วันนี้(28 เมษายน 2569) เวลา 09:00 น. คณะทำงานตรวจติดตามการดำเนินงานขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในการป้องกันและควบคุมโรคพิษสุนัขบ้า ภายใต้โครงการ “สัตว์ปลอดโรค คนปลอดภัย จากโรคพิษสุนัขบ้า” ตามพระปณิธาน ศาสตราจารย์ ดร.สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี เพื่อสร้างความปลอดภัยให้ประชาชนและสัตว์เลี้ยงในพื้นที่ นำโดย นางสาวอ้อวดี สุนทรวิภาต ผู้ตรวจราชการกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น พร้อมด้วยผู้แทนจากกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น, กรมควบคุมโรค, กรมปศุสัตว์, กรมประชาสัมพันธ์, สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ลงพื้นที่ตรวจติดตามการขับเคลื่อนงานป้องกันและควบคุมโรคพิษสุนัขบ้าในจังหวัดชลบุรี โดยเริ่มต้นที่เทศบาลเมืองบางพระ อำเภอศรีราชา เพื่อติดตามสถานการณ์โรคพิษสุนัขบ้า แนวทางการดำเนินงาน การแก้ไขปัญหา รวมถึงการบริหารจัดการสถานสงเคราะห์สัตว์ จากนั้นลงพื้นที่เขาฉลาก ตำบลบางพระ และในช่วงบ่ายตรวจติดตามที่เทศบาลเมืองสัตหีบ พร้อมลงพื้นที่ศูนย์พักพิงสัตว์ของกองเรือยุทธการ ฐานทัพเรือสัตหีบ โดยมีนายณัฐวุฒิ อนุโยธา นายอำเภอสัตหีบ, นายวสรร เซี่ยงฉี นายกเทศมนตรีเมืองสัตหีบ, พันจ่าโทธงชัย พงสุภา
รองปลัดเทศบาลเมืองบางพระ รักษาการแทนปลัดเทศบาลฯ ปฏิบัติราชการแทนนายกเทศมนตรีเมืองบางพระ, ผู้นำท้องถิ่น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้การต้อนรับ
สำหรับผลการดำเนินงานเทศบาลเมืองบางพระในปีงบประมาณ 2569 ช่วงเดือนตุลาคม 2568 ถึงมีนาคม 2569 พบว่า การฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าในสุนัข ตั้งเป้าไว้ 2,611 ตัว ดำเนินการได้แล้ว 2,309 ตัว คิดเป็นร้อยละ 88.43 ส่วนแมวตั้งเป้าไว้ 998 ตัว สามารถฉีดวัคซีนได้ถึง 1,300 ตัว คิดเป็นร้อยละ 130.26 สะท้อนถึงความร่วมมือที่ดีของประชาชนในการนำสัตว์เลี้ยงเข้ารับวัคซีน
ขณะที่เทศบาลเมืองสัตหีบได้รายงานแนวทางการบริหารจัดการในพื้นที่ โดยมีการขึ้นทะเบียนสัตว์เลี้ยงผ่านระบบฐานข้อมูล ใช้มาตรการฉีดวัคซีนเชิงรุกอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง ครอบคลุมสุนัขและแมวอายุ 3 เดือนขึ้นไป พร้อมตั้งเป้าให้มีความครอบคลุมไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของจำนวนสัตว์ทั้งหมดในพื้นที่ รวมถึงมีการประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนรับรู้เรื่องการเลี้ยงสัตว์อย่างรับผิดชอบ การควบคุมการปล่อยสัตว์ และการป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า
นอกจากนี้ เทศบาลเมืองสัตหีบยังมีมาตรการควบคุมสัตว์จรจัด โดยประกาศพื้นที่ปลอดสุนัขและแมวจรจัด กำหนดให้ผู้เลี้ยงสุนัขและแมวต้องขึ้นทะเบียน เลี้ยงภายในบริเวณบ้าน ทำสัญลักษณ์แสดงความเป็นเจ้าของ และไม่ปล่อยให้ก่อเหตุรำคาญหรือเป็นอันตรายต่อประชาชน พร้อมบังคับใช้เทศบัญญัติท้องถิ่นอย่างจริงจัง
อย่างไรก็ตาม การดำเนินงานยังพบอุปสรรคหลายด้าน ทั้งงบประมาณสนับสนุนที่ไม่สอดคล้องกับจำนวนสัตว์ที่สำรวจจริง การขาดแคลนบุคลากรเฉพาะทางด้านสัตวแพทย์ ค่าใช้จ่ายในการทำหมันที่ค่อนข้างสูง รวมถึงปัญหาสัตว์จรจัดในพื้นที่รอยต่อระหว่างองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และประชาชนบางส่วนที่ยังขาดความตระหนักในการนำสัตว์เลี้ยงไปฉีดวัคซีนหรือทำหมันอย่างต่อเนื่อง
จังหวัดชลบุรีจึงเน้นย้ำว่า การแก้ปัญหาโรคพิษสุนัขบ้าและสัตว์จรจัดต้องทำควบคู่กัน ทั้งระดับจังหวัด ท้องถิ่น หน่วยงานเอกชน มูลนิธิ และภาคประชาชน โดยเฉพาะการสร้างจิตสำนึกการเลี้ยงสัตว์อย่างรับผิดชอบ ไม่ทอดทิ้งสัตว์เลี้ยง การบังคับใช้กฎหมายคุ้มครองสัตว์อย่างจริงจัง และการสนับสนุนศูนย์พักพิงหรือหน่วยงานที่ดูแลสัตว์จรจัด ทั้งด้านวัคซีน การทำหมัน อาหาร และสถานที่ดูแล เพื่อให้การป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าเกิดผลอย่างยั่งยืนในระยะยาว
หลังจากการตรวจติดตามการดำเนินงานขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในการป้องกันและควบคุมโรคพิษสุนัขบ้าในพื้นที่จังหวัดชลบุรีแล้ว คณะทำงานฯ ยังมีกำหนดการตรวจติดตามผลการดำเนินงานป้องกันและควบคุมโรคพิษสุนัขบ้าอย่างต่อเนื่องในพื้นที่จังหวัดขอนแก่น อุดรธานี สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช เชียงราย ระยอง และปิดท้ายที่จังหวัดฉะเชิงเทรา เพื่อขับเคลื่อนการดำเนินงานขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นให้เป็นไปตามเป้าหมายของปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ต่อไป