ปากเสียงของคนท้องถิ่น เพื่อการพัฒนาประเทศ
ท้องถิ่นไทย ย้อนกลับ
เปิดตัวโครงการโลจิสติกส์อัจฉริยะท่าเรือแม่น้ำป่าสักด้วยรถบรรทุกไฟฟ้า
10 ก.ค. 2569

เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม 2569 ที่ท่าเรือขนถ่ายสินค้า ตำบลบางโพง อำเภอนครหลวง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา นายเฉิน เจี้ยนหลง หรือ Chien-Lung Chen กรรมการผู้จัดการ บริษัท EV Auto System Co., Ltd. (EVAS) เปิดตัวโครงการโลจิสติกส์อัจฉริยะท่าเรือแม่น้ำป่าสัก  Pa Sak) เพื่อสนับสนุนนโยบาย Smart Port และ Green Transport ของประเทศไทย มุ่งยกระดับระบบโลจิสติกส์ทางน้ำด้วยรถบรรทุกไฟฟ้า เทคโนโลยีดิจิทัล และการบริหารจัดการพลังงานอัจฉริยะ

จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ประเทศไทย - บริษัท EV Auto System Co., Ltd. (EVAS) ประกาศเปิดตัวโครงการ Pa Sak River Port Smart River Logistics Project อย่างเป็นทางการ เพื่อพัฒนาระบบโลจิสติกส์ทางน้ำรูปแบบใหม่ โดยบูรณาการรถบรรทุกไฟฟ้าเพื่อการพาณิชย์ ระบบโลจิสติกส์อัจฉริยะ ระบบบริหารจัดการพลังงาน และแพลตฟอร์มบริหารจัดการกองยานดิจิทัลเข้าด้วยกัน เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการขนส่ง ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และสนับสนุนการพัฒนาโลจิสติกส์ที่ยั่งยืนของประเทศไทย

โครงการดังกล่าว สอดคล้องกับนโยบายของกรมเจ้าท่า กระทรวงคมนาคม ในการผลักดัน Smart Port, Green Transport และ Low-Carbon Logistics โดยมีเป้าหมายในการเพิ่มประสิทธิภาพการขนส่งสินค้า ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และส่งเสริมการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลและพลังงานสะอาดในระบบโลจิสติกส์ของประเทศ ด้วยลักษณะการดำเนินงานของท่าเรือป่าสัก ( Pa Sak) ที่มีเส้นทางขนส่งประจำ การเดินรถต่อเนื่อง ปริมาณการขนส่งสินค้าสูง และระยะทางขนส่งที่เหมาะสม จึงนับเป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพสำหรับการพัฒนาระบบโลจิสติกส์อัจฉริยะและการใช้งานรถบรรทุกไฟฟ้าในเชิงพาณิชย์ พร้อมทั้งเป็นต้นแบบสำหรับการขยายผลไปยังท่าเรือและศูนย์โลจิสติกส์อื่น ๆ ในอนาคต

แผนการพัฒนาโครงการ 3 ระยะ เพื่อให้การดำเนินโครงการเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและสอดคล้องกับความต้องการของตลาด EVAS ได้กำหนดแผนการพัฒนาโครงการเป็น 3 ระยะ โดยจะประเมินผลการดำเนินงานในแต่ละช่วงก่อนขยายการลงทุนและเพิ่มขนาดการดำเนินงานในระยะถัดไป
ระยะที่ 1 จะเริ่มนำรถบรรทุกไฟฟ้าเพื่อการพาณิชย์ประมาณ 30 คันเข้าปฏิบัติงาน พร้อมพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานสถานีชาร์จอัจฉริยะ และระบบบริหารจัดการกองยานดิจิทัล เพื่อสร้างมาตรฐานการดำเนินงานและทดสอบประสิทธิภาพของระบบโลจิสติกส์และระบบบริหารจัดการพลังงานภายใต้สภาพการใช้งานจริง
ระยะที่ 2 เมื่อผลการดำเนินงานเป็นไปตามเป้าหมาย จะขยายกองยานเป็นประมาณ 300 คัน พร้อมยกระดับโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน โดยพัฒนาสถานีชาร์จเพิ่มเติม ติดตั้งระบบบริหารจัดการพลังงาน หรือ Energy Management System: EMS ระบบกักเก็บพลังงาน หรือ Energy Storage System: ESS และระบบบริหารจัดการกองยานอัจฉริยะ เพื่อรองรับการดำเนินงานเชิงพาณิชย์ในวงกว้าง รวมถึงการให้บริการแก่ภาคอุตสาหกรรม ศูนย์โลจิสติกส์ และผู้ประกอบการขนส่ง
ในระยะที่ 3 โครงการมีเป้าหมายขยายการดำเนินงานสู่กองยานประมาณ 1,000 คัน โดยอาศัยประสบการณ์และข้อมูลจากการดำเนินงานในระยะก่อนหน้า เพื่อพัฒนารูปแบบการบริหารจัดการโลจิสติกส์ทางน้ำที่สามารถขยายผลและประยุกต์ใช้กับท่าเรือแม่น้ำ ท่าเรือทะเล นิคมอุตสาหกรรม และศูนย์กระจายสินค้าทั่วประเทศไทย

