ท่านมีชีวิตบินกลับมาเมืองไทยนับ 100 ครั้งตามหาร่างทหารญี่ปุ่น 400 นาย ทำการตัวเองฮาราคีรี ไม่พบถอดใจ ตั้งศาลามิตรภาพไทยญี่ปุ่น รวมถึงตั้งมูลนิธิสันติภาพแม่น้ำแคว ดูแลเด็กเรียนแต่ยากจน ถึงทุกวันนี้
เรื่องเล่าทหารญี่ปุ่น 400 นาย ทำฮาราคีรี ที่สถานีรถไฟนิเถะ สังขละบุรี โดยมีความเชื่อกันว่าศพของพวกเขายังคงอยู่ในบริเวณนี้ ที่ใดสักแห่ง และความเกี่ยวข้องระหว่างทหารญี่ปุ่นที่เสียชีวิตเหล่านี้ที่สถานีนิเถะ จนกลายมาเป็นศาลาสันติภาพไทยญี่ปุ่น บ้านด่านพระเจดีย์สามองค์ เขตแนวชายแดนรอยต่อประเทศเมียนมา จนถึงปัจจุบัน
ตอนนี้สถานีนิเถะ สถานีใหญ่บนเส้นทางรถไฟสายมรณะ ที่มีสภาพสมบูรณ์แบบที่สุด 2 แห่งสุดท้ายกำลังนำเสนอข่าวไปแล้ว เพราะน้ำในเขื่อนวชิราลงกรณ ลดลงมาก ทำให้สถานีโผล่ขึ้นมา อีกที่หนึ่งคือสถานีกิ่งไทรโยค อยู่ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติไทรโยค แต่ที่นั่นเป็นป่ารก มองเห็นไม่ชัดเจนแบบนิเถะ
หากใครเคยไปเที่ยวหรืออำเภอสังขละบุรี หากมีโอกาสไปอดีตสถานีรถไฟนิเถะ ขอแนะนำให้ไปที่ด่านเจดีย์สามองค์ด้วย จะมีศาลาสันติภาพไทยญี่ปุ่น ณ ด่านพระเจดีย์สามองค์ สร้างเพื่อรำลึกถึงทหารญี่ปุ่นที่พลีชีพในพื้นที่สังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี

เรื่องราวนี้นำข้อมูลมาจากหนังสือ Message from Mr. Nagase The Thai-Burma Railway and Japan's Responsibility for World War II
และหนังสือบันทึกความทรงจำของท่าน พลเอก สายหยุด เกิดผล ซึ่งท่านเองเป็นนายทหารไทยที่มีชีวิตอยู่ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 และเรื่องราวของคุณ Takeshi Nagase อดีตล่ามในกองทัพญี่ปุ่นที่มาประจำการประเทศไทย ช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2
Takeshi Nagase อยู่ในหน่วยสารวัตรทหารของญี่ปุ่น ทำหน้าที่เป็นล่ามเขาได้เห็นการทำหน้าที่ การเค้นทรมานของสารวัตรทหารญี่ปุ่น ที่ทำต่อเชลยศึกหลายต่อหลายครั้ง ซึ่งเป็นเรื่องที่โหดร้าย
หลังญี่ปุ่นพ่ายสงคราม เขาเป็นหนึ่งในทหารญี่ปุ่นที่ต้องเดินทางไปกับทหารฝ่ายสัมพันธ์มิตรที่เข้ามาค้นหาสุสานเชลยศึกตามทางรถไฟสายมรณะ
คุณ ทากาชิ นากาเซะ ได้เห็นภาพสุสานจำนวนมากทั้งสุสานเชลยศึก และหลุมศพของกรรมกร จึงเกิดความสังเวชใจ ตัวนาย นากาเซ่ ทาคาชิ เองรอดจากการเป็นอาชญากรสงคราม และในที่สุดก็ถูกส่งกลับญี่ปุ่น ไปด้วยความสำนึกในการช่วยเหลือของคนไทยระหว่างที่ นายนากาเซ่ ทาคาชิ เป็นเชลยหลังแพ้สงคราม ต้องการไถ่บาปกับสิ่งที่กองทัพญี่ปุ่น ได้ทำลงไป
