“วราวุธ” กางโรดแมป ONE MIND ดัน กนอ. สู่ศูนย์กลางอุตสาหกรรมอัจฉริยะ ด้าน กนอ. วางเป้าสานต่องาน EEC- พัฒนา Smart Port มาบตาพุด มุ่งหวังเปลี่ยนนิคมอุตสาหกรรมสู่ Low Carbon City

นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เป็นประธานการประชุมมอบนโยบายเชิงรุกแก่คณะกรรมการและผู้บริหารระดับสูงของการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(กนอ.) โดยมีนายณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม นายยุทธศักดิ์ สุภสร ประธานกรรมการ กนอ.
นายสุเมธ ตั้งประเสริฐ ผู้ว่าการ กนอ. ผู้บริหาร เจ้าหน้าที่ เข้าร่วมรับฟัง เพื่อร่วมกันทิศทางการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไทยในปี 2569 ที่มุ่งเน้นการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลและความยั่งยืนในระดับสากล
นายวราวุธ เปิดเผยว่า ยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนกนอ. ภายใต้นโยบาย ONE MIND อุตสาหกรรมหนึ่งเดียว ผ่าน 4 เสาหลักสำคัญ เพื่อยกระดับนิคมอุตสาหกรรมทั่วประเทศ ให้เป็นจุดหมายปลายทางหลักของนักลงทุน
ทั่วโลก ประกอบด้วย
เสาหลักที่ 1. Policy Driven & World Bank Partnership ด้วยการผนึกธนาคารโลก (World Bank)
นำมาตรฐาน Green Finance มาเป็นกลไกสนับสนุนงบประมาณดอกเบี้ยต่ำให้แก่ SMEs ในโครงการ Low Carbon Cities เพื่อปรับเปลี่ยนกระบวนการผลิตสู่เทคโนโลยีสะอาด รองรับอุตฯ Semiconductor และ AI
เสาหลักที่ 2. Personal Vision (Carbon Credit & Net Zero) จัดตั้งตลาดซื้อขายคาร์บอนเครดิตใน
นิคมอุตสาหกรรม ที่ได้มาตรฐานสากล รองรับระบบ ETS และรับมือมาตรการ CBAM เพื่อบริหารจัดการต้นทุนคาร์บอนอย่างมีประสิทธิภาพ
เสาหลักที่ 3. Law Reform (ปลดล็อกขีดความสามารถการแข่งขัน) ปฏิรูปข้อบังคับและกฎหมายให้
นำระบบดิจิทัลและการรับรองตนเอง (Self-Certify) มาใช้ โดยตั้งเป้าหมายลดระยะเวลาอนุมัติอนุญาตตั้งโรงงานให้จบภายใน 1 เดือน
เสาหลักที่ 4. People Engagement & Environmental Surveillance ยกระดับการเฝ้าระวังมลพิษ
ทางน้ำขั้นสูงสุด ผ่านระบบตรวจวัดออนไลน์ (BOD/COD Online) หรือ “ตาอัจฉริยะ” ตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมบูรณาการข้อมูลร่วมกับกรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.) เพื่อป้องกันการลักลอบปล่อยน้ำเสียสู่ชุมชนอย่างเด็ดขาด
นายวราวุธ กล่าวว่า ท่ามกลางกระแสการเปลี่ยนแปลงของโลก ซึ่งประเทศไทยกำลังเผชิญกับความ
ท้าทาย ผ่านร่างพระราชบัญญัติการเปลี่ยนแปลงสภาพพูมิอากาศ ที่กำหนดให้การรายงานก๊าซเรือนกระจกเป็นภาคบังคับ โอกาสใหม่ๆ เหล่านี้คือความท้าทายและความยั่งยืนจึงได้กลายเป็นโจทย์สำคัญของภาคอุตสาหกรรมยุคใหม่ ประเทศไทยมีศักยภาพสูงในการดึงดูดเม็ดเงินลงทุนจากทั่วโลกด้วยโครงสร้างพื้นฐานที่เข้มแข็ง ทำเลที่ตั้งซึ่งได้เปรียบ ทางกนอ. มีความพร้อมให้ความร่วมมือกับภาคเอกชน ภาคประชาชน เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจไทย
ให้เติบโตอย่างยั่งยืนและไม่ได้มุ่งหวังเพียงแค่การลดภาวะโลกร้อนเท่านั้น แต่ต้องการขับเคลื่อนกฎหมาย Low Carbon ให้เป็นเครื่องมือสำคัญในการยกระดับอุตสาหกรรมไทยสู่ Global Value Chain ซึ่งการที่กนอ. มีระบบคาร์บอนเครดิตที่ได้รับความยอมรับจากเวิลด์แบงค์ (World Bank) จะเป็นแต้มต่อที่สร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุนทั่วโลกตัดสินใจเลือกประเทศไทยเป็นฐานการผลิตหลัก
ด้าน นายยุทธศักดิ์ สุภสร ประธานกรรมการ กนอ. กล่าวเสริมว่า กนอ. พร้อมรับนโยบาย ONE MIND มาถ่ายทอดสู่แผนปฏิบัติการที่เน้นผลสัมฤทธิ์ โดยมุ่งยกระดับธรรมาภิบาลข้อมูล (Data Governance) และ
การปฏิรูประเบียบปฏิบัติให้เอื้อต่อการลงทุนยุคใหม่ตามมาตรฐาน OECD นอกจากนี้ยังให้ความสำคัญกับการเชื่อมโยงความร่วมมือระหว่างประเทศเพื่อเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของห่วงโซ่การผลิตไทย และสานต่องานโครงสร้างพื้นฐานสำคัญทั้งในพื้นที่ EEC และการพัฒนา Smart Port มาบตาพุด
ขณะที่ นายสุเมธ ตั้งประเสริฐ ผู้ว่าการ กนอ. ระบุว่า กนอ. จะเร่งขับเคลื่อนแผนงาน 5 Quick Win
ให้เห็นผลเป็นรูปธรรม ได้แก่ การพัฒนาระบบ Smart Grid และ Waste Close Loop ในนิคมอุตสาหกรรม
เพื่อลดต้นทุนและมุ่งสู่ Zero Waste พร้อมยกระดับสาธารณูปโภครองรับอุตสาหกรรมปลายน้ำที่มีมูลค่าสูง (Downstream Industry) และเปลี่ยนนิคมอุตสาหกรรมสู่เมืองอุตสาหกรรมคาร์บอนต่ำ (Low Carbon City) โดยนำเทคโนโลยีคลาวด์อัจฉริยะมาใช้บริหารจัดการข้อมูลและบริการแบบ One Stop Service