะ เพราะดูแล้วว่าตำรวจเอาเท้าราน้ำ คดีสามพ่อแม่ลูก ไม่ไช่แค่เกียร์ว่างอย่างเดียว แต่ดันเผือกเข้าเกียร์ถอยหลังอีกต่างหาก
ย้อนกลับไป ก่อนก่อคดีเขย่าขวัญ ไอ้ป๋องทมิฬ ติดตะรางตอนปี 2561 ในคดีพยายามฆ่า, ความผิดเกี่ยวกับอาวุธปืน และยาเสพติด ศาลพิพากษาลงทัณฑ์จำคุก 7 ปี 7 เดือน 25 วัน ถูกจองจำในเรือนจำพิเศษพัทยา หรือที่ชาวบ้านเรียก “คุกหนองปลาไหล”
อยู่ในเรือนจำ ทำตัวเป็นขาใหญ่ ตัวตึงประจำแดน 4 พยายาม “แหกคอก-แหกกฎ”บ่อยครั้ง จนถูกลดระดับเป็น “นักโทษเกรดต่ำ” กระทั่งก่อเหตุยกพวก “ปิดกล่อง”รุมกระทืบผู้ต้องขังในเรือนจำเดียวกัน
จึงถูกย้ายไปรับโทษต่อที่ “เรือนจำกลางระยอง” ตั้งแต่วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2564 ติดอยู่ระยอง 5 ปี 3 เดือน 14 วัน จนกระทั่งพ้นโทษออกมา เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2569 ก่อนจะมาก่อเหตุเขย่าขวัญ
คดีอุกฉกรรจ์ครั้งนี้ ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ประเทศไทย ทั้งในสายตาคนไทย ชาวต่างชาติ และนักท่องเที่ยว มอง “ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน” เป็นศูนย์!!
ทำไม?ต้องย้ายสำมะโนคุกมันไปจองจำถึงระยอง!
พลิกแฟ้มประวัติยาวเหยียด บนบัญชีหนังวรนุช ไม่ว่าจะเรื่องก่อวินัยร้ายแรง พฤติกรรมก้าวร้าว ฝ่าฝืนกฎระเบียบอย่างรุนแรง “ปิดกล่อง”รุมทำร้ายผู้ต้องขังด้วยกัน ป๋อง...แม่งงงง จัดครบทุกกระบวนท่า!
สันดอนขุดง่าย สันดานขุดยาก “เดินแรง-ดื้อด้าน-อันธพาลคุก”คนอย่างนี้อยู่ไหนก็อยู่ยาก นอกเสียจาก “เรือนจำกลางระยอง”รับจบ!
เพราะสถานที่แห่งนั้น มีแดนพิเศษ “Super MAX” หรือตามที่หลายคนเคยได้ยิน “คุกซ้อนคุก” แดนคุมขังที่มีความมั่นคงสูงสุดของกรมราชทัณฑ์
“กรมคุก”มีเรือนจำกระจายทั่วประเทศ 143 แห่ง “Super MAX – คุกซ้อนคุก” มีเพียง 5 แห่ง เท่านั้น
แห่งแรกสร้างขึ้นที่ เรือนจำกลางเขาบิน ราชบุรี ตามด้วย เรือนจำกลางคลองไผ่ อำเภอสีคิ้ว นครราชสีมา , เรือนจำกลางพิษณุโลก , เรือนจำกลางนครศรีธรรมราช และ เรือนจำกลางระยอง
แนวคิดคุกซ้อนคุก “Super MAX” มาจาก “กรมราชทัณฑ์” เจอปัญหาเรื้อรังทางตันที่แก้ไม่ตก ช่วงปี2552-2560 เจ้าพ่อ-มาเฟีย นักโทษคดียาเสพติดรายใหญ่ ผู้ต้องขังอิทธิพลในเรือนจำ ที่ภาษาคุกเรียกว่าระดับ “สมเด็จ” ขาติดตรวน ตัวติดกรง แต่ “ทรงเอ”ยังสามารถสั่งการ ไปหาเครือข่ายยาเสพติดภายนอกได้
เพราะอิทธิพล-อำนาจเงินล้นเหลือ คมกระดาษที่เรียกว่า “เงิน”ตัดขาดทุกสิ่งอย่าง ง้างได้แม้ใจคน แม้กระทั่ง “พัศดี-เจ้าหน้าที่ฯ”บางกลุ่มบางคน ยังยอมหลับตาข้างหนึ่ง ทำเป็นมองไม่เห็น!
กลายเป็นวงจร “ธุรกิจสีดำ” เงามืดครอบงำแดนสนธยาในเรือนจำ มีการลักลอบนำโทรศัพท์มือ อุปกรณ์สื่อสาร รวมทั้งสิ่งของต้องห้าม ยาเสพติดและสิ่งผิดกฏหมาย เข้าเรือนจำ
ด้วยระบบเรือนจำทุกแห่ง เป็น “แดนเปิด” มีนักโทษจำนวนมาก ยากต่อการควบคุมดูแล จึงมี “นักโทษ”ที่พยายาม “แหกกฎ” กระทำความผิดอยู่เนืองๆ
กรมราชทัณฑ์ จึงพลิกเกมสู้ ศึกษาข้อมูลและนำรูปแบบ Super MAX “เรือนจำความมั่นคงสูง”ในต่างประเทศ มาปรับเป็น “โมเดล” สร้าง Super MAX ขึ้นภายในเรือนจำเขาบิน จังหวัดราชบุรี เป็นแห่งแรก เปรียญเสมือน สร้างบ้านเล็กในป่าใหญ่
จนเป็นที่มาของคำว่า “คุกซ้อนคุก!”
