สํานักงานคณะกรรมการกํากับกิจการพลังงาน (สํานักงาน กกพ.) เปิดรับฟังความคิดเห็นโครงสร้างค่าไฟฟ้าบ้านอยู่อาศัยแบบอัตราก้าวหน้า ระหว่างวันที่ 22 พฤษภาคม - 5 มิถุนายน 2569 กำหนดให้การใช้ไฟฟ้า 200 หน่วยแรก มีอัตราค่าไฟฟ้าไม่เกิน 3 บาทต่อหน่วย และกําหนดอัตราค่า ไฟฟ้าสําหรับการใช้ไฟฟ้าที่มากกว่า 200 หน่วยขึ้นไป ในลักษณะอัตราก้าวหน้า
นายพูลพัฒน์ ลีสมบัติไพบูลย์ เลขาธิการสํานักงาน กกพ. ในฐานะโฆษกคณะกรรมการกํากับ (กกพ.) เปิดเผยว่า สํานักงานคณะกรรมการกํากับกิจการพลังงาน (สํานักงาน กกพ.) ได้เปิดรับฟังความคิดเห็นต่อข้อเสนอ การปรับปรุงอัตราค่าไฟฟ้าประเภทบ้านอยู่อาศัยแบบอัตราก้าวหน้า (Progressive rate) ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 28 เมษายน 2569 และมติคณะกรรมการนโยบายพลังานแห่งชาติ (กพช.) เมื่อวันที่ 29 เมษายน 2569 ซึ่งกําหนดให้การใช้ไฟฟ้า 200 หน่วยแรก มีอัตราค่าไฟฟ้าไม่เกิน 3 บาทต่อหน่วย และกําหนดอัตราค่า ไฟฟ้าสําหรับการใช้ไฟฟ้าที่มากกว่า 200 หน่วยขึ้นไป ในลักษณะอัตราก้าวหน้า เพื่อสะท้อนต้นทุนและส่งเสริมการใช้ไฟ่าอย่างประหยัดและมีประสิทธิภาพ
โดยสํานักงาน กกพ. จะเปิดรับฟังความคิดเห็น ระหว่างวันที่ 22 พฤษภาคม - 5 มิถุนายน 2569 ผ่านเว็บไซต์สํานักงาน กกพ. ที่ www.erc.or.th
ทั้งนี้สํานักงาน กกพ. ได้ร่วมกับการไฟฟ้าฝ่ายจําหน่าย กิจการพลงงาน ได้แก่ การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) จัดทําข้อเสนอการปรับโครงสร้างอัตราค่าไฟฟ้าประเภทบ้านอยู่อาศัยแบบอัตราก้าวหน้า ภายใต้กรอบนโยบายของภาครัฐ และตามพระราชบัญญิติ การประกอบกิจการพลังงาน พ.ศ. 2550
การพิจารณาข้อเสนอในครั้งนี้ดําเนินการภายใต้หลักเกณฑ์ตามมาตรา 65-70 แห่งพระราชบัญญัติการประกอบกิจการพลังงาน พ.ศ. 2550 ซึ่งกำหนดให้การกำกับดูแลอัตราค่าไฟฟ้าต้องคำนึงถึงต้นทุน ที่เหมาะสม ความเป็นธรรมต่อผู้ใช้ไฟฟ้าและผู้รับใบอนุญาตความโปร่งใส การเปิดเผยขอมูล และการไม่เลือก ปฏิบัติ โดยผู้รับใบอนุญาตจําหน่ายไฟฟ้าจะเป็นผู้เสนออัตราค่าไฟฟ้าเพื่อให้ กกพ. พิจารณา พร้อมเปิดรับฟังความคิดเห็นจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียก่อนดําเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย
สำหรับข้อเสนอที่นำมารับฟังความคิดเห็นในครั้งนี้ การไฟฟ้าฝ่ายจําหน่ายได้จัดทํากรณีศึกษา จ๋านวน 4 กรณี โดยทุกกรณียังคงหลักการดูแลค่าไฟฟ้าสําหรับการใช้ไฟฟ้า 200 หน่วยแรก ไม่เกิน 3 บาทต่อหน่วย ตามมติ กพช. ผ่านการปรับโครงสร้างอัตราค่าไฟฟ้าแบบอัตราก้าวหน้า (Progressive rate) ในส่วนของ ค่าพลังงานไฟฟ้า เพื่อให้สอดคล้องกับแนวนโยบายที่กําหนด และส่งเสริมการใช้ไฟฟ้าอย่างมีประสิทธิภาพ โดยผู้ใช้ไฟฟ้าที่มีการใช้ไฟฟ้าในระดับสูงขึ้น จะมีอัตราค่าไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นตามระดับการใช้ไฟฟ้า ทั้งนี้ไม่รวมค่าบริการรายเดือน ค่าไฟฟ้าผันแปร (ค่าเอฟที) และภาษีมูลค่าเพิ่ม
ทั้ง 4 กรณีศึกษา กําหนดอัตราค่าพลังงานไฟฟ้าที่แตกต่างกันในแต่ละช่วงการใช้ไฟฟ้า (Block) โดยกรณีศึกษาที่ 1 และ 2 จะกําหนดอัตราค่าไฟฟ้าสําหรับผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทบ้านอยู่อาศัยที่ใช้ไฟฟ้าตั้งแต่ 400 หน่วยต่อเดือนขึ้นไป สูงกว่าระดับปัจจุบัน ขณะที่กรณีศึกษาที่ 3 และ 4 จะกําหนดอัตราค่าไฟฟ้าสําหรับผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทบ้านอยู่อาศัยที่ใช้ไฟฟ้าตังแต่ 200 หน่วยต่อเดือนขึ้นไป สูงกว่าระดับปัจจุบัน
นายพูลพัฒน์ กล่าวว่า แนวทางดังกล่าวเป็นการปรับโครงสร้างอัตราค่าไฟฟ้าให้สอดคล้องกับนโยบายภาครัฐ โดยยังคงหลักการสะท้อนต้นทุนที่เหมาะสม และคํานึงถึงผลกระทบต่อผู้ใช้ไฟฟ้าแต่ละกลุ่ม รวมถึงเสถียรภาพของระบบไฟฟ้าในระยะยาว
โดยความคิดเห็นและข้อเสนอแนะที่ได้รับจากการรับฟังความคิดเห็นในครั้งนี้ จะถูกนํามารวบรวม วิเคราะห์ และใช้ประกอบการพิจารณาของ กกพ. ก่อนดําเนินการตามขันตอนทีกฎหมายกําหนดต่อไป