ปากเสียงของคนท้องถิ่น เพื่อการพัฒนาประเทศ
ท้องถิ่นไทย ย้อนกลับ
จังหวัดนครปฐม เดินหน้ามาตรการเชิงรุกแก้ปัญหาการคลอดก่อนกำหนดให้ได้ตามเป้าหมาย ร้อยละ 8 ภายในปี 2570
22 เม.ย. 2569

โดยขับเคลื่อนผ่านกลไกระดับจังหวัดและอำเภอ ควบคู่การพัฒนาระบบบริการในโรงพยาบาล เพื่อค้นหาหญิงตั้งครรภ์รายใหม่ให้ได้รับการฝากครรภ์คุณภาพโดยเร็ว ช่วยลดความเสี่ยงคลอดก่อนกำหนด พร้อมติดตามเยี่ยมบ้านและให้การสงเคราะห์ช่วยเหลือตามความจำเป็น
 

         วันที่ 22 เมษายน 2569 นายแพทย์สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานเปิดกิจกรรมณรงค์ อนาคตเด็กไทยสดใส เริ่มต้นด้วยการป้องกันภาวะคลอดก่อนกำหนด เนื่องในวันคล้ายวันประสูติสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชติ มหาวชิโรตตมางกูร สิริวิบูลยราชกุมาร วันที่ 29 เมษายน 2569 ที่ศาลากลางจังหวัดนครปฐม โดยมี พลอากาศโท ภักดี แสงชูโต ผู้ช่วยราชเลขานุการในพระองค์ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ปรึกษาโครงการเครือข่ายสุขภาพมารดาและทารกเพื่อครอบครัวไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร พร้อมด้วย แพทย์หญิงอัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมอนามัย นางสาวอโรชา นันทมนตรี ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม ศาสตราจารย์คลินิกเกียรติคุณ นายแพทย์ธราธิป โคละทัต กุมารแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์ทารกแรกเกิดและปริกำเนิด ผู้จัดการโครงการเครือข่ายสุขภาพมารดาและทารกเพื่อครอบครัวไทย ในพระราชูปถัมภ์ฯ นางวรสุดา รัตนสุคนธ์ ที่ปรึกษาด้านการบริหารงานจังหวัดแบบบูรณาการ ตลอดจนผู้บริหาร ข้าราชการ เจ้าหน้าที่กระทรวงสาธารณสุข และจังหวัดนครปฐม เข้าร่วมกิจกรรมครั้งนี้

นายแพทย์สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ปัญหาการคลอดก่อนกำหนด (ก่อนอายุครรภ์ 37 สัปดาห์) เป็นปัญหาสำคัญระดับประเทศที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพประชาชน กระทรวงสาธารณสุขจึงตั้งเป้าหมายลดอัตราการคลอดก่อนกำหนดให้เหลือน้อยกว่า ร้อยละ 8 ในปี 2570 เพื่อสนองพระราชประสงค์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว องค์อุปถัมภ์โครงการเครือข่ายสุขภาพมารดาและทารกเพื่อครอบครัวไทยฯ นำร่อง 25 จังหวัด ภายใต้ 3 มาตรการสำคัญ คือ 1) สร้างความตระหนักรู้ถึงอันตรายของการคลอดก่อนกำหนดและสัญญาณเตือนให้แก่หญิงตั้งครรภ์และครอบครัว 2) ยกระดับให้ความรู้ผ่านโรงเรียนพ่อแม่ 3) ยกระดับฝากครรภ์คุณภาพด้วยการคัดกรอง 5 โรคเสี่ยง ได้แก่ เบาหวานขณะตั้งครรภ์ โรคความดันโลหิตสูงและครรภ์เป็นพิษโลหิตจาง โรคติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะและช่องคลอด รวมถึงการดูแลสุขภาพช่องปากขณะตั้งครรภ์

