CGTN สำนักงานใหญ่ เขตเฉาหยาง กรุงปักกิ่ง เปิดให้สื่อต่างชาติ เข้าชมและแลกเปลี่ยนการทำงานขององค์กรข่าวระดับนานาชาติ ตั้งแต่ศูนย์บัญชาการข่าว ( Super Desk ) ไปจนถึงแนวคิดการสร้างเครือข่ายผู้เชี่ยวชาญและนักข่าวจากทั่วโลก เพื่อรองรับการรายงานข่าวในยุคดิจิทัลไฮไลต์ของการเยี่ยมชมคือ Super Desk ซึ่งเปรียบเสมือน “สมอง” ของ CGTN ทำหน้าที่ประสานงานการทำข่าวจากทุกฝ่าย ทั้งทีมรวบรวมข่าว บรรณาธิการ ฝ่ายวิเคราะห์ และฝ่ายผลิตรายการโทรทัศน์ โดยใช้ระบบบริหารงานแบบกระชับและเชื่อมโยงการทำงานร่วมกัน เพื่อให้สามารถตัดสินใจและรับมือกับสถานการณ์ข่าวได้อย่างรวดเร็ว
หลิว จื่อฉวน ( Liu Zixuan ) บรรณาธิการข่าว CGTN ระบุว่า Super Desk ทำงานตลอด 24 ชั่วโมง 7 วันต่อสัปดาห์ มีหน้าที่ติดตามข่าวด่วน วางแผนการรายงานข่าว ประสานการจัดหาภาพข่าว ดูแลการผลิตข่าวสำหรับหลายแพลตฟอร์ม และควบคุมการถ่ายทอดสดภายในห้องข่าว CGTN รับข้อมูลจากสำนักข่าวและผู้ให้บริการข่าวระดับโลก อาทิ Reuters, Associated Press (AP) รวมถึงแหล่งข่าวนานาชาติอื่น ๆ พร้อมระบบติดตามสัญญาณข่าวสดหลายช่องสัญญาณในเวลาเดียวกัน ขณะที่จอแสดงผลขนาดใหญ่ใช้ติดตามสถานการณ์ข่าวด่วนและกระแสบนสื่อสังคมออนไลน์แบบเรียลไทม์ระบบวิเคราะห์ข้อมูลของ CGTN รวบรวมข้อมูลจากสถานีโทรทัศน์กว่า 26,000 แห่ง และเว็บไซต์มากกว่า 50,000 เว็บไซต์ ก่อนนำมาวิเคราะห์เปรียบเทียบ เพื่อสนับสนุนกระบวนการตรวจสอบข้อเท็จจริง และช่วยให้การนำเสนอข่าวอ้างอิงข้อมูลที่เป็นปัจจุบัน
นอกจากการผลิตข่าวผ่านสถานีโทรทัศน์แล้ว CGTN ยังเผยแพร่เนื้อหาผ่านเว็บไซต์ แอปพลิเคชัน และแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย โดยข้อมูลที่นำเสนอระหว่างการเยี่ยมชมระบุว่า ผู้ชมส่วนใหญ่อยู่ในช่วงอายุ 25–34 ปี และผู้ชมประมาณ 90% อยู่ต่างประเทศ สะท้อนบทบาทของ CGTN ในฐานะสื่อที่มุ่งสื่อสารกับผู้ชมในระดับนานาชาติ CGTN มีผู้ชมนอกประเทศจีนกว่า 700 ล้านคน ส่วนใหญ่เป็นชาวอินเดีย รองลงมา คือ สหรัฐอเมริกา สาเหตุที่มีผู้ชมกลุ่มนี้เพราะเป็นประเทศมหาอำนาจที่ต่างติดตามความเคลื่อนไหวเช่นกัน ข่าวที่สนใจจะเป็นข่าวสถานการณ์ประจำวัน
หลิว ซิน ( Liu Xin ) ผู้ประกาศข่าวและผู้ดำเนินรายการของ CGTN เปิดเผยว่า CGTN เป็นสื่อข่าวภายใต้ China Media Group (CMG) ซึ่งเป็นกลุ่มสื่อหลักของจีน ประกอบด้วย CCTV, CGTN , China Radio International (CRI) และ China National Radio (CNR) โดย CGTN มีบทบาทในการนำเสนอข่าวสารภาคภาษาอังกฤษสู่ผู้ชมทั่วโลก พร้อมทั้งมีการออกอากาศในหลายภาษา ได้แก่ ภาษาอังกฤษ ภาษาสเปน ภาษาฝรั่งเศส ภาษารัสเซีย และภาษาอาหรับ เพื่อเข้าถึงผู้ชมในภูมิภาคต่าง ๆ ขณะที่การดำเนินงานของสถานียังมีรายได้ส่วนหนึ่งมาจากการโฆษณาด้วย
หลิว ซิน กล่าวว่า CGTN มุ่งนำเสนอทั้งความเคลื่อนไหวของจีนและประเด็นสำคัญจากทั่วโลก โดยให้ความสำคัญกับการรายงานเชิงลึกและการทำงานร่วมกันของทีมข่าว ตั้งแต่การวางแผนประเด็น การรวบรวมข้อมูล ไปจนถึงการผลิตเนื้อหา เพื่อให้ผู้ชมในระดับนานาชาติได้รับข้อมูลที่รอบด้าน
