กาญจนบุรี – โผล่อีกอุปกรณ์โกโบริ สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ทางรถไฟสายมรณะบ้านนิเถะ ชาวบ้านออกหาปลา เจออุปกรณ์ทางการแพทย์ ลูกกระสุนปืนต่อสู้อากาศยาน โผล่บนกองทรายแม่น้ำรันตี สังขละบุรี
เมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าได้ลงพื้นที่ บ้านรันตี อำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี อดีตสถานีรถไฟสงครามโลกครั้งที่ 2 สถานีบ้านนิเถะ ได้มีชาวบ้านออกหาปลาตามวิถีท้องถิ่น ไปพบอุปกรณ์ทางการแพทย์ปรอท (ทิ๋ว) และอาวุธสงครามในอดีต บริเวณโรงซ่อมเครื่องจักรรถไฟ ห่างประมาณ 200 ทางทิศเหนือ โผ่ลขึ้นอยู่บนกองทรายข้างแม่น้ำรันตี
พบอุปกรณ์ทางการแพทย์ จำนวน6 ปรอทที่ยังอยู่ในสภาพสมบูรณ์ในส่วนแตกหักเสียหายอีกไม่ต่ำกว่า 100 ปรอท ปรอทแก้วด้านในมีน้ำสีเหลืองเข้มสามารถให้ตัวได้ ความยาวของปรอทแก้ว 15 เซ็นต์ปิดซีนสนิทอย่างดี ปัจจุบันถือว่าเป็นอุปกรณ์ทางการแพทย์ เรียกว่าปรอท (ทิ๋ว) หลังจากเจาะเลือดเสร็จจะนำมาใส่ปรอทแก้วเพื่อนำไปตรวจหาเชื้อโรค การรักษาที่แม่นยำ ใกล้กันพบปลอกกระสุน1 ปลอก ในอดีต ปลอกกระสุนที่เห็นคือหลักฐานการมีอยู่ของ ปืนใหญ่อัตโนมัติ Type 98 ขนาด 20 มม. ซึ่งเป็นอาวุธต่อสู้อากาศยานที่กองทัพบกจักรพรรดิญี่ปุ่นภาคภูมิใจ ปืนชนิดนี้ถูกออกแบบมาให้มีความคล่องตัวสูง สามารถถอดประกอบลากจูงผ่านภูมิประเทศที่ยากลำบากอย่างป่าดิบชื้นในไทยและพม่าได้
บ้านนิเถะ เป็นจุดยุทธศาสตร์ที่ถูกเพ่งเล็ง ห่างจากสถานีคอนคูตะไม่มากนัก ไม่ได้เป็นเพียงจุดแวะพัก แต่เป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางที่ต้องลำเลียงเสบียงและกำลังพลมุ่งหน้าสู่แนวหน้าในพม่า ในช่วงปี ค.ศ. 1944-1945 เมื่อฝ่ายสัมพันธมิตรเริ่มครองความได้เปรียบทางอากาศ เครื่องบินทิ้งระเบิด B-24 Liberator และ B-25 Mitchell มักจะบินเลาะลำน้ำและแนวป่าเพื่อทำลายสะพานและหัวรถจักร
การพบปลอกกระสุน 20 มม. ที่นี่ จึงสะท้อนให้เห็นว่า นิเถะเคยเป็นจุดติดตั้งปืนต่อสู้อากาศยาน เพื่อดักซุ่มยิงเครื่องบินที่บินระดับต่ำ หมายจะเด็ดปีก มัจจุราชจากฟากฟ้า ที่คอยจ้องจะตัดสายเลือดใหญ่ของกองทัพญี่ปุ่นนั่นเอง หากสังเกตที่จานท้ายปลอกกระสุน มันบอกเราว่ากระสุนนัดนี้เดินทางข้ามน้ำข้ามทะเลมาจากเกาะญี่ปุ่น ผ่านการขนส่งที่ยากลำบาก เพื่อมาถูกบรรจุและลั่นไกในป่าลึกของเมืองไทย
ความเชื่อมโยงที่มากกว่าแค่การรบปลอกกระสุนที่ถูกทิ้งไว้จนกลายเป็นสีสนิมนี้ คือพยานวัตถุที่เชื่อมโยงเราเข้ากับความโหดร้ายและความพยายามอย่างยิ่งในสงคราม มันยืนยันว่าพื้นที่ตรงหน้าคุณไม่ใช่แค่ป่าธรรมดา แต่เคยเป็นสมรภูมิที่เต็มไปด้วยเสียงปืน เสียงเครื่องบิน และหยาดเหงื่อของทั้งทหารและเชลยศึก
ปลอกกระสุนขนาด 20 มม. ของญี่ปุ่นในสมัยนั้น มีทั้งชนิด หัวระเบิด (HE) และ หัวเจาะเกราะ (AP) การที่พบปลอกในสภาพค่อนข้างสมบูรณ์เช่นนี้ แสดงให้เห็นถึงคุณภาพของโลหะผสม ที่ญี่ปุ่นใช้ในช่วงกลางสงคราม ซึ่งยังคงทนทานต่อสภาพความชื้นในดินของสังขละบุรี มาได้นานกว่า 80 ปี
ข่าวภูมิภาคกาญจนบุรี / ปรีชา ไหลวารินทร์ รายงาน