“สุภานันท์ ปัญญาทิพย์” สส.เชียงใหม่ เขต 6 พรรคกล้าธรรม วิจารณ์รัฐบาลอย่างหนัก หลังคณะรัฐมนตรีมีมติไม่ส่งร่างพระราชบัญญัติลำไยกลับเข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภา ส่งผลให้ความพยายามผลักดันกฎหมายมายาวนานกว่า 5 ปีต้องสูญเปล่า พร้อมตั้งคำถามถึงบรรทัดฐานในการตัดสินใจที่กระทบเกษตรกรชาวสวนลำไยทั่วประเทศกว่า 250,000 ครัวเรือน
เมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม 2569 น.ส.สุภานันท์ เปิดเผยว่า ตนได้อภิปรายในที่ประชุมร่วมรัฐสภา เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคมที่ผ่านมา เพื่อสะท้อนความเดือดร้อนของเกษตรกรชาวสวนลำไย หลังรัฐบาลไม่ยืนยันร่าง พ.ร.บ.ลำไย ภายในกรอบเวลา 60 วัน ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 147 ส่งผลให้ร่างกฎหมายดังกล่าวตกไปโดยปริยาย
สส.เชียงใหม่ ระบุว่า การปัดตกร่างกฎหมายครั้งนี้ ไม่ใช่เพียงการยุติกระบวนการทางกฎหมาย แต่เท่ากับเป็นการทำลายความหวังของเกษตรกรบนพื้นที่ปลูกลำไยกว่า 170,000 ไร่ ใน 33 จังหวัดทั่วประเทศ โดยเฉพาะ 17 จังหวัดภาคเหนือที่ต้องเผชิญปัญหาทางเศรษฐกิจอย่างหนัก
น.ส.สุภานันท์ ยังสะท้อนถึงปัญหาซ้ำซ้อนที่เกษตรกรกำลังเผชิญ ทั้งต้นทุนการผลิตที่เพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะราคาปุ๋ยและวัตถุดิบจากผลกระทบสงครามในตะวันออกกลาง ขณะที่ราคาลำไยกลับตกต่ำจากภาวะผลผลิตล้นตลาด และขาดกลไกบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพจากภาครัฐ
เธอกล่าวว่า เมื่อไม่มีมาตรการรองรับหรือกลไกแทรกแซงที่ชัดเจน เกษตรกรจึงต้องรับภาระความเสี่ยงและหนี้สินเพียงลำพัง จนหลายครัวเรือนเผชิญภาวะหนี้ท่วมและขาดความมั่นคงทางอาชีพ
ในช่วงท้าย น.ส.สุภานันท์ ตั้งคำถามไปยังรัฐบาลว่า เหตุใดจึงตัดสินใจไม่ต่ออายุร่างกฎหมายฉบับนี้ ทั้งที่ พ.ร.บ.ลำไย ถือเป็นแนวทางสำคัญในการยกระดับการบริหารจัดการผลผลิต การแปรรูป การส่งออก และการสร้างเสถียรภาพด้านราคา เพื่อให้เกษตรกรสามารถอยู่รอดได้อย่างยั่งยืน พร้อมย้ำว่า หากเศรษฐกิจฐานรากเข้มแข็ง ประเทศก็จะเข้มแข็งตามไปด้วย
ประสิทธิ์ สองเมืองแก่น จังหวัดน่าน รายงาน