นาย นากาเซ่ ทาคาชิ จึงเดินทางมาที่ประเทศไทย นับ 100 ครั้ง เพื่อทำกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อเรื่องทางรถไฟสายมรณะ สงครามโลกครั้งที่ 2 มีเรื่องหนึ่งที่ นาย นากาเช่ ทาคาชิ ต้องการทำคือการหาหลุมศพทหารญี่ปุ่น ที่ถูกฝังในพื้นที่สังขละบุรี เพื่อรวบรวมมาทำบุญ และเก็บไว้ในเจดีย์อย่างสมเกียรติ
นาย นากาเซ่ ทาคาชิ มีข้อมูลว่าทหารญี่ปุ่น ที่ถอยหนีการรุกโจมตีของอังกฤษในพม่า สมัยนั้นส่วนหนึ่งหนีเข้ามาตามเส้นทางรถไฟสายมรณะ และมีทหารญี่ปุ่นจำนวนมากเสียชีวิต ถูกฝังในพื้นที่แถบอำเภอสังขละบุรี
พลเอก สายหยุด เกิดผล ได้รู้จักกับ Takeshi Nagase ในช่วงหลังสงครามจบลงแล้วหลาย 10 ปี โดยบังเอิญ เกิดการสนทนาครั้งหนึ่งระหว่าง พลเอก สายหยุด และนาย นากาเซ่ ทาคาชิ ได้บอกว่า เขาได้ทราบข้อมูลมาว่าหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 จบลงไม่นานว่ามีทหารญี่ปุ่นจำนวนหนึ่งที่ทำการพลีชีพตนเองเพราะไม่ต้องการยอมจำนนต่อกองกำลังสัมพันธมิตร ร่างของพวกเขาถูกฝังตามสถานที่ต่างๆ ในบริเวณอำเภอสังขละบุรี
ส่วนตัวของคุณนากาเซะ ต้องการค้นหาสถานีที่ฝังศพของทหารญี่ปุ่นเหล่านี้ นำกระดูกมาบำเพ็ญกุศลพร้อมกับสร้างเจดีย์บรรจุ พลเอก สายหยุด เกิดผลอยากจะช่วยคุณนากาเซะ เช่นกัน ท่านก็ได้ตบปากรับคำว่าจะช่วยเหลือ หลังจากที่คุณนากาเซะ กลับไปที่ญี่ปุ่น ได้ติดต่อกลับมาหาพล.อ.สายหยุด และขอให้ท่าน พล.อ.สายหยุดช่วยตามหาคนคนหนึ่งให้
จนในท้ายที่สุดท่านสายหยุด ก็ให้ผู้ใต้บังคับบัญชาช่วยหาบุคคลคนนี้จนพบ บุคคลคนนี้คือสตรีชราชาวกะเหรี่ยงในพื้นที่สังขละบุรี ชื่อ สุไข หรือ ยายสุขไข (ตอนนี้ท่านก็เสียชีวิตไปแล้ว)
นายนากาเซ่ ทาคาชิ ระบุว่ายายสุไขในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 เคยเป็นภรรยาของนายทหารญี่ปุ่น จึงอยากพบและขอข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับจุดที่ฝังศพทหารญี่ปุ่น จากคำบอกเล่าของยายสุไข มีการพูดถึงเรื่องราวทหารญี่ปุ่นที่ทำการพลีชีพตนเองในพื้นที่สังขละบุรี 2 เรื่อง
เรื่องแรกเป็นเรื่องของสามีที่เป็นทหารญี่ปุ่นของยายสุไขเอง
