กรมทางหลวง จัดประชุมสรุปผลศึกษาโครงการทางหลวงหมายเลข 12 ตอน ร้องโพธิ์ – อำเภอวังทอง แก้ปัญหาจราจร ชาวบ้านหลาายยังค้านสร้างสะพานหวั่นธุรกิจพัง ติดป้ายตามเส้นทางคัดค้านก่อสร้าง
เมื่อเวลา 09.30 น. เมื่อวันที่ 30 เมษายน 2569 ที่อาคารสมเด็จพระนเรศวรศึกษา วิทยาลัยการสาธารณสุขสิรินธร ตำบลวังทอง อำเภอวังทอง จังหวัดพิษณุโลก นางสาวสรินรัตน์ เกิดสกุลรุ่งโรจน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก เป็นประธานในพิธีเปิดการ ประชุมสรุปผลศึกษาโครงการ (สัมมนา ครั้งที่ 3) โครงการจ้างวิศวกรที่ปรึกษาสำรวจและออกแบบปรับปรุงและแก้ไขปัญหาการจราจร บนทางหลวงหมายเลข 12 ตอน ร้องโพธิ์ – อำเภอวังทอง พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ภาคเอกชน ผู้นำท้องถิ่น และประชาชนในพื้นที่เข้าร่วมรับฟังข้อมูลและแสดงความคิดเห็นอย่างพร้อมเพรียง
นายพัฒนา เพชรสุริยา รองผู้อำนวยการแขวงทางหลวงพิษณุโลกที่ 2 ได้กล่าวว่า กรมทางหลวง โดยสำนักสำรวจและออกแบบ ได้จัดการประชุมสรุปผลการศึกษาโครงการ (สัมมนา ครั้งที่ 3) โครงการจ้างวิศวกรที่ปรึกษาสำรวจและออกแบบปรับปรุงและแก้ไขปัญหาการจราจร บนทางหลวงหมายเลข 12 ตอน ร้องโพธิ์ – อำเภอวังทอง ซึ่งเป็นเส้นทางสายสำคัญที่เชื่อมโยงการคมนาคมในพื้นที่ภาคเหนือตอนล่าง

สำหรับการประชุมในครั้งนี้ มีการนำเสนอผลการศึกษาที่ครอบคลุมหลายด้าน ทั้งผลการดำเนินงานด้านการมีส่วนร่วมของประชาชน แนวคิดและรูปแบบการออกแบบรายละเอียดโครงการ รวมถึงผลการศึกษาด้านสิ่งแวดล้อมและการประเมินผลกระทบเบื้องต้น โดยทีมวิศวกรและผู้เชี่ยวชาญได้ชี้แจงข้อมูลอย่างละเอียด เพื่อให้ประชาชนเข้าใจถึงแนวทางการพัฒนาโครงการในภาพรวม โดยงบประมาณในการก่อสร้าง ครั้งนี้น่าจะอยู่ที่ 1,000 กว่า ล้าน ซึ่งวันนี้ถือว่าเป็นการสรุปการศึกษา หลังจากเราได้มีการสร้างการมีส่วนร่วมรับฟังความคิดเห็นกับประชาชนจากหลายพื้นที่ จนได้รูปแบบแนวเส้นทางจุดต่างๆที่ใช้ในการกลับรถ รวมถึงรูปแบบการก่อสร้าง โดยมาสรุปให้ประชาชนฟังอีกครั้ง เพื่อจะรับฟังความคิดเห็นอีกรอบหนึ่ง ในส่วนประชาชน ที่ได้รับผลกระทบ จากการก่อสร้างสะพานข้ามแยก เราก็รับฟัง และบันทึกว่าประชาชน มีความต้องการ เรื่องอะไรบ้างมีความคิดเห็นเช่นไร จากนั้นจึงสรุปและส่งต่อให้คณะกรรมการ ของกรมทางหลวง ที่ทำการศึกษาผลกระทบ ได้เข้ามาดูว่ามันสามารถปรับปรุงแก้ไข อย่างไรได้บ้าง ในอนาคตก็อาจมีการปรับปรุงแก้ไขตามที่ประชาชนได้เสนอความคิดเห็น
ส่วนคำถามที่ว่าจะให้เปลี่ยนจากสะพานข้ามแยก เป็นอุโมงค์ลอดใต้ดินนั้น อันนี้เราต้องดำเนินการตาม ทิศทางที่เราศึกษามาก่อน ส่วนข้อเสนอนี้ต้องดูเหตุผลความจำเป็น เพราะการทำ อุโมงค์ ทางรอด มันมีเหตุผลทางวิศวกรรมและเศรษฐศาสตร์ มาประกอบกัน ต้องดูด้าน บริบทแวดล้อม ในพื้นที่ด้วยว่าสามารถก่อสร้างได้ไหม ซึ่งก็ต้องรีบสรุปโครงการภายในเดือนพฤษภาคมนี้ ซึ่งทางบริษัทผู้รับเหมาก็จะนำเสนอเป็นรูปเล่มให้ชัดเจนต่อไป เพื่อส่งต่อให้คณะกรรมการทราบ หลังจากศึกษาแล้ว ก็จะเป็นเรื่องของการของบประมาณ มวยกรมทางหลวง ก็จะมีขั้นตอน การจัดการจัดสรรประมาณต่อไป
