นายประเทศ ซอรักษ์ รองอธิบดีกรมประมง เปิดเผย ว่า กรมประมงได้มีภารกิจในการดำเนินการขึ้นทะเบียนแรงงานต่างด้าวที่ประสงค์จะทำงานในเรือประมง โดยให้มาจัดทำหนังสือคนประจำเรือ ตามมาตรา 83 แห่งพระราชกำหนดการประมง พ.ศ. 2558 ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2559 จนถึงปัจจุบัน ซึ่งระบบการออกหนังสือคนประจำเรือสำหรับแรงงานต่างด้าว (Seabook) ที่กรมประมงใช้อยู่เป็นระบบที่เจ้าของเรือและแรงงานต้องมาติดต่อที่หน่วยงาน ณ สถานที่ตั้ง สำหรับระบบออนไลน์ที่พัฒนาขึ้นนี้สอดคล้องขานรับกับนโยบายรัฐบาลและกรมประมงโดยการขับเคลื่อนนโยบายโดยนางฐิติพร หลาวประเสริฐ อธิบดีกรมประมง ที่มุ่งเน้นการพัฒนากระบวนการดำเนินงานเปลี่ยนผ่าน สู่ยุคดิจิทัล (Transformation) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการและยกระดับคุณภาพการให้บริการ ซึ่งจะเป็นการอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนและผู้ประกอบการภาคประมง
โดยในการพัฒนาระบบการออกหนังสือคนประจำเรือสำหรับแรงงานต่างด้าว (Smart Seabook) เป็นการพัฒนาระบบจากเดิมที่ต้องเข้ามารับบริการ ณ สถานที่ยื่นคำขอ โดยเจ้าหน้าที่ เจ้าของเรือ และผู้รับมอบอำนาจสามารถเข้าถึงการทำธุรกรรมต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับหนังสือคนประจำเรือสำหรับคนต่างด้าวผ่านช่องทางออนไลน์ ในรูปแบบ Web Application และ Mobile Application ช่วยให้การยื่นคำขอทำได้ทุกที่ทุกเวลา ลดขั้นตอนการเดินทางและลดการใช้เอกสารกระดาษ เช่น
1. มีการเชื่อมโยงข้อมูลกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นฐานข้อมูลแรงงานต่างด้าวทุกกลุ่ม จากกรมการจัดหางาน การออกใบอนุญาต E-285 จากกรมเจ้าท่า ฐานข้อมูลประชาชนจากกรมการปกครอง รวมถึงข้อมูลใบอนุญาตทำการประมงและการแจ้งเรือเข้าออกจากกรมประมง ทำให้ทั้งผู้ประกอบการและเจ้าหน้าที่ ทำงานได้คล่องตัวและลดข้อผิดพลาดในการบันทึกข้อมูล
2. มีการแจ้งเตือนสถานะต่าง ๆ ของกระบวนการออกหนังสือคนประจำเรือสำหรับคนต่างด้าว (Seabook) ผ่าน Line OA โดยแจ้งเตือนการหมดอายุของหนังสือคนประจำเรือ เพื่อป้องกันการใช้แรงงานผิดกฎหมายโดยไม่เจตนา 3.สามารถตรวจสอบความถูกต้องได้แม่นยำและตรวจสอบย้อนกลับอย่างเป็นระบบ ทั้งข้อมูลเจ้าของเรือ ผู้รับมอบอำนาจ แรงงานต่างด้าว 4. ชำระค่าธรรมเนียมผ่านระบบการรับชำระเงินกลางของบริการภาครัฐของกรมบัญชีกลาง
ซึ่งการดำเนินการที่ผ่านมากรมประมงได้มีการเตรียมความพร้อมก่อนเปิดใช้งาน โดยมีการลงพื้นที่จัดฝึกอบรมหลักสูตรอบรมสำหรับนายจ้างหรือผู้รับมอบอำนาจ ตามพื้นที่ตั้งของศูนย์ควบคุมการแจ้งเรือเข้าออก (PIPO) 22 จังหวัดชายทะเล ตั้งแต่เดือนตุลาคม - ธันวาคม 2568 จำนวน 23 รุ่น มีนายจ้างหรือผู้รับมอบอำนาจเข้าร่วมฝึกอบรมกว่า 600 ราย
โดย กรมประมงได้ร่วมมือกับสมาคมการประมงแห่งประเทศไทย สมาคมการประมงสมุทรปราการ ใช้จังหวัดสมุทรปราการ เป็นพื้นที่นำร่องแห่งแรกในการใช้งานระบบใหม่นี้ เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่มีกิจกรรมการประมงหนาแน่น และมีแรงงานต่างด้าวเป็นจำนวนมากสำหรับ ระบบ Smart Seabook จะเป็นกุญแจสำคัญในการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคการประมงที่ยั่งยืน ทั้งมิติด้าน การบริหารจัดการแรงงานในภาคประมงและด้านสิทธิมนุษยชน มีระบบฐานข้อมูลดิจิทัลที่ช่วยให้การยื่นขอหนังสือ คนประจำเรือสำหรับแรงงานต่างด้าวมีความรวดเร็วและแม่นยำสูงขึ้น สามารถติดตามสถานการณ์ทำงานของแรงงานได้อย่างเป็นระบบ เป็นการอำนวยความสะดวกให้กับชาวประมงในการจ้างแรงงานต่างด้าวที่ทำงานในเรือประมง รวมถึงแรงงานต่างด้าวได้รับการคุ้มครองสิทธิและสวัสดิการ อีกทั้ง ช่วยยกระดับมาตรฐานแรงงานไทยให้สอดคล้องกับอนุสัญญาแรงงานประมงในระดับสากล ส่งผลให้ภาพลักษณ์ของสินค้าประมงไทยในตลาดโลก มีความน่าเชื่อถือ พร้อมกลับมาเป็นฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศอีกครั้ง