หลังจากสงครามสิ้นสุดประมาณเกือบเดือน สามีทหารญี่ปุ่นของยายสุไข(เป็นสารวัตรทหารญี่ปุ่น) เข้าใจว่าจะอยู่ที่ค่ายนิเถะ หรือค่ายหนองปะโด่ง) มีทหารญี่ปุ่นกว่า 50 นาย(ทหารชุดนี้ถอนกำลังมาจากพม่า) ทั้งหมดเดินไปยังบนเขาลูกหนึ่งที่อยู่แถวบ้านของยายสุไข บนภูเขาลูกนี้มีถ้ำอยู่ ทหารทั้งหมดเข้าไปในถ้ำและทำการพลีชีพตนเองด้วยการใช้ระเบิดมือ
ข้อมูลที่ 2 คือ มีทหารญี่ปุ่นจำนวนประมาณ 400 นาย ทำการพลีชีพตนเอง และศพได้ถูกฝังไว้แถวค่ายหนองปะโด่ง (ค่ายหนองปะโด่งก็คือที่ตั้งของสถานีรถไฟนิเถะและพื้นที่โดยรอบ) ในหนังสือข้อความจากนาย นากาเซ่ ทาคาชิ ระบุตัวเลขมากกว่าคือ 600 นาย เข้าใจว่าบริเวณที่ฝังศพน่าจะอยู่ในพื้นที่ราบที่ตั้งสถานีนิเถะ ซึ่งปัจจุบันหลังจากสร้างเขื่อนน้ำท่วมไปหมด แต่ปีนี้น้ำลดลงมากให้เห็นพื้นที่แนวทางรถไฟเป็นลูกตัวy รูปสถานีรถไฟขนาดใหญ่
เมื่อทราบเรื่องนี้จากปากยายสุไขอย่างชัดเจน แรกเริ่มเดิมทีทางนาย นากาเซ่ ทาคาชิ ต้องการจุดค้นรวบรวมกระดูกของทหารญี่ปุ่นเหล่านี้ สร้างเจดีย์บรรจุกระดูกไว้ แต่ด้วยข้อมูลที่ค่อนข้างสับสนในสถานที่ฝัง บางพื้นที่คาดว่าจะมีโครงกระดูกทหารญี่ปุ่นจมอยู่ใต้น้ำของเขื่อนวชิราลงกรณ
ตลอดจนหากพบจริงการตรวจสอบว่ากระดูกเหล่านั้นเป็นทหารญี่ปุ่นจริงหรือไม่ก็เป็นอีกปัญหาหนึ่ง ที่เป็นเรื่องยุ่งยากซับซ้อนที่จะตรวจสอบ (การตรวจ DNA ในเวลานั้นคงยังไม่มีหรืออาจจะเป็นเรื่องยาก)
นาย นากาเซ่ ทาคาชิ จึงตัดสินใจที่จะไม่ทำการค้นหาหลุมฝังศพทหารญี่ปุ่น แต่จะสร้างศาลาทรงไทยเพื่อประดิษฐานพระพุทธรูป ไว้เป็นที่รำลึกถึงทหารญี่ปุ่นที่ได้ทำการพลีชีพ จัดสร้างศาลามิตรภาพไทย ญี่ปุ่น ปัจจุบันตั้งอยู่ที่วัดเจดีย์สามองค์ หมู่ 9 ตำบลหนองลู อำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี แทน
ทางพลเอก สายหยุด และคุณ นากาเซะ จึงได้ปรึกษาเจ้าอาวาสวัดด่านพระเจดีย์สามองค์ ทางเจ้าอาวาสวัดด่านพระเจดีย์สามองค์ จึงมอบพื้นที่ส่วนหนึ่งในกำแพงวัด เพื่อให้ก่อสร้างศาลาสันติภาพไทย ญี่ปุ่นขึ้น มีการหล่อพระพุทธรูปหน้าตัก 56 นิ้ว นำไปตั้งประดิษฐานไว้ในศาลา พร้อมกันนั้น ยังมีแผ่นป้ายหินแกรนิตภาษาญี่ปุ่น เพื่อระลึกเป็นบทกลอนไว้รำลึกถึงทหารญี่ปุ่นที่เชื่อกันว่า พวกเขาไม่ยอมจำนนและตัดสินใจปลิดชีพตนเองจำนวนมาก ในพื้นที่ อำเภอสังขละบุรี
ในบทกลอนนี้เขียนว่า
天に星 地に草の露
はるかに故国を思いつつ
ここに兵士らの御霊眠る
ただ虫の声のみ
その武勇の哀れを悼む
伊藤桂一
Stars in the sky, dew on the grass on the ground.