คุก Super MAX มีความเข้มข้น เหนือกว่าเรือนจำทั่วไป ตัวอาคารแยกจากแดนผู้ต้องขังอื่นๆออกไปต่างหาก โครงสร้างมั่นคงแข็งแรง พื้นหนาเป็นวา ผนังหนาเป็นศอก ประตูเหล็กทึบหนาหลายชั้น พร้อมติดตั้งระบบล็อกอัตโนมัติ ไฟฟ้าเปิดส่องสว่างตลอดเวลา จนไม่รู้ว่ากลางวัน หรือกลางคืน
เปิด-ปิดประตู,พัดลม และอุปกรณ์ต่างๆ คอนโทรลด้วยเทคโนโลยี่ล้ำสมัย ระบบอัตโนมัติจากศูนย์ควบคุม ที่พรั่งพร้อมไปด้วยเจ้าหน้าที่ประจำเวรยาม ติดตามเฝ้าดูความเคลื่อนไหวผู้ต้องขัง ผ่านกล้องที่มีอยู่จำนวนมาก ตลอด 24 ชั่วโมง
โครงสร้าง “ห้องขัง” ถูกออกแบบแข็งแรงเป็นพิเศษ ซอยแยกเป็น “ห้องขังเดี่ยว”พื้นที่แค่พอนอน พร้อมโถส้วมกับจุดใช้น้ำ ประตูเหล็กหนาทึบ มีช่องมองขนาดเล็กเพื่อให้เจ้าหน้าที่ส่องดู และช่องส่งอาหารที่เปิด-ปิดได้จากภายนอก
การติดต่อสื่อสารระหว่างผู้ต้องขัง กับเจ้าหน้าที่ฯ กรณีเจ็บไข้ได้ป่วย อยู่ภายใต้การควบคุมผ่านกล้อง การรักษาพยาบาล และสิทธิตามกฎหมายยังคงได้รับภายใต้ระเบียบของกรมราชทัณฑ์
คุกพิเศษ “Super MAX” ไม่ได้สร้างไว้ให้ VIP นักโทษเงินหนาอยู่ ทุกคนมีสิทธิ์ หากทำตัว “เปรี้ยว”เดินขาถ่างกร่างจัดในเรือนจำ
นักโทษที่จะถูกส่งมายัง “คฤหาสน์ซุปเปอร์แม็ก” คุณสมบัติอันดับแรก คือผู้ต้องขังที่มีความเสี่ยงสูง อย่าง คดียาเสพติดระดับหัวหน้าเครือข่าย, ระดับหัวจ่ายเบอร์ต้นๆ,คดีฆาตกรรมหลายศพ ,คดีอุกฉกรรจ์ที่มีอิทธิพลและมีความเสี่ยงสูง ,คดีก่อการร้าย หรือ คดีกระทบต่อความมั่นคงของรัฐ,นักโทษที่มีพฤติกรรมเคยหลบหนี หรือ พยายามหลบหนี หรือ สามารถสั่งการจากในเรือนจำ
รวมทั้งพวก “เดินแรง-ดื้อด้าน-อันธพาลคุก” ทำร้ายร่างกาย ก่อเหตุรุนแรง หัวโจกก่อเหตุจลาจล สร้างความวุ่นวาย มักจบที่ “ซุปเปอร์แม็กวิทยา”
บางคน 3 เดือน 6 เดือน หรือ อาจได้อยู่ยาวเป็นปี-หลายปี อยู่ฟรี ไม่มีเก็บค่าเช่า ขึ้นกับว่าขัดคราบสันดานหยาบตัวเองได้เร็วแค่ไหน รู้จักสงบเสงี่ยมเจียมบอดี้ หรือยัง?
การจะลดชั้นจาก “ซุปเปอร์แม็ก” ออกไปอยู่ในแดนผู้ต้องขังปกติ ได้หรือยัง เขามีคณะกรรมการติดตามดู ประเมินว่าจะยก “ธงเขียว”ได้ไปต่อ หรือ“ธงแดง” นอนคุยกับผนังซุปเปอร์แม็ก ไปก่อน
ชีวิตเลวบัดซบ นรกยังเมิน อย่างไอ้ป๋อง ถึงแม้เคยผ่าน “ซุปเปอร์แม็ก วิทยา”มาแล้ว ก็ตาม !
แต่ “สันดอน ขุดง่าย สันดาน ขุดยาก”มันจริง!
ลากคอไป “ยิงเป้า” ยังเสียดายกระสุน!!
อั๋นพันดาว
#ข่าววันนี้ #อั๋นพันดาว #ข่าวเด่นวันนี้ #ข่าวอธิปบูรพา #ข่าวเมืองพัทยา #ข่าวจังหวัดชลบุรี #ข่าวอาชญากรรม
#ข่าวเข้มข้นบนความจริง #ขุดสันดานโฉด_ไอ้ป๋อง #Super_MAX_คุกซ้อนคุก #ไอ้ป๋องไม่หลุด_พ้นโทษ22วัน_อุ้มฆ่า5ศพ