วันที่ 2 กรกฎาคม 2569 ที่ ห้องประชุมสระโบราณ โรงพยาบาลสุรินทร์ นายจำเริญ แหวนเพ็ชร ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ พร้อมด้วย นายแพทย์ชวมัย สืบนุการณ์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสุรินทร์ ตลอดจนคณะผู้บริหาร แพทย์ พยาบาล และบุคลากรสาธารณสุข ได้ร่วมต้อนรับ คณะแพทย์ผู้ทรงคุณวุฒิ ที่เข้าร่วมโครงการ ประชุมวิชาการ เชิงปฏิบัติการพัฒนาศักยภาพงานส่องกล้องทางเดินอาหารเครือข่ายทวีเอฟซี ครั้งที่ 12 โดยมี รองศาสตราจารย์ นายแพทย์หม่อมหลวงทยา กิติยากร นายกสมาคมแพทย์ทางเดินอาหารไทย แพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง ด้านอายุรศาสตร์โรคระบบทางเดินอาหารและตับ จากคณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี และ นายแพทย์ทวี รัตนชูเอก นายแพทย์ทรงคุณวุฒิ ที่ปรึกษาศูนย์ส่องกล้องทางเดินอาหารราชวิถี โรงพยาบาลราชวิถี กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข พร้องทั้งรับหน้าที่เป็นวิทยากรบรรยายพิเศษ เพื่อแบ่งปันความรู้อันลึกซึ้ง แนวทางปฏิบัติที่ได้ผลดีเยี่ยม และประสบการณ์ตรงจากการปฏิบัติงานจริง อันเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อการยกระดับมาตรฐานงานบริการการรักษา ให้มีประสิทธิภาพ แม่นยำ และเกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชนผู้มาใช้บริการ

ทั้งนีัการจัดงานในครั้งนี้ ได้รับความสนใจอย่างสูงยิ่ง ด้วยการเข้าร่วมของคณะแพทย์ผู้เชี่ยวชาญระดับสากล จากสาขาอายุรศาสตร์โรคทางเดินอาหารและตับ มาจากหลายประเทศ ได้แก่ มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ ไต้หวัน เวียดนาม และประเทศปากีสถาน ร่วมถึงคณาจารย์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญจากสถาบันและโรงพยาบาลชื่อดังทั่วประเทศไทย ทำให้บรรยากาศเต็มไปด้วยการแลกเปลี่ยนมุมมองอันกว้างขวาง มีผู้เข้าร่วมประชุม กว่า 300 คน ทั้งแพทย์ พยาบาล และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ที่เดินทางมาด้วยเจตนามุ่งมั่นเพื่อเรียนรู้และพัฒนาตนเอง
นพ.ทวี รัตนชูเอก กล่าวว่า โครงการดังกล่าว มีจุดมุ่งหมายที่ชัดเจน และลึกซึ้ง เพราะการประชุมวิชาการในครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ทางด้านทฤษฎี แต่ยังคงเป็นการถ่ายทอดองค์ความรู้ทางวิชาการ และแนวปฏิบัติที่เป็นมาตรฐาน อีกทั้งยังเป็นสะพานเชื่อมต่อความรู้ระหว่างผู้เชี่ยวชาญและผู้ปฏิบัติ เพื่อให้แน่ใจว่าความก้าวหน้าใหม่ๆ ทางการแพทย์ จะไหลเวียนไปสู่การปฏิบัติได้จริง ยิ่งไปกว่านั้น ยังเป็นโอกาสอันดี ที่เปิดโอกาสให้บุคลากรได้เรียนรู้เทคนิคที่ทันสมัย และละเอียดอ่อน ครอบคลุมทุกขั้นตอน ตั้งแต่การตรวจวินิจฉัย การรักษา ตลอดจนถึงการจัดการภาวะแทรกซ้อน ที่อาจจะเกิดขึ้น โดยมีการนำเสนอและสาธิตหัตถการ จากสถานการณ์จริง ทำให้การเรียนรู้มีความชัดเจน จับต้องได้ และฝังลึกยิ่งขึ้น
ความรู้ ทักษะ และประสบการณ์ที่ได้รับจากการประชุมครั้งนี้ จะทำหน้าที่เสมือนเครื่องมืออันทรงคุณค่า ที่ช่วยให้ผู้ปฏิบัติงานสามารถนำไปประยุกต์ใช้ดูแลผู้ป่วยได้อย่างถูกต้อง มีประสิทธิภาพ และมีความปลอดภัยสูงสุด ซึ่งจะส่งผลต่อเนื่องไปยังการยกระดับมาตรฐานการศึกษา การฝึกอบรม และระบบการรักษาพยาบาลในสาขานี้ และที่สำคัญที่สุด คือการขยายโอกาสให้ผู้ป่วยและประชาชนทั่วประเทศ ได้เข้าถึงบริการทางการแพทย์ที่มีคุณภาพ ทันสมัย และมีมาตรฐานเดียวกันอย่างกว้างขวางยิ่งขึ้นในอนาคต
รัชตา บุตรงาม ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จ.สุรินทร์