Thinking of their homeland far away, the souls of the soldiers rest here.
Only the sounds of insects can be heard.
I mourn the pathos of their bravery.
Keiichi Ito
ขอบพระคุณคำแปลจากคุณ คันจิ โนโตดะ / จุน ชิมาดะ ขอแปลเป็นไทยง่ายๆ คือ บทกลอนนี้กล่าวรำลึกว่า วิญญาณของทหารญี่ปุ่นที่เสียชีวิตไป ก็จะมีเพียงแสงดาว หยาดน้ำค้างบนใบหญ้าและผืนดิน เสียงของแมลงจิ้งหรีดเท่านั่นที่อยู่กับทหารญี่ปุ่นเหล่านี้ แต่เชื่อเลยว่าวิญญาณของทหารญี่ปุ่นต้องคิดถึงบ้านที่อยู่แสนไกล ศาลานี้มีชื่อว่า ศาลาสันติภาพไทยญี่ปุ่น ณ ด่านพระเจดีย์สามองค์ มีพิธีเปิด ในวันที่ 25 เมษายน 2002 โดยเชิญ พระสงฆ์ 9 รูป มาทำการสวดทำพิธี
ทางนาย นากาเซ่ ทาคาชิ และภรรยา ยังได้นำพระโพธิสัตว์ Konnon ที่มีเศียรด้านบนสุดเป็นม้า มาถวายและวางไว้ในศาลาแห่งนี้ เพื่อรำลึกถึงทหารและม้าศึกของกองทัพญี่ปุ่นที่ตายไป (ตามคติความเชื่อของญี่ปุ่นผมไม่ทราบความหมาย ต้องให้ผู้รู้มาตอบครับว่าทำไมต้องเป็นพระโพธิสัตว์ Konnon) ตลอดจนมีการถวายแผ่นไม้เขียนบทกลอนโดยนาย นากาเซ่ ทาคาชิ ให้แก่ศาลาแห่งนี้ (ปัจจุบันท่านได้เสียชีวิตแล้ว)
ในช่วงที่นาย นากาเซ่ ทาคาชิ และคณะเดินทางกลับเข้าตัวเมืองกาญจนบุรี หลังจากการเปิดศาลาสันติภาพไทย-ญี่ปุ่น และ นาย นากาเช่ ทาคาชิ ยังได้จัดตั้งมูลนิธิสันติภาพแม่น้ำแคว ช่วยเหลืองนักเรียนดีฐานะยากจนไว้ช่วยเหลืออีกด้วย
นาย นากาเซ่ ทาคาชิ ได้แวะนำเหล้าสาเก และบุหรี่ เซ่นไหว้แก่ดวงวิญญาณทหารญี่ปุ่นที่ฝังอยู่บริเวณสถานนิเถะ
โดยนาย นาเกเซ่ ทาคาชิ ได้ยืนบนสะพานข้ามแม้น้ำรันตี หันหน้าไปทางสถานีนิเถะ และเทเหล้าสาเกลงจากด้านบนสะพานแม่น้ำรันตีไปสู่แม่น้ำเบื่องล่าง และมีการจุดบุรี่หลายมวนและวางไว้ที่ขอบสะพาน เพื่อเซ่นสังเวยแก่ดวงวิญญาณของบรรดาเหล่าทหารญี่ปุ่น ที่นาย นากาเซ่ ทากาชิ เชื่อว่า พวกเขายังคงถูกฝังไว้ในบริเวณนั้น
และผมดันไปได้ภาพเก่าจากบทความของศาสราจารย์ Devid Boggets เกี่ยวกับเรื่องกรรมกรเอเชียในการสร้างทางรถไฟ เป็นภาพแผ่นป้ายไม้ที่เขียนบทกลอนรำลึกถึงทหารญี่ปุ่น ที่ถูกปักแถวๆบริเวณชมวิวแถวสะพานรันตี
แปลไทยได้ว่า ยามค่ำคืนในฤดูฝน ณ ทะเลสาบเขาแหลมอันพร่างพรมด้วยหยาดฝน
เหล่าทหารที่ทอดร่างอยู่ใต้ก้นบ่อ... พวกเขากำลังคำนึงถึงสิ่งใดกัน?