เมื่อโครงการดำเนินการครบทั้งสามระยะ คาดว่าจะสามารถรองรับการขนส่งสินค้าได้ประมาณ 60,000 ตันต่อวัน หรือมากกว่า 21 ล้านตันต่อปี ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับจำนวนวันปฏิบัติงานจริง ซึ่งจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถด้านโลจิสติกส์ ลดต้นทุนการขนส่ง และสนับสนุนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการขนส่งของประเทศไทยในระยะยาว

ความร่วมมือเชิงกลยุทธ์เพื่อพัฒนาระบบโลจิสติกส์อัจฉริยะ โครงการนี้เกิดขึ้นจากความร่วมมือของพันธมิตรจากหลายภาคส่วน โดยมีเป้าหมายร่วมกันในการยกระดับระบบโลจิสติกส์ทางน้ำของประเทศไทยให้มีประสิทธิภาพ ทันสมัย และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมโลจิสติกส์ในอนาคต

ในด้านโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน EVAS จะร่วมมือกับพันธมิตรด้านพลังงานในพื้นที่ท่าเรือ เพื่อร่วมกันวางแผน พัฒนา และดำเนินการโครงสร้างพื้นฐานสถานีชาร์จอัจฉริยะ พร้อมบูรณาการระบบบริหารจัดการพลังงาน หรือ Energy Management System: EMS ระบบกักเก็บพลังงาน หรือ Energy Storage System: ESS และรองรับการเชื่อมต่อกับแหล่งพลังงานหมุนเวียนในอนาคต เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน เสริมสร้างความมั่นคงของระบบไฟฟ้า และสนับสนุนการดำเนินงานของกองยานรถบรรทุกไฟฟ้าอย่างยั่งยืน

ในด้านยานยนต์ที่ใช้ในโครงการ EVAS จะเลือกใช้รถบรรทุกไฟฟ้าเพื่อการพาณิชย์จาก FOTON Motor และ CHENGLONG ร่วมกับ Geely Radar 100% EV PICKUP รถกระบะไฟฟ้า เพื่อรองรับทั้งงานขนส่งสินค้าหนักและงานสนับสนุนภายในท่าเรือ

รถบรรทุกไฟฟ้าจะใช้สำหรับการขนส่งสินค้าและงานโลจิสติกส์หลัก ส่วน Geely Radar 100% EV PICKUP จะใช้สำหรับการสนับสนุนงานภาคสนาม การตรวจตราและบริหารจัดการกองยาน การประสานงานอุปกรณ์และบุคลากร รวมถึงภารกิจที่ต้องการความคล่องตัวและการตอบสนองอย่างรวดเร็ว เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ความน่าเชื่อถือ และความคุ้มค่าของโครงการ

เพื่อรองรับการขยายกองยานในอนาคต EVAS ยังมีแผนดำเนินโครงการภายใต้โครงสร้าง Special Purpose Vehicle หรือ SPV ร่วมกับสถาบันการเงินและพันธมิตรด้านการเงิน เพื่อสนับสนุนการลงทุนระยะยาว เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารสินทรัพย์ และสร้างรูปแบบการดำเนินธุรกิจที่มีความมั่นคงและยั่งยืน

ผ่านความร่วมมือระหว่างผู้ให้บริการด้านเทคโนโลยีพลังงาน การเงิน และระบบโลจิสติกส์ EVAS มุ่งหวังสร้างระบบนิเวศด้านโลจิสติกส์อัจฉริยะที่สามารถต่อยอดและขยายผลได้ในระดับประเทศ รองรับการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบขนส่งคาร์บอนต่ำ และเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมโลจิสติกส์ไทยในระยะยาว

