นางสาววัชรี พรมทอง ประธานหอการค้าจังหวัดน่าน เปิดเผยว่า สถานการณ์ราคาน้ำมันที่ผันผวนและภาวะน้ำมันตึงตัวในพื้นที่ กำลังส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจจังหวัดน่านอย่างชัดเจน โดยเฉพาะในช่วง 2–3 สัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งมีแนวโน้มรุนแรงขึ้นต่อเนื่อง
ผู้ประกอบการจำนวนมากประสบปัญหาการเข้าถึงน้ำมัน โดยบางสถานีบริการจำกัดวงเงินเติมเพียง 500 บาทต่อครั้ง ทำให้ต้องต่อคิวนานกว่า 1 ชั่วโมง และต้องเปลี่ยนไปใช้หลายปั๊ม ส่งผลให้ต้นทุนแฝงเพิ่มขึ้นทั้งเวลาและค่าใช้จ่ายในการดำเนินธุรกิจ
ผลกระทบได้ขยายวงไปยังภาคขนส่งสินค้า โดยระยะเวลาขนส่งจากกรุงเทพฯ มายังจังหวัดน่าน จากเดิมใช้เพียง 1 วัน เพิ่มเป็น 4–5 วัน เนื่องจากผู้ประกอบการต้องรอรวบรวมสินค้าให้เต็มคันเพื่อลดต้นทุน ส่งผลให้วัตถุดิบบางประเภทเริ่มขาดแคลน โดยเฉพาะธุรกิจที่พึ่งพาวัตถุดิบจากภายนอก เช่น กลุ่มสมุนไพรและสินค้าแปรรูป ซึ่งบางรายไม่สามารถผลิตได้ต่อเนื่อง
ขณะเดียวกัน ต้นทุนการผลิตปรับตัวสูงขึ้นตามราคาพลังงาน โดยเฉพาะบรรจุภัณฑ์พลาสติกที่ปรับราคาเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว บางรายการเพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัวภายในระยะเวลาอันสั้น สะท้อนแรงกดดันด้านต้นทุนที่เกิดขึ้นแบบต่อเนื่อง
ด้านค่าขนส่งก็ปรับเพิ่มขึ้นกว่า 30% ส่งผลให้ผู้ประกอบการมีแนวโน้มต้องปรับราคาสินค้าขึ้นอย่างน้อย 10–20% เพื่อความอยู่รอดของธุรกิจ
นอกจากนี้ พฤติกรรมผู้บริโภคเริ่มเปลี่ยนแปลงอย่างเห็นได้ชัด โดยประชาชนลดการเดินทาง ส่งผลให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจชะลอตัว ร้านค้าหลายแห่ง โดยเฉพาะร้านกาแฟ ร้านของฝาก และธุรกิจริมทาง มียอดขายลดลงมากกว่า 50%
ภาคการเกษตรก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน โดยเฉพาะผลผลิตตามฤดูกาลอย่างมะม่วง ที่เริ่มออกสู่ตลาด แต่กลับมีพ่อค้าคนกลางรับซื้อน้อยลงจากต้นทุนขนส่งที่สูงขึ้น เสี่ยงเกิดภาวะผลผลิตล้นตลาดและราคาตกต่ำ
ประธานหอการค้าจังหวัดน่านประเมินว่า หากสถานการณ์ยังไม่คลี่คลายภายใน 1 เดือน อาจทำให้เศรษฐกิจชะลอตัวต่อเนื่องตลอดทั้งปี และกระทบต่อความเชื่อมั่นของผู้บริโภค โดยแม้ภาครัฐตั้งเป้า GDP ไว้ที่ 2.5% แต่มีโอกาสลดลงเหลือเพียง 1.5%
ทั้งนี้ ภาคธุรกิจเสนอให้ภาครัฐเร่งแก้ไขปัญหาการจัดสรรน้ำมันให้เพียงพอ มากกว่าการควบคุมราคา พร้อมผลักดันการพัฒนาพลังงานทางเลือก และใช้วิกฤตครั้งนี้เป็นจุดเปลี่ยนในการปรับโครงสร้างพลังงานของประเทศ
ในส่วนของผู้ประกอบการเอง จำเป็นต้องเร่งปรับตัว ลดต้นทุนที่ไม่จำเป็น และบริหารจัดการโลจิสติกส์ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น เช่น การรวมกลุ่มสั่งสินค้า หรือใช้ระบบขนส่งร่วมกัน เพื่อลดภาระต้นทุน
นางสาววัชรี กล่าวทิ้งท้ายว่า วิกฤตน้ำมันครั้งนี้อาจส่งผลกระทบรุนแรงไม่ต่างจากวิกฤตโควิด-19 เนื่องจากกระทบต่อ “ต้นทุนพื้นฐาน” ของทุกกิจกรรมทางเศรษฐกิจ และอาจนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภคในระยะยาว
กัลยา สองเมืองแก่น จังหวัดน่าน