นางอัญชลี สุวจิตตานนท์ อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า ปุ๋ยเคมีเป็นปัจจัยการผลิตสำคัญที่ปัจจุบันประเทศไทยนำเข้าจากต่างประเทศมากกว่า 90% คิดเป็นมูลค่าเฉลี่ยปีละประมาณ 60,000 ล้านบาท ซึ่งหากเกษตรกรไทยสามารถลดปริมาณปุ๋ยเคมี ที่ต้องพึ่งพาการนำเข้าได้ ย่อมทำให้ต้นทุนการเกษตรลดลง เกิดเป็นรายได้เพิ่มขึ้น
โดยกรมส่งเสริมการเกษตร ได้ส่งเสริมให้เกษตรกรใช้ปุ๋ยเคมีตามหลัก 4 ถูก ได้แก่ ถูกสูตร ถูกอัตรา ถูกเวลา และถูกวิธี เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ปุ๋ยมาอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการใช้ปุ๋ยของเกษตรกรสมาชิก ศดปช. ที่นำแม่ปุ๋ยผสมตามผลวิเคราะห์ดิน และไม่มีการใส่สารตัวเติม ทำให้เกษตรกรสามารถลดต้นทุนค่าปุ๋ยลงกระสอบละ 150 – 200 บาท และผลผลิตเพิ่มขึ้นได้อย่างต่อเนื่อง
จากการเก็บข้อมูลของ ศดปช. ถึงการดำเนินการในพืชเศรษฐกิจหลายชนิด พบว่าสามารถลดต้นทุนปุ๋ยเคมีได้เฉลี่ย 21.9% และผลผลิตเพิ่มขึ้น 7.7% ชนิด เช่น ในการผลิตข้าว สามารถลดต้นทุนปุ๋ยเคมีได้ถึง 38.1% และเพิ่มผลผลิตต่อไร่ได้ 23% ส่วนการผลิตอ้อยสามารถลดต้นทุนปุ๋ยเคมีได้ 34.9% และเพิ่มผลผลิตต่อไร่ได้ถึง 57% เป็นต้น
อย่างไรก็ตาม การผสมปุ๋ยใช้เอง จำเป็นต้องพึ่งพาการซื้อหาแม่ปุ๋ยในการผลิต ซึ่งอาจจะประสบปัญหาแม่ปุ๋ยขาดแคลนในอนาคตได้ ซึ่งกรมส่งเสริมการเกษตรมีแนวทางในการรับมือด้วยกลไกของ ศดปช. ในการขยายผลองค์ความรู้ด้านดิน และปุ๋ย เช่น การผลิต และใช้ปุ๋ยอินทรีย์ การใช้ปุ๋ยชีวภาพ ปุ๋ยพืชสด และแหนแดง แบบผสมผสานควบคู่กับการใช้ปุ๋ยเคมีอย่างเหมาะสม เพื่อการลดต้นทุนปุ๋ย
ซึ่งปัจจุบัน มี ศดปช. หลายแห่งสามารถผลิต และจำหน่ายปุ๋ยอินทรีย์ในชุมชน รวมทั้งมีการขยายผลด้วยกระบวนเรียนรู้การจัดการดิน และปุ๋ยอย่างต่อเนื่อง ผ่านเครื่องมือต่าง ๆ เช่น การจัดทำแปลงเรียนรู้การจัดการดิน และการใช้ปุ๋ยที่เหมาะสมตามบริบทพื้นที่ การอบรม แลกเปลี่ยนเรียนรู้ เป็นต้น
สำหรับปี 2569 กรมส่งเสริมการเกษตรตั้งเป้าขยายผลการจัดการดิน และการใช้ปุ๋ยที่เหมาะสม จาก ศดปช. สู่เกษตรกรแปลงใหญ่ และเกษตรกรทั่วไปในชุมชน เพื่อให้ครอบคลุมพื้นที่การเกษตรมากยิ่งขึ้น ผ่านกิจกรรมต่าง ๆ เช่น การพัฒนา ศดปช. สู่ Service Provider หรือพัฒนา ศดปช. ให้เป็นผู้ให้บริการด้านดินและปุ๋ยในชุมชนอย่างเป็นระบบ อันจะส่งเสริมให้เกษตรกรมีคุณภาพชีวิตที่ดียิ่งขึ้นต่อไป