การขับเคลื่อนโลจิสติกส์อัจฉริยะและการพัฒนาอย่างยั่งยืนด้าน ESG นอกเหนือจากการยกระดับประสิทธิภาพด้านการขนส่งแล้ว โครงการนี้ยังมุ่งพัฒนาระบบบริหารจัดการกองยานดิจิทัลและแพลตฟอร์มการบริหารจัดการด้าน ESG หรือ Environmental, Social and Governance เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานด้านโลจิสติกส์ที่มีประสิทธิภาพ โปร่งใส และยั่งยืน

แพลตฟอร์มดังกล่าวจะประยุกต์ใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ Artificial Intelligence: AI และระบบวิเคราะห์ข้อมูลแบบเรียลไทม์ เพื่อติดตามข้อมูลการเดินรถ การใช้พลังงาน สถานะของแบตเตอรี่ ตลอดจนการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของกองยาน ช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถบริหารจัดการกองยานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดการใช้พลังงาน และเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานโดยรวม

จากการประเมินภายใต้สภาพการดำเนินงานของโครงการ เมื่อกองยานขยายสู่ประมาณ 1,000 คัน คาดว่าจะสามารถสร้างประโยชน์ด้านสิ่งแวดล้อมได้อย่างมีนัยสำคัญ ได้แก่ ลดการใช้น้ำมันดีเซลได้ประมาณ 30 ล้านลิตรต่อปี ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ หรือ CO₂ ได้ประมาณ 80,000 ตันต่อปี ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของกองยานโดยรวมได้ประมาณ 65–80% ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับแหล่งที่มาของพลังงานไฟฟ้าและสภาพการดำเนินงานจริง

นอกจากนี้ ระบบยังรองรับการจัดทำรายงานด้าน ESG การจัดทำบัญชีก๊าซเรือนกระจก หรือ Greenhouse Gas Inventory การบริหารจัดการคาร์บอนฟุตพริ้นท์ หรือ Carbon Footprint รวมถึงการพัฒนาระบบบริหารจัดการสินทรัพย์คาร์บอน หรือ Carbon Asset Management ในอนาคต ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างศักยภาพขององค์กรด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืน และเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนและเครื่องมือทางการเงินสีเขียว หรือ Green Finance ตามแนวโน้มการลงทุนของตลาดโลก

นายเฉิน เจี้ยนหลง หรือ Chien-Lung Chen กรรมการผู้จัดการ บริษัท EV Auto System Co., Ltd. (EVAS) กล่าวว่า “โครงการ Pa Sak River Port Smart River Logistics Project ถือเป็นก้าวสำคัญของ EVAS ในการพัฒนาโซลูชันโลจิสติกส์อัจฉริยะสำหรับประเทศไทย เราเชื่อว่าการขนส่งสินค้าทางน้ำเป็นหนึ่งในรูปแบบการขนส่งที่เหมาะสมอย่างยิ่งสำหรับการประยุกต์ใช้รถบรรทุกไฟฟ้าเพื่อการพาณิชย์ เนื่องจากมีเส้นทางการเดินรถที่ชัดเจน ความถี่ในการขนส่งสูง และสามารถบริหารจัดการด้านพลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ”

“เป้าหมายของโครงการนี้ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการนำรถบรรทุกไฟฟ้ามาใช้งานเท่านั้น แต่ยังมุ่งสร้างระบบโลจิสติกส์อัจฉริยะที่เชื่อมโยงการบริหารจัดการกองยาน ระบบพลังงาน เทคโนโลยีดิจิทัล และแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืนเข้าด้วยกัน เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถลดต้นทุนการ ดำเนินงาน เพิ่มประสิทธิภาพการขนส่ง และยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคโลจิสติกส์ไทยในระยะยาว”

นายเฉินกล่าวว่า EVAS จะเดินหน้าสร้างความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐ ผู้ประกอบการด้านโลจิสติกส์ พันธมิตรด้านพลังงาน สถาบันการเงิน และผู้ผลิตยานยนต์อย่างต่อเนื่อง เพื่อร่วมกันผลักดันการพัฒนาระบบโลจิสติกส์อัจฉริยะที่สามารถขยายผลได้ในเชิงพาณิชย์ และสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านของประเทศไทยสู่ระบบขนส่งที่มีประสิทธิภาพ เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนของประเทศ

