นายเอกวรัญญู อัมระปาล โฆษกของกรุงเทพมหานคร เปิดเผยถึงกระบวนการพิจารณารายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ของกรุงเทพมหานคร ว่า EIA เป็นกระบวนการสำคัญตามกฎหมาย ที่ใช้ประเมินผลกระทบของโครงการพัฒนาต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชน ก่อนการอนุมัติดำเนินโครงการ เพื่อป้องกันผลกระทบในระยะยาว
โดยกรุงเทพมหานครได้รับถ่ายโอนภารกิจในขั้นตอน “การพิจารณารายงาน” สำหรับโครงการด้านอาคาร ที่อยู่อาศัย และบริการชุมชน ตั้งแต่ปี 2559 ที่ผ่านมา กระบวนการ EIA เผชิญความท้าทาย ทั้งความล่าช้า ความไม่สม่ำเสมอของดุลพินิจ และข้อร้องเรียนที่นำไปสู่คดีความ ทำให้ กทม. เร่งพัฒนาระบบอย่างจริงจัง โดยเฉพาะหลังการรับฟังความคิดเห็นในปี 2567
ลดกระดาษกว่า 90%-เร็วขึ้น-เห็นผลชัด
ในปี 2569 หนึ่งในความเปลี่ยนแปลงสำคัญ คือการลดการใช้เอกสาร จากเดิมโครงการหนึ่งต้องใช้ถึง 15 ชุด ชุดละ 15 กิโลกรัม น้ำหนักรวมกว่า 200 กิโลกรัม ปัจจุบันเหลือเพียง 1 ชุด ควบคู่ไฟล์ดิจิทัล ลดการใช้กระดาษมากกว่า 90% ช่วยลดต้นทุนและเพิ่มความคล่องตัวในการพิจารณา พร้อมกันนี้ ยังได้พัฒนา Checklist มาตรฐานโดยผู้เชี่ยวชาญ เพื่อให้การพิจารณามีแนวทางเดียวกัน ลดความคลาดเคลื่อนของดุลพินิจ
เดินหน้าตามแผน 5 ปี เร่งสู่ AI เต็มรูปแบบ
กรุงเทพมหานครได้กำหนดแผนพัฒนา EIA แบบเร่งรัด (Acceleration Plan) จากเดิม 8 ปี เหลือประมาณ 5 ปี โดยมีพัฒนาการในแต่ละปี ดังนี้
ปี 2567 : ตั้งต้น-รับฟัง-กำหนดทิศทาง
วางรากฐานการพัฒนา จัดสัมมนารับฟังปัญหา กำหนดเป้าหมาย “EIA โปร่งใส มืออาชีพ ตรวจสอบได้”
ปี 2568 : เริ่มปรับระบบ-ลดขั้นตอน
ลดความซ้ำซ้อน ปรับจากระบบเอกสารสู่ดิจิทัล เริ่มเห็นผลด้านความรวดเร็ว
ปี 2569 : เห็นผลจริง-เปิดใช้ AI
ลดกระดาษกว่า 90% ใช้ Checklist มาตรฐาน และเริ่มใช้ AI เป็นผู้ช่วยเจ้าหน้าที่ พร้อมเปิดเวทีเสวนา 8 พฤษภาคม
ปี 2570 : ทดลองใช้จริง-ขยายสู่ภาคเอกชน
นำ AI ใช้ในกระบวนการจริงทั้งระบบภาครัฐ ทดลองกับโครงการนำร่อง และเริ่มเปิดข้อมูลบางส่วนให้ประชาชนเข้าถึง
ปี 2571 : ระบบสมบูรณ์-เปิดข้อมูลสาธารณะ พัฒนาเต็มรูปแบบสู่ Digital EIA และ AI พร้อมเปิดข้อมูล (Open Data) และขยายสู่การติดตามโครงการหลังอนุมัติโดยในระยะต่อไป กทม. เตรียมเปิดเผยข้อมูลโครงการ EIA ให้ประชาชนสามารถเข้าถึงได้มากขึ้น ภายใต้กรอบกฎหมายและการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พร้อมขยายบทบาทสู่การกำกับติดตามโครงการ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน
“เป้าหมายของเรา คือทำให้ EIA เป็นระบบที่โปร่งใส รวดเร็ว และเป็นธรรม ลดการใช้ดุลพินิจ และสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนและผู้ประกอบการ พร้อมก้าวสู่การเป็นต้นแบบ EIA ดิจิทัลของภูมิภาค” โฆษก กทม. กล่าว