ปากเสียงของคนท้องถิ่น เพื่อการพัฒนาประเทศ
ท้องถิ่นไทย ย้อนกลับ
สกลนคร อดีตประธานสภาเทศบาลจูงมือ จนท.ร้องสื่อ จี้ตรวจสอบทุจริตจำหน่ายพัสดุฯ
11 เม.ย. 2569


อดีตประธานสภาเทศบาลฯจูงมือเจ้าหน้าที่ร้องสื่อ เทศบาลฯจำหน่ายพัสดุ ขัดระเบียบกระทรวงมหาดไทย ส่อทุจริต เจ้าหน้าที่โอนเงินซื้อเอง ใช้เอกสารญาติแสดงตนเป็นผู้ชนะประมูล บังคับเจ้าหน้าที่เซ็นเอกสาร พบพิรุธอื้อเตรียมร้อง ป.ป.ช.ซ้ำ
วันที่ 11 เมษายน 2569 นายประเสริฐ บุญพินิจ อดีตประธานสภาเทศบาลตำบลฮางโฮง และนายเคล จันใด อดีตสมาชิกสภาเทศบาลตำบลฮางโฮง พร้อมด้วย นางสาวเทพพร แสงพรมชารี นักวิชาการจัดเก็บรายได้ชำนาญการ เข้ายื่นหนังสือร้องเรียนประธานชมรมผู้สื่อข่าวจังหวัดสกลนคร เพื่อขอความเป็นธรรม และขอให้ตรวจสอบกรณีเทศบาลตำบลฮางโฮง อ.เมือง จ.สกลนคร ได้มีการจำหน่ายหอถังระบบประปาหมู่บ้าน และพัสดุครุภัณฑ์ 33 รายการ โดยวิธีขายทอดตลาด ซึ่งขัดต่อระเบียบว่าด้วยการรับและเบิกจ่ายเงินของกระทรวงมหาดไทยและไม่มีความโปร่งใส
นายประเสริฐฯ อดีตประธานสภาฯกล่าวว่า ตนพร้อมสมาชิกสภาฯเคยร้องเรียนเรื่องดังกล่าวเมื่อปี 2567 เนื่องจากมีชาวบ้านมาแจ้งว่า หอถังระบบประปาของหมู่บ้านหาย มีกลุ่มคนมาชำแหละและนำออกจากพื้นที่ ไม่ทราบว่าเป็นบุคคลกลุ่มไหนเพราะไม่มีการบอกกล่าวล่วงหน้า จึงได้ตรวจสอบ พบว่ามีเจ้าหน้าที่ของเทศบาลฯพร้อมพวกชำแหละแยกชิ้นส่วนนำออกจากพื้นที่แล้ว เรื่องนี้ตนเคยตั้งกระทู้ถามในการประชุมสภาฯแต่ไม่ได้รับคำตอบ เพราะเจ้าหน้าที่ ที่กี่ยวข้องลาประชุมแบบกะทันหัน ไม่เข้าร่วมประชุม ทั้งที่มาทำงานปกติ หลังจากนั้นตนได้สอบถามเจ้าหน้าที่ทราบว่า มีการปิดประกาศเทศบาลตำบลฮางโฮง เรื่องการจำหน่ายพัสดุชำรุดและเสื่อมสภาพ โดยวิธีขายทอดตลาด 2 เรื่อง 35 รายการ ช่วงเวลาตั้งแต่ออกประกาศ คือ วันที่ 15 ถึง 19 มกราคม 2567 ไม่มีบุคคลใด แจ้งความจำนงเสนอราคาเพื่อขอซื้อพัสดุฯดังกล่าว แม้แต่รายเดียว ผ่านมาเกือบ 4 เดือน ทราบว่าได้มีการดำเนินการเกี่ยวกับการจำหน่ายพัสดุฯและหอถังระบบประปาฯ อีกครั้ง(ไม่พบประกาศ) โดยมีผู้เสนอราคารับซื้อพัสดุ ทั้ง 2 เรื่อง ซึ่งเป็นที่น่าสังเกตคือ ผู้เสนอราคาซื้อพัสดุทั้ง 2 เรื่อง เป็นบุคคลคนเดียวกัน และมีความเกี่ยวพันเป็นญาติกับเจ้าหน้าที่ในเทศบาลฯ โดยเป็นหลานของผู้อำนวยการกองช่าง เป็นผู้มาประมูลเพียงรายเดียวและเป็นผู้ชนะการประมูลฯ โดยมีการยื่นเอกสารใบเสนอราคา (ไม่ลงวันที่) เดือนพฤษภาคม 2567
ต่อมาในวันที่ 13 พฤษภาคม 2567 ได้มียอดเงินโอน จำนวน 2 รายการ เข้าบัญชีของเทศบาล ธนาคารกรุงไทย สาขา มหาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตเฉลิมพระเกียรติ รายการที่ 1 จำนวน 24,000 บาทรายการที่ 2 จำนวน 32,300 ตรวจสอบพบว่าเป็นเงินโอนค่าขายทอดตลาดหอถังระบบประปาและพัสดุฯดังกล่าว และเจ้าของบัญชี เป็นผู้อำนวยการกองช่างซึ่งตามประกาศเทศบาลตำบลฮางโฮง ลงวันที่ 15 มกราคม 2567 ข้อที่ 10.ผู้ประมูลได้ต้องจ่ายเป็นเงินสดทันทีหรือต้องวางเงินสดไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 ของราคาที่ประมูลได้ ที่แปลกคือบุคคลที่โอนเงินจ่ายค่าพัสดุฯกลับเป็น ผอ.กองช่าง ทำให้เข้าใจว่ามีการสมรู้ร่วมคิดกันระหว่าง เจ้าหน้าที่ ที่รับผิดชอบและเกี่ยวข้องกับกระบวนการในการจำหน่ายฯ เพื่อดำเนินการจำหน่ายพัสดุแบบมีผลประโยชน์แอบแฝง ผิดต่อระเบียบกระทรวงการคลัง ว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ.2560 และพยายามกดดันให้เจ้าที่ลงนาม ในเอกสารเพื่อให้กระบวนการการจำหน่ายพัสดุสำเร็จเสร็จสิ้น พยายามสร้างหลักฐานเสมือนว่าได้มีการดำเนินการตามขั้นตอนตามระเบียบทางราชการ โดยให้ญาติเสนอราคาประมูล และเป็นผู้ประมูลได้เพียงรายเดียว
ซึ่งในความเป็นจริง ได้มีการแยกชิ้นส่วนหอถังระบบประปา ทั้ง 2 ถัง ไปก่อนหน้านั้นแล้ว หากชาวบ้านไม่เห็นและแจ้งต่อสภาฯ เรื่องนี้คงจะเงียบไปแล้ว
นายประเสริฐฯ อดีตประธานสภาฯ ยังกล่าวอีกว่า ตนและสภาเทศบาลฯ เคยร้องเรียนไปถึงศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดสกลนคร สำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดสกลนคร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งต่อมานายอำเภอเมืองสกลนคร ได้แต่งตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงในเรื่องดังกล่าว ทั้งสองเรื่อง ปรากฏว่า ผลการสอบข้อเท็จจริงของคณะกรรมการฯ ให้มีการดำเนินการสอบวินัยอย่างร้ายแรงและนายกเทศมนตรีตำบลฮางโฮง ก็มีการแต่งตั้งคณะกรรมการสอบวินัยอย่างร้ายแรงกับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง พร้อมแต่งตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงความผิดทางละเมิด กรณีการจำหน่ายครุภัณฑ์ดังกล่าว
ซึ่งผลการสอบสวนออกมาเป็นวินัยไม่ร้ายแรง และมีการลงโทษทางวินัย นักวิชาการพัสดุเพียงผู้เดียว โดยให้ได้รับโทษแค่ภาคทัณฑ์ (เป็นการลงโทษในวันสุดท้ายก่อนนายกเทศมนตรีคนเดิมหมดวาระ) และนายกเทศมนตรีตำบลฮางโฮง (คนเดิม) สั่งยุติเรื่องดังกล่าว หลังจากนั้นเรื่องทั้งหมดก็เงียบหายไป โดยชาวบ้านและผู้นำหมู่บ้าน ที่เป็นเจ้าของถังประปา ทั้ง 2 หมู่บ้าน ยังไม่ได้รับทราบข้อเท็จจริง ไม่ทราบว่าเรื่องดำเนินการไปถึงไหน รวมถึงสภาเทศบาลตำบลฮางโฮงที่สอบถามและติดตาม เรื่องจำหน่ายพัสดุ 33 รายการ ว่าการดำเนินการอย่างเป็นธรรมหรือไม่ ยังเป็นที่ถกเถียงกันระหว่างชาวบ้าน ผู้นำหมู่บ้าน สมาชิกสภาเทศบาล ผู้บริหารท้องถิ่น และเจ้าหน้าที่เทศบาลตำบลฮางโฮง เรื่องดังกล่าวทำให้ผู้บริหารท้องถิ่น สมาชิกสภาท้องถิ่น เจ้าหน้าที่ ปฏิบัติงานด้วยความยากลำบาก เพราะมีความขัดแย้งเกิดขึ้นในองค์กร ไม่มีความไว้เนื้อเชื่อใจกัน เกิดการแบ่งพรรคแบ่งพวก ทะเลาะเบาะแว้ง ปัจจุบันการจำหน่ายยังไม่สำเร็จ เจ้าหน้าที่ไม่ยอมลงนาม เพราะตรวจสอบรายการพัสดุไม่ครบตามจำนวนที่ลงไว้ในเอกสารและมีการบังคับให้เจ้าหน้าที่ลงรายการยอดเงินโอนค่าพัสดุ(ผอ.กองช่างโอน)ให้เป็นเงินบริจาค ซึ่งเจ้าหน้าที่ไม่เอาด้วย จึงโดนกลั่นแกล้งทุกรูปแบบ
ในการนี้พวกตน ขอให้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง ในกระบวนการจำหน่ายพัสดุฯทั้งหมด รวมถึงกระบวนการดำเนินการสอบละเมิด และสอบวินัยของเจ้าหน้าที่เทศบาล ตัวการสำคัญที่เป็นต้นเหตุทำให้เกิดความขัดแย้งภายในหน่วยงาน ถือเป็นผู้มีอิทธิพลในองค์กร ด้วยบุคคลทั้ง 3 ปฏิบัติงานมานานมากกว่า 25 ปี โดยไม่เคย โอน ย้าย ออกจากพื้นที่ เพื่อให้เกิดความโปร่งใส เป็นธรรมในกระบวนการสอบสวน และเพื่อรักษาผลประโยชน์ของพี่น้องประชาชน รวมถึงงบประมาณและทรัพย์สินของทางราชการ พวกตนใคร่ขอให้ผู้สื่อข่าว ได้ดำเนินการตรวจสอบและติดตามเรื่องดังกล่าวให้ถึงที่สุด พวกตนยินดีให้ความร่วมมือ และยินดีให้ข้อมูลต่างๆ ที่เป็นประโยชน์และจะดำเนินการเรื่องนี้ให้ถึงที่สุด นายประเสริฐฯกล่าว ข่าวคืบหน้าจะรายงานให้ทราบต่อไป
/////////////////// วัฒนะ แก้วก่า/สกลนคร 0819541528

หนังสือพิมพ์ OPT NEWS ONLINE
วันที่ 1 - 15 เมษายน 2569
อปท.นิวส์เชิญเป็นแขก ดูทั้งหมด
03 ก.พ. 2569
อปท.นิวส์เชิญเป็นแขก 469 การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ที่จะมีขึ้นในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 นี้ จะว่าไปแล้ว เราน่าจะได้เห็นการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองในหลายด้านอยู่มิใช่น้อย โดยเฉพาะกับตัวของนักการเมืองที่ขันอาสาเข้ามารับใช้ประชาชน เพราะหากลองส่อ...