ทิศทางในอนาคต EVAS จะใช้โครงการ Pa Sak River Port Smart River Logistics Project เป็นต้นแบบในการพัฒนาระบบโลจิสติกส์อัจฉริยะของประเทศไทย และต่อยอดการประยุกต์ใช้ไปยังท่าเรือแม่น้ำ ท่าเรือทะเล นิคมอุตสาหกรรม ศูนย์กระจายสินค้า และเครือข่ายโลจิสติกส์ในพื้นที่สำคัญทั่วประเทศ

ในอนาคต EVAS จะเดินหน้าบูรณาการเทคโนโลยีรถยนต์เพื่อการพาณิชย์พลังงานไฟฟ้า ระบบพลังงานอัจฉริยะ การบริหารจัดการกองยานด้วยปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI เทคโนโลยีดิจิทัล และการบริหารจัดการด้าน ESG เข้าสู่แพลตฟอร์มเดียว เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน ลดต้นทุนด้านโลจิสติกส์ ยกระดับการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ และสนับสนุนการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างเป็นรูปธรรม

EVAS เชื่อว่าขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมโลจิสติกส์ในอนาคต จะไม่ได้ขึ้นอยู่กับการใช้รถยนต์ไฟฟ้าเพียงอย่างเดียว แต่จะเกิดจากการบูรณาการระบบโลจิสติกส์ ระบบพลังงาน เทคโนโลยีดิจิทัล บริการทางการเงิน และการบริหารจัดการด้าน ESG เข้าด้วยกันอย่างครบวงจร เพื่อสร้างระบบโลจิสติกส์ที่มีประสิทธิภาพ ยืดหยุ่น และยั่งยืน

EVAS พร้อมเดินหน้าร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และพันธมิตรทางธุรกิจ เพื่อสนับสนุนการพัฒนาระบบขนส่งและโลจิสติกส์ของประเทศไทยให้ก้าวสู่มาตรฐานสากล และร่วมขับเคลื่อนเป้าหมายการพัฒนาประเทศสู่เศรษฐกิจสีเขียวและสังคมคาร์บอนต่ำ

เกี่ยวกับ EV Auto System Co., Ltd. (EVAS) EV Auto System Co., Ltd. (EVAS) เป็นบริษัทด้านเทคโนโลยีและโซลูชันการขนส่งอัจฉริยะ ที่มุ่งเน้นการพัฒนารถยนต์เพื่อการพาณิชย์พลังงานไฟฟ้า ระบบโลจิสติกส์อัจฉริยะ ระบบบริหารจัดการพลังงาน และแพลตฟอร์มการขนส่งดิจิทัลแบบครบวงจร

บริษัทนำเสนอโซลูชันที่ครอบคลุมการบริหารจัดการกองยาน โครงสร้างพื้นฐานด้านการชาร์จ ระบบบริหารจัดการพลังงาน บริการทางการเงิน และการบริหารจัดการด้าน ESG เพื่อช่วยให้องค์กรและผู้ประกอบการยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงาน ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และเร่งการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบโลจิสติกส์อัจฉริยะที่มีความยั่งยืน

EVAS มุ่งมั่นพัฒนาแพลตฟอร์มที่เชื่อมโยง Mobility, Logistics, Energy และ Digital Technology เข้าด้วยกัน เพื่อสร้างระบบนิเวศด้านการขนส่งแห่งอนาคต และสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมโลจิสติกส์ของประเทศไทยและภูมิภาคอาเซียนอย่างยั่งยืน.

หนังสือพิมพ์ OPT NEWS ONLINE
วันที่ 1-15 กรกฎาคม 2569
อปท.นิวส์เชิญเป็นแขก ดูทั้งหมด
30 มิ.ย. 2569
อปท.นิวส์เชิญเป็นแขก 479 การคอร์รัปชั่น นับเป็นปัญหาของประเทศไทยที่รื้อรังมานาน ยิ่งล่าสุด Transparency International ประกาศผลดัชนีภาพลักษณ์การคอร์รัปชัน (Corruption Perceptions Index: CPI) ประจำปี 2568 ออกมาเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2569 พบว่า ประเทศไทยทำค...