นางมัณทนา ภัทธวนิช ชาวบ้านหมู่ 9 ต.วังทอง อ.วังทอง กล่าวว่า ตนเองไม่เห็นด้วยกับโครงการก่อสร้างสะพานข้ามสามแยกซีพี ในฐานะคนในพื้นที่ เราก็อยากให้จังหวัดของเราเจริญเหมือนกัน แต่คนอื่นเขาสะดวก เรากลับลำบาก ถ้าเปลี่ยนแบบจากสะพานบกข้ามแยก เป็นอุโมงค์ลอดใต้ดิน แบบพัทยาน่าจะดีกว่า ถือว่าเป็นวิธีที่เอื้อต่อคนในพื้นที่ และเป็นการให้ความสะดวก ต่อกันสังคมมันจะได้อยู่ได้ร่วมกัน แต่ก่อนเราค้าขายได้เพราะรถสวนทางกัน แต่เดี๋ยวนี้ยิ่งเจริญรถก็ไม่ค่อยจอดอยู่แล้ว ซึ่งหากมีการก่อสร้างอนาคตการค้าขาย การเดินทางของชุมชนต้องใช้เวลา และลำบากมากขึ้น
ด้านนางสาวจุฬาวัลย์ เล้าพิทักษ์ศิริโชจติถ ผู้ประกอบการด้านการท่อวเที่ยวในพื้นที่กล่าวว่า ตนไม่เห็นด้วยกับการก่อสร้าง คือเราพูดในฐานะคนที่อยู่ในส่วนของจุดที่จะก่อสร้างโดยตรงเลยบริเวณแยก CP ถ้ามองจากภาพที่ทางทางหลวงนำเสนอ ส่วนของเราอยู่ตรงโค้งวงเวียนเลย สำหรับตนมองว่า ในการก่อสร้างที่ผ่านมา จะมีการขยายถนน ถ้าถามว่าเราได้รับผลกระทบแบบไหน ในตอนนั้นถือว่าได้รับผลกระทบมาก เพราะกว่าจะสร้างเสร็จ ทางเปลี่ยนแล้วเปลี่ยนอีก มีผลต่อการประกอบธุรกิจอย่างมาก กว่าจะฟื้นตัวใช้เวลานาน มาคราวนี้เป็นการสร้างสะพานข้ามแยก อีกครั้งหนึ่ง ดูจากแบบแล้วน่าจะใช้เวลานาน ตนจึงคิดว่ากิจการของตนกับลูกน้องอีกกว่าร้อยคน เพราะเราเป็นศาสนสถาน เป็นศาลเจ้าด้วย น่าจะถึงขั้นปิดกิจการ ถ้ายกเลิกได้ก็อยากให้ยกเลิกแต่ถ้ายกเลิกไม่ได้ก็ขอเป็นอุโมงค์ลอด จะดีกว่า
ด้านนางน้ำเงิน บุญเทียน ผู้ประกอบการเฟอร์นิเจอร์ร้านผู้ได้รับผลกระทบ กล่าวว่า ไม่เห็นด้วยในการก่อสร้าง สะพานข้ามแยก โดยร้านของตนอยู่ติดกับแยกไฟแดงตรง CP เลย ถือว่าโดนเต็มๆ ซึ่งที่ผ่านมากว่า 10 ปีเราเห็นแล้วว่า เรามีลูกค้าสัญจรจากจังหวัดพิษณุโลก และจังหวัดใกล้เคียง ที่มาจากอีสาน ทั้งขอนแก่นอุบลราชธานี ที่จะเข้าพิษณุโลก ลูกค้าทุกคนสามารถเลี้ยวเข้ามาที่ร้านได้เลย แต่ถ้าเรามีสะพานแบบแยกอินโดจีน ที่เราเห็นตัวอย่างมาแล้ว เพราะสินค้าที่เราขายเราหวัง จากผู้ซื้อที่มาจากต่างจังหวัด แต่ถ้าเจอสะพานข้ามแยก เราอาจจะไม่เหลือลูกค้าเลย สิ่งที่ตามมาคือ 20 -30 ชีวิต ของเรา ก็ต้องโดนผลกระทบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ตอนเราก่อร่างสร้าง กิจการใช้เวลาหลายปี แต่ถ้าเราจะย้ายหนี ด้วยเหตุผล ดังกล่าว มันก็ต้องใช้ทุนทรัพย์ไม่น้อย อาจจะถึงขั้นจบปิดกิจการ เพราะเราเห็นสภาพ บริเวณแยกอินโดจีนมาแล้ว เป็นตัวอย่าง ธุรกิจมีปัญหาหมด
ในประชุมได้มี ประชาชนร่วมแสดงความคิดเห็น ซักถาม และเสนอข้อห่วงกังวลในประเด็นต่าง ๆ จำนวนมาก อย่างกว้างขวาง อาทิ ผลกระทบต่อเศรษฐกิจชุมชน การจัดการจราจรระหว่างการก่อสร้าง ความปลอดภัยทางถนน และผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม เพื่อนำข้อมูลไปปรับปรุงและพัฒนาโครงการให้มีความเหมาะสมมากยิ่งขึ้น
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตามทางถนนหมายเลข 12 ระหว่าง อ.วังทอง ถึงสี่แยกอินโดจีน มีชาวบ้านติดป้ายคัดค้านการสร้าง ข้อความว่า "ชาวพิษณุโลก-วังทอง เราไม่เอา สะพานอินโดจีน 2 " โดยเฉพาะบริเวณสามแยกซีพี ซึ่งเป็นพื้นที่การก่อสร้าง จำนวนกว่า 20 จุด
พิษณุโลก/ศริตวรรธน์ อัครชินพรรณ/0661326136