วันที่ 5 สิงหาคม 2569 เวลา 13.30 น. นางสาวฉัตรประอร นิยม ผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา เป็นประธานการประชุมการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการประกอบธุรกิจที่ฝ่าฝืนกฎหมาย พร้อมด้วย นายบุญธรรม ถาวรทัศนกิจ รองผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา, พ.ต.อ.กิตติสัณห์ ชะนะ รองผบก.ภ.จว.ฉะเชิงเทรา, นายพีรพล ลือล่า ปลัดจังหวัดฉะเชิงเทรา, นางกฤษญาพร สุนทรพจน์ พาณิชย์จังหวัดฉะเชิงเทรา, หัวหน้าส่วนราชการ, ผู้แทนส่วนราชการ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ณ ห้องประชุมสุนทรพิพิธ ชั้น 3 ศาลากลางจังหวัดฉะเชิงเทรา
ในการประชุม ฝ่ายเลขานุการได้เสนอเรื่องเพื่อทราบ ประกอบด้วย การรายงานผลการดำเนินการปฏิบัติการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการประกอบธุรกิจที่ฝ่าฝืนกฎหมาย ปี 2568 ในเป้าหมาย 6 กลุ่มธุรกิจที่มีแนวโน้มสูงว่ามีชาวต่างชาติเข้ามาประกอบธุรกิจในพื้นที่โดยใช้นอมินี ซึ่งเป็นนิติบุคคลที่ตั้งอยู่ในจังหวัดฉะเชิงเทรา จำนวน 63 ราย
สรุปการดําเนินการกับนิติบุคคลดังกล่าว ดังนี้ 1) ไม่พบพฤติกรรมน่าสงสัย จํานวน 47 ราย 2) เลิกกิจการ จํานวน 3 ราย 3) ย้ายไปจังหวัดอื่น จํานวน 3 ราย (แจ้งกรมพัฒนาธุรกิจการค้าส่งต่อจังหวัดที่รับผิดชอบ) 4) จดหมายตีกลับ/ติดต่อกรรมการไม่ได้ จํานวน 4 ราย 5) มีพฤติกรรมเสี่ยง จํานวน 8 ราย และส่งต่อเรื่องให้พนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไปแล้ว
ในส่วนของข้อมูลธุรกิจเป้าหมายนิติบุคคล ที่อาจมีลักษณะนอมินี ปี 2569 จังหวัดฉะเชิงเทรามี นิติบุคคลกลุ่มเสี่ยงที่อาจเข้าข่ายต้องตรวจสอบ จำนวน 8 ราย อยู่ในพื้นที่อำเภอบางปะกง อำเภอบ้านโพธิ์ และอำเภอแปลงยาว โดยมีแนวทางการตรวจสอบตามขั้นตอน คือ การออกหนังสือเรียกตรวจสอบ การลงพื้นที่ตรวจสอบ ณ ที่ตั้งของสำนักงานใหญ่ การแสวงหาข้อเท็จจริง และดำเนินการประชุม เพื่อสรุปผลการตรวจสอบ
จากนั้น ฝ่ายเลขานุการได้เสนอเรื่องเพื่อพิจารณา จำนวน 2 เรื่อง คือ 1. การทบทวนคำสั่งจังหวัดฉะเชิงเทรา ที่ 1522/2568 เรื่อง แต่งตั้งคณะทำงานเพื่อปฏิบัติการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการประกอบธุรกิจที่ฝ่าฝืนกฎหมาย เพื่อให้ครอบคลุมภารกิจของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยเพิ่มเติมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมเป็นคณะทำงาน จำนวน 2 ราย ได้แก่ ปลัดจังหวัดฉะเชิงเทรา และผู้กำกับการตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดฉะเชิงเทรา 2. แผนปฏิบัติการลงพื้นที่ตรวจสอบ สำหรับการดำเนินการตามห้วงระยะเวลาในการตรวจสอบแสวงหาข้อเท็จจริง
เมื่อที่ประชุมพิจารณา เสนอความเห็นและมีมติแล้ว ฝ่ายเลขานุการจะได้ดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ และมติที่ประชุมต่อไป สำหรับวาระอื่นๆ สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดฉะเชิงเทราได้นำเสนอข้อมูลบริษัท ที่มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ในพื้นที่ และได้มีการเชื่อมโยงนำเข้าขยะอิเล็กทรอนิกส์ - พลาสติกมาในประเทศไทย
โดยมีกลุ่มคนต่างชาติร่วมถือหุ้นกับคนไทย จำนวน 5 ราย พบว่ายังดำเนินกิจการอยู่ จำนวน 4 ราย และมีสถานะร้าง จำนวน 1 ราย มีสำนักตั้งอยู่ในจังหวัดฉะเชิงเทรา จำนวน 3 ราย
ในการนี้ประธานฯ ได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและมีภารกิจในการลงพื้นที่ตรวจสอบ จัดเตรียมเอกสาร ข้อมูล ระเบียบกฎหมายที่เกี่ยวข้องส่งให้พนักงานสอบสวนฯ และเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมให้ข้อมูลและลงพื้นที่เป็นรายกรณี
นิราช/อาษา/ปรีญาภรณ์/ผู้สื่อข่าว อปท.นิวส์ ประจำจังหวัดฉะเชิงเทรา 0909535645