ซึ่งผมก็ไปพบอีกรูปหนึ่งที่ นากาเซ่ ทาคาชิ กำลังไหว้ศาลพระภูมิที่เข้าใจว่าเอามาไว้เพื่อเป็นที่สิงสถิตของดวงวิญญาณ และมีป้ายนี้อยู่ใกล้ๆครับ นั่นแสดงให้เห็นว่าตัวนากาเซ่ ทาคาชิ น่าจะมีข้อมูลที่น่าเชื่อถือได้ว่า ศพของทหารญี่ปุ่นถูกฝังในพื้นที่ราบแม่น้ำรันตี
หากใครแวะเวียนไปที่ด่านพระเจดีย์สามองค์ ในบริเวณนั้น นอกจากตัวพระเจดีย์สามองค์แล้ว ก็ยังสามารถไปสักการะพระพุทธรูปในศาลาสันติภาพไทยญี่ปุ่น เพื่อรำลึกถึงทหารญี่ปุ่นที่เสียชีวิตไปในพื้นที่สังขละบุรี รำลึกถึงความสำคัญของสันติภาพ
ทางรถไฟที่อยู่ติดกับกำแพงของศาลาสันติภาพไทยญี่ปุ่น ไม่ใช่แนวเส้นทางเดิมของทางรถไฟนะครับ เป็นแนวที่จำลองขึ้นมาใหม่ แนวเดิมจะอยู่บริเวณศาลพระสยามเทวาธิราช ซึ่งอยู่ใกล้กันกับศาลาสันติภาพไทยญี่ปุ่น
และเกือบ 40 ปี ภายหลังสงครามโลกครั้งที่สองจบ “นากาเซ่ ทาคาชิ” อดีตทหารญี่ปุ่นได้เดินทางมายังจังหวัดกาญจนบุรี อีกครั้งเพื่อตอบแทนชาวจังหวัดกาญจนบุรี จึงได้ก่อตั้ง”มูลนิธิสันติภาพแม่น้ำแควกาญจนบุรี” ขึ้นเพื่อช่วยเหลือลูกหลานของคนกาญจน์โดยได้ทำการอุปการะนักเรียน นักศึกษาในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี โดยการมอบทุนการศึกษา ในแต่ละปีนับ 100 ทุน พร้อมกับส่งไปเรียนต่อที่ประเทศญี่ปุ่นจนสำเร็จการศึกษา การแทนคุณและทำความดีในครั้งนี้ของ”นายนากาเซ่ ทาคาชิ” ทำให้นายปรีดา มุตตาหารัช อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี ในสมัยนั้นจึงได้เดินทางพร้อมด้วยนายวินิจ โรจนวงศ์ ประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดกาญจนบุรี และสมาชิกในสมัยนั้นได้เดินทางไปยังประเทศญี่ปุ่น เพื่อมอบรางวัลพลเมืองกิตติมศักดิ์จังหวัดกาญจนบุรี ให้กับ”นายนากาเซ่ ทาคาชิ”อดีตนายทหารญี่ปุ่นในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 และประธานและผู้ก่อตั้งมูลนิธิสันติภาพแม่น้ำแควกาญจนบุรี ซึ่งถือได้ว่าเป็นรางวัลที่ทรงเกียรติและทรงคุณค่าอย่างมากกับชาวต่างชาติและเป็นคนแรกของจังหวัดกาญจนบุรี
//////////////////////////////////////////////////////
ข่าวภูมิภาคกาญจนบุรี / ปรีชา ไหลวารินทร์
ขอบคุณข้อมูลจาก
Thai Burma railway ทางรถไฟสายมรณะ ฟาร์มอ้นสังขละบุรี