กาญจนบุรี - เจ้าหน้าที่สาธารณสุขอำเภอเมืองกาญจนบุรี นำเจ้าหน้าที่ตรวจร่างกายแก่ประชาชน ในพื้นที่ตำบลวังด้ง ได้รับความเดือดร้อนด้านมลพิษทางอากาศอย่างรุนแรง จากโรงงานถลุงโลหะตะกั่วจากสินแร่ และนำผงตะกั่วและแผ่นธาตุแบตเตอรี่
จากกรณีที่ นายยศวัฒน์ มาไพศาลสิน ประธานคณะอนุกรรมาธิการพิจารณาศึกษาการบริหารจัดการอุบัติภัยอุตสาหกรรมรูปแบบใหม่ สภาผู้แทนราษฎร และคณะกรรมาธิการฯ พร้อมด้วยนายชูเกียรติ จีนาภักดิ์ นางสาววิสุดา วิเชียรศิลป์ สส.กาญจนบุรี พรรคภูมิใจไทย เขต 2 และเขต 4 เข้าพบนางสาววริษฐา สงวนเสริมศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี นายสิทธิวีร์ วรรณพฤกษ์ รอง ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี ประชุมหาแนวทางให้ความช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่บ้านท่าเสา หมู่ 2 และบ้านจันอุย หมู่ 5 ตำบลลาดหญ้า เนื่องจากชาวบ้านได้รับความเดือดร้อนด้านมลพิษทางอากาศอย่างรุนแรง จากโรงงานถลุงโลหะตะกั่วจากสินแร่ และนำผงตะกั่วและแผ่นธาตุแบตเตอรี่ ที่ยังไม่ได้ใช้งานและเป็นของเสียจากโรงงานแบตเตอรี่มาผ่านกรรมวิธีการผลิตทางอุตสาหกรรมเพื่อนำกลับมาใช้งานใหม่ ของบริษัท ปัญญารักษา จำกัด ที่มีพื้นที่ตั้งติดกับแม่น้ำแควใหญ่ ตำบลวังด้ง อำเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรี
วันนี้ 16 ก.ค. 2569 ที่ศาลาเอนกประสงค์เทศบาลตำบลลาดหญ้า หมู่ที่ 2 เจ้าหน้าที่หน่วยงานสาธารณสุขอำเภอเมืองกาญจนบุรี ร่วมกับบริษัท ปัญญารักษา จำกัด จัดเจ้าหน้าที่ออกตรวจสารตะกั่วในเลือด ประชาชนในชุมชนบ้านวังด้ง บ้านท่าเสา และบ้านจันอุย หมู่ที่ 2 ซึ่งมีที่พักอยู่อาศัยใกล้กับโรงงานถลุงโลหะตะกั่วดังกล่าวโดยมีหน่วยงานเจ้าหน้าที่สาธารณสุข เจ้าหน้าที่อุตสาหกรรม ผู้นำชุมชน รวมถึงเจ้าหน้าที่ของทาง บริษัท ปัญญารักษา จำกัด และจากการนำเลือดที่เจาะในครั้งนี้กลับไปตรวจสอบหาสารตะกั่ว ซึ่งจะต้องใชเวลาการตรวจสอบอีกสักระยะหนึ่ง หลังจากนั้นจะแจ้งให้กับทางหน่วยงานและผู้นำท้องถิ่นทราบต่อไป
โอกาสนี้ นายกิตติ์ธนัตถ์ ขุนศรีจตุรงค์ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 2 ตำบลท่าเสา กล่าวว่า หลังจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเริ่มดีขึ้น ทั้งเรื่องกลิ่นจากการที่ทางโรงงานได้ทำการซ่อมแซมเตาเผา ได้รับความร่วมมือจากทางโรงงานมาตลอด โรงงานแห่งนี้ตั้งมานานกว่า 30 ปี แล้ว และรับว่าได้เกิดการร้องเรียนมาตลอด จากกลิ่นทั้งผงตะกั่ว การร้องเรียนเข้าไปเรื่องก็เงียบหาย แต่ในปีจจุบันนี้โลกโซเชียลกระพือรุนแรง ถามว่าปชาวบ้านก็อยู่ได้ แต่อยากให้ทางโรงงานเข้ามาดูแลมากกว่านี้ การเยียวยา ยังไม่เคยมีมาก่อน โรงงานแห่งนี้เจ้าของมีทั้งทุนจีนและชาวไทย

นายกฤษณ์ พรหมศิริ ผู้อำนวยการสำนักงานอุตสาหกรรมพื้นฐานเขต 7 ราชบุรี กล่าวว่าปัญหาดังกล่าว เจ้าหน้าที่อุตสาหกรรมจังหวัดกาญจนบุรี ได้เข้าตรวจสอบเป็นระยะตั่งแต่เกิดปัญหามา จากการตรวจสอบพบว่าอุปกรณ์บางตัวเกิดการชำรุด แล้วได้ทำการปรับปรุงแกไขเป็นที่เรียบร้อยแล้ว หลังจากนี้เราได้ดูแลเรื่องแผนฉุกเฉินในการสื่อสารของบริษัท ให้ดูแลชุมชนให้เข็มข้นมากกว่าเดิม หากเกิดอะไรขึ้นทางบริษัท จะต้องหยุดการประกอบกิจการในทันที แล้วปรับปรุงแก้ไข แล้วจะต้องกับมาแจ้งกับชุมชนให้ทราบ ต้องนำผลไปประชาสัมพันธ์แก่ประชาชนได้ทราบต่อไป
ส่วนเรื่องน้ำกับดิน ทางหน่วยงานจะเข้าเก็บตัวอย่าง เพื่อนำน้ำกับดินกลับไปตรวจสอบ ว่าน้ำในลำน้ำแควใหญ่ที่ไหลก่อนผ่านโรงงานไปนั้นมีค่าอย่างไร ว่าผลกระทบเกิดขึ้นจากของโรงงานหรือไม่ ส่วนเรื่องของกลิ่นหลังจากนี้ได้กำชับให้ทางบริษัทนำอุปกรณ์ไปติดตั้งเพื่อตรวจวัดได้ตลอด 24 ชั่วโมง
สำหรับทางโรงงาน นายกิตติศักดิ์ ลัทธิกุล วิศวกรควบคุม ของบริษัท ปัญญารักษา จำกัด ชี้แจงว่าเตาหลอมมีอยู่ 3 เตา ตามที่ได้รับใบอนุญาต เราก็ดำเนินการตามที่ได้รับอนุญาต ครั้งละ 1 เตา จะดำเนินการเผาตลอด 24 ชั่วโมง รอบหนึ่งจะใช้เวลาหลอม 12 ชั่วโมง ณ เวลานี้ยังเผาหลอมอยู่ตลอดไม่ได้หยุดการใดๆ และโรงงานเราเป็นประเภทโรงงานหลอมตะกั่ว เราจะต้องปฏิบัติตามระเบียบทุกชัดเจนทุกขั้นตอน ซึ่งจะมีเจ้าหน้าที่เข้ามาดูแลตามขั้นตอนของกฎหมาย ส่วนเรื่องน้ำเราจะดูแลไม่ให้ส่งผลกระทบกับชุมชน เราจะไม่ให้ส่งผลกระทบต่อชุมชน และการเยี่ยวยาต้องขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริง ขอให้รอผลจากหน่วยงานตอบกลับมาก่อนดีกว่า
////////////////////////////////////////////////////
ข่าวภูมิภาคกาญจนบุรี / ปรีชา ไหลวารินทร์