สำหรับรายการสัมภาษณ์และรายการวิเคราะห์ CGTN ให้ความสำคัญกับการเชิญผู้เชี่ยวชาญจากหลากหลายประเทศและหลากหลายสาขา รวมถึงผู้เชี่ยวชาญจากประเทศตะวันตก เพื่อสะท้อนมุมมองที่แตกต่างและเปิดพื้นที่ให้เกิดการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นอย่างสร้างสรรค์ นำไปสู่การอภิปรายและค้นหาแนวทางความร่วมมือในประเด็นต่าง ๆเธอระบุว่า CGTN พร้อมเปิดรับความคิดเห็นที่หลากหลาย และยินดีสัมภาษณ์ผู้เชี่ยวชาญที่มีมุมมองแตกต่างกัน โดยยึดหลักการรับฟังอย่างเคารพซึ่งกันและกัน พร้อมเปิดโอกาสให้เกิดการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นบนพื้นฐานของข้อเท็จจริง ก่อนการออกอากาศ ทุกเนื้อหาจะผ่านกระบวนการตรวจสอบร่วมกันระหว่างผู้ประกาศข่าว โปรดิวเซอร์ และทีมบรรณาธิการ เพื่อยืนยันความถูกต้องของข้อมูล ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว และคุณภาพของเนื้อหาที่นำเสนอ และตรวจสอบภาษาต่างๆ ผ่านทางเจ้าของภาษา ในด้านการคัดเลือกผู้ร่วมรายการ CGTN ให้ความสำคัญกับผู้เชี่ยวชาญที่สามารถสื่อสารภาษาอังกฤษได้อย่างมีประสิทธิภาพ เนื่องจากรายการส่วนใหญ่เป็นการสัมภาษณ์ การเสวนา และการอภิปราย ซึ่งต้องอาศัยการสื่อสารที่คล่องตัว เพื่อให้การสนทนาดำเนินไปอย่างราบรื่นและเปิดโอกาสให้ผู้เชี่ยวชาญจากหลากหลายสาขา โดยเฉพาะผู้ที่มีความรู้เกี่ยวกับจีน ได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นอย่างมีเหตุผลและเคารพซึ่งกันและกัน
นอกจากบทบาทผู้ประกาศข่าวในสตูดิโอแล้ว หลิว ซินยังปฏิบัติหน้าที่ผู้สื่อข่าวภาคสนาม ผู้ดำเนินรายการ และผู้จัดทำสารคดี โดยลงพื้นที่รายงานเหตุการณ์สำคัญทั้งในจีนและต่างประเทศ สะท้อนการทำงานของผู้สื่อข่าวที่ครอบคลุมทั้งงานหน้าจอและการรายงานจากพื้นที่จริงทีมโปรดิวเซอร์ผู้ผลิตสารคดีของ CGTN เปิดเผยว่า การผลิตสารคดีแต่ละเรื่องต้องใช้เวลาในการศึกษาค้นคว้าข้อมูลและวางแผนอย่างรอบด้าน เพื่อให้เนื้อหามีความถูกต้องและครอบคลุมมากที่สุด
นอกจากการค้นคว้าข้อมูลแล้ว ทีมงานยังต้องลงพื้นที่จริงเพื่อสัมภาษณ์แหล่งข่าวและเก็บภาพจากสถานที่จริง โดยเฉพาะการถ่ายทำในต่างประเทศที่ต้องประสานงานกับหลายหน่วยงาน เพื่ออำนวยความสะดวกในการถ่ายทำและเข้าถึงข้อมูลจากผู้คนในพื้นที่โดยตรง เธอระบุว่า การผลิตสารคดีหนึ่งเรื่องอาจใช้เวลาหลายเดือน หรือในบางโครงการอาจนานถึงประมาณครึ่งปี ก่อนจะพัฒนาเป็นผลงานที่มีคุณภาพ พร้อมเผยแพร่ในหลายภาษาไปยังผู้ชมทั่วโลกผ่านแพลตฟอร์มของ CGTN อีกหนึ่งประเด็นสำคัญที่มีการนำเสนอ คือแนวคิดการสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับนักข่าว ผู้เชี่ยวชาญ และผู้สร้างเนื้อหาจากทั่วโลก
เฉิน กวง ( Chen Guang ) บรรณาธิการบริหารของ CGTN ระบุว่า CGTN ไม่ได้ต้องการสื่อสารแบบตัวต่อตัว แต่ต้องการสร้างพื้นที่ที่เปิดโอกาสให้ผู้คนจำนวนมากมีส่วนร่วมในการเล่าเรื่องและแลกเปลี่ยนมุมมอง
