เมื่อเวลา 12.30 น. ของวันที่ 12 พฤษภาคม 2569
นายอำนาจ เจริญศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร พร้อมด้วย นายอุดม ไกรวัตนนุสรณ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรสาคร นายกเทศมนตรีนครสมุทรสาคร โยธาธิการและผังเมืองจังหวัดสมุทรสาคร รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ติดตามการดำเนินงานจัดเก็บผักตบชวาที่สะสมหนาแน่นในแม่น้ำท่าจีน บริเวณริมเขื่อนศาลเจ้าพ่อหลักเมืองสมุทรสาคร และท่าเรือข้ามฟากมหาชัย–ท่าฉลอม อำเภอเมืองสมุทรสาคร
เนื่องจากในช่วงนี้มีผักตบชวาจำนวนมากไหลสะสมมาจากพื้นที่ตอนบน ส่งผลกระทบต่อการสัญจรทางน้ำ ทั้งเรือโดยสาร เรือประมงพื้นบ้าน และประชาชนที่ใช้บริการเรือข้ามฟากมหาชัย–ท่าฉลอม โดยเฉพาะบริเวณท่าเรือที่มีผักตบชวาอัดแน่น ทำให้การเทียบเรือเป็นไปด้วยความยากลำบาก ใช้เวลานานในแต่ละเที่ยว และอาจกระทบต่อความปลอดภัยในการเดินเรือ

โดยองค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรสาคร ได้นำเรือแมคโครขนาดใหญ่ 1 ลำ เรือดันน้ำ 1 ลำ และรถบรรทุก 4 คัน เข้าดำเนินการเร่งจัดเก็บผักตบชวาบริเวณริมเขื่อนศาลเจ้าพ่อหลักเมืองสมุทรสาคร ซึ่งเป็นจุดปลายน้ำ เพื่อเปิดทางสัญจรทางน้ำและบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน โดยในวันนี้สามารถจัดเก็บผักตบชวาได้ประมาณ 500 คิว ก่อนนำไปฝังกลบ บริเวณค่ายลูกเสือสมุทรสาครหลังตลาดกุ้ง ทั้งนี้ อบจ.สมุทรสาคร จะดำเนินการเก็บผักตบชวาอย่างต่อเนื่องจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย
ด้านผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร ยังได้สั่งการให้สำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดสมุทรสาคร นำเครื่องจักรเข้าดำเนินการกำจัดผักตบชวาบริเวณสะพานข้ามแม่น้ำท่าจีน 2 หรือสะพานอ่างทอง อำเภอกระทุ่มแบน เพื่อชะลอการไหลสะสมของผักตบชวาลงสู่พื้นที่ปลายน้ำบริเวณท่าเรือมหาชัย–ท่าฉลอม พร้อมกำชับทุกหน่วยงานบูรณาการความร่วมมือในการกำจัดผักตบชวาอย่างต่อเนื่อง เพื่อรักษาความสะอาดของแม่น้ำท่าจีน ลดปัญหาการกีดขวางทางน้ำ และสร้างความปลอดภัยให้แก่ประชาชนผู้ใช้เส้นทางสัญจรทางน้ำ
ทั้งนี้ แม่น้ำท่าจีนถือเป็นเส้นทางคมนาคมและเส้นทางเศรษฐกิจสำคัญของจังหวัดสมุทรสาคร การเร่งแก้ไขปัญหาผักตบชวาที่สะสมหนาแน่น จึงเป็นอีกหนึ่งภารกิจสำคัญในการดูแลความปลอดภัยและคุณภาพชีวิตของประชาชน ควบคู่กับการรักษาสภาพแวดล้อมของลำน้ำให้สะอาดอย่างยั่งยืนต่อไป…..//