นายแพทย์ธราธิป โคละทัต ผู้จัดการโครงการเครือข่ายสุขภาพมารดาและทารกเพื่อครอบครัวไทยฯ 
กล่าวว่า การขับเคลื่อนการลดภาวะคลอดก่อนกำหนดมีการร่วมวางแผนและบูรณาการระหว่างกระทรวงสาธารณสุข กระทรวงมหาดไทย และกรุงเทพมหานคร ให้เกิดการทำงานเชื่อมโยงทั้งระบบ ผ่านมาตรการสร้างเสริมสุขภาพเชิงรุก เน้นการมีส่วนร่วมของครอบครัวและชุมชนในการเฝ้าระวังหญิงตั้งครรภ์ การให้ความรู้เรื่องสัญญาณเตือน และการคัดกรอง 5 โรคเสี่ยงสำคัญ ควบคู่กับการพัฒนาระบบบริการในโรงพยาบาล (Hospital-based) โดยใช้แนวคิดบูรณาการระหว่างชุมชน (Community-based) และสถานบริการสุขภาพ เพื่อเชื่อมการดูแลแม่และเด็กอย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ ลดความเสี่ยงการคลอดก่อนกำหนดอย่างยั่งยืนในทุกพื้นที่ของประเทศ

แพทย์หญิงอัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข 
ร่วมลงพื้นที่เยี่ยมเสริมพลังและชื่นชมการดำเนินงานเพื่อลดภาวะคลอดก่อนกำหนดของจังหวัดนครปฐม 
ที่ให้ความสำคัญในการดูแลสุขภาพแม่และเด็กทั้งระบบ เพราะการป้องกันการคลอดก่อนกำหนดไม่ใช่หน้าที่ของบุคลากรสาธารณสุขเท่านั้น แต่ต้องอาศัยพลังของชุมชน พร้อมเน้นย้ำว่า การรู้เร็ว ฝากครรภ์เร็ว และคัดกรองความเสี่ยงตั้งแต่ระยะแรก จะช่วยลดโอกาสการคลอดก่อนกำหนดและเพิ่มโอกาสให้เด็กเกิดมาแข็งแรง

 นางสาวอโรชา นันทมนตรี ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม กล่าวว่า การดูแลหญิงตั้งครรภ์เพื่อให้ทารกแข็งแรง ปลอดภัย ถือเป็นวาระสำคัญของจังหวัดที่ทุกภาคส่วนควรให้ความสำคัญ จังหวัดนครปฐมมีการดำเนินงานเพื่อลดการคลอดก่อนกำหนด ตั้งแต่ปี 2549 ปัจจุบันพบว่าอัตราการคลอดก่อนกำหนดอยู่ที่ร้อยละ 11.26 ซึ่งยังสูงกว่าค่าเป้าหมาย จึงมีการแต่งตั้งคณะกรรมการขับเคลื่อนโครงการสร้างเสริมสุขภาพเชิงรุกเพื่อลดภาวะคลอดก่อนกำหนด เพื่อติดตามการดำเนินงาน และมีคณะกรรมการพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับอำเภอขับเคลื่อนการดำเนินงานเชิงรุก ช่วยค้นหาหญิงตั้งครรภ์รายใหม่ให้ได้รับการฝากครรภ์เร็ว ติดตามเยี่ยมบ้านและให้ การสงเคราะห์ช่วยเหลือตามความจำเป็น โดยมี 3 อำเภอนำร่อง ได้แก่ อำเภอดอนตูม อำเภอสามพราน และอำเภอพุทธมณฑล

 

ปุณณภา สวัสดี /นครปฐม

หนังสือพิมพ์ OPT NEWS ONLINE
วันที่ 16 - 30 เมษายน 2569
อปท.นิวส์เชิญเป็นแขก ดูทั้งหมด
03 ก.พ. 2569
อปท.นิวส์เชิญเป็นแขก 469 การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ที่จะมีขึ้นในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 นี้ จะว่าไปแล้ว เราน่าจะได้เห็นการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองในหลายด้านอยู่มิใช่น้อย โดยเฉพาะกับตัวของนักการเมืองที่ขันอาสาเข้ามารับใช้ประชาชน เพราะหากลองส่อ...