แนวคิดดังกล่าวนำไปสู่การจัดทำโครงการออนไลน์ที่เปิดรับภาพถ่ายและเรื่องราวจากผู้ร่วมโครงการทั่วโลก เพียงถ่ายภาพผ่านโทรศัพท์มือถือ เขียนคำบรรยายสั้น ๆ และส่งมายัง CGTN หากเนื้อหาเกี่ยวข้องกับ เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนขององค์การสหประชาชาติ (UN Sustainable Development Goals: SDGs) ก็มีโอกาสได้รับการเผยแพร่ผ่านแพลตฟอร์มของ CGTN
โครงการดังกล่าวได้รับการตอบรับอย่างดี โดยมีผลงานส่งเข้ามามากกว่า 56,000 ชิ้นจากทั่วโลก ผู้เข้าร่วมจำนวนมากยังแบ่งปันกิจกรรมผ่านสื่อสังคมออนไลน์ของตนเอง จนเกิดการขยายเครือข่ายในวงกว้าง และมีบทบาทเสมือน “CGTN Ambassadors” ที่ช่วยเชิญชวนผู้คนเข้าร่วมโครงการเพิ่มเติมจากประสบการณ์ดังกล่าว CGTN ได้ต่อยอดสู่ Global Network Outreach Project ซึ่งมุ่งสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างสื่อมวลชน นักวิชาการ และผู้เชี่ยวชาญในระดับนานาชาติ มากกว่าการจัดเก็บข้อมูลรายชื่อแขกรับเชิญเพียงอย่างเดียว
ฐานข้อมูลของ CGTN ไม่ได้เก็บเฉพาะชื่อหรือช่องทางการติดต่อ แต่ยังรวบรวมข้อมูลด้านความเชี่ยวชาญ ความสนใจในการวิจัย ประสบการณ์การทำงานร่วมกับ CGTN ประสบการณ์การให้สัมภาษณ์กับสื่อ รูปแบบการสื่อสารที่เหมาะสม รวมถึงเหตุผลที่ต้องการเข้าร่วมโครงการ เพื่อนำข้อมูลไปจับคู่ผู้เชี่ยวชาญกับประเด็นข่าวได้อย่างเหมาะสม
นอกจากนี้ CGTN ยังเชื่อมโยงฐานข้อมูลกับแพลตฟอร์ม LinkedIn เพื่อให้ระบบสามารถติดตามการอัปเดตข้อมูลของผู้เชี่ยวชาญ และช่วยให้ทีมงานติดต่อเชิญผู้เชี่ยวชาญที่มีความเหมาะสมกับประเด็นข่าวในช่วงเวลานั้นได้อย่างรวดเร็ว หัวใจสำคัญของงานไม่ใช่การเชิญแขกมาสัมภาษณ์เพียงครั้งเดียว แต่คือการสร้างความร่วมมือระยะยาว พร้อมเปรียบเปรยว่า “ความสัมพันธ์ก็เหมือนสวน หากไม่ดูแลก็จะค่อย ๆ เหี่ยวเฉาและหายไป” ดังนั้น CGTN จึงจัดกิจกรรม เวทีเสวนา และโครงการแลกเปลี่ยนอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ผู้เชี่ยวชาญ นักข่าว และพันธมิตรจากหลายประเทศได้พบปะ แลกเปลี่ยนประสบการณ์ และต่อยอดความร่วมมือในอนาคต
ในอนาคต CGTN ยังมีแผนนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาช่วยบริหารเครือข่ายผู้เชี่ยวชาญ โดยสามารถค้นหาและแนะนำผู้เชี่ยวชาญที่เหมาะสมกับประเด็นต่าง ๆ เช่น การพัฒนาสีเขียว (Green Development) หรือการค้าโลก (Global Trade) จากข้อมูลด้านความเชี่ยวชาญ ประสบการณ์การออกสื่อ และความพร้อมในการให้สัมภาษณ์ อย่างไรก็ตาม ผู้บรรยายย้ำว่า “เทคโนโลยีไม่สามารถทดแทนความสัมพันธ์ระหว่างผู้คนได้ แต่สามารถช่วยให้ใช้ประโยชน์จากความสัมพันธ์เหล่านั้นได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น”
หลายคนมองว่างานของทีมคือการจัดหาแขกรับเชิญหรือบริหารผู้เชี่ยวชาญ แต่สำหรับ CGTN แล้ว ภารกิจที่แท้จริงคือ “การสร้างสะพานเชื่อม” ระหว่างจีนกับโลก ระหว่างนักข่าวกับนักวิชาการ และระหว่างข้อเท็จจริงกับความเข้าใจ เพื่อให้ข้อมูลและมุมมองที่น่าเชื่อถือสามารถเชื่อมโยงผู้คนข้ามพรมแดน วัฒนธรรม และภาษาได้อย่